พลิกหนังสือ "วิชาความสุข" พบหน้านี้โดยบังเอิญ อ่านแล้วเห็นว่า คนลักษณะนี้อยู่รอบ ๆ ตัว จึงขอนำมาลงไว้ในบันทึกให้ท่านได้คิดกันก่อนปีใหม่ที่จะมาถึง

 

 

ไวรัสอารมณ์

 

ไวรัสคอมพิวเตอร์ ทุกชนิดล้วนมีเป้าหมายสร้างความปั่นป่วนและทำลายล้าง ถ้าเครื่องไหนมีโปรแกรมต้านไวรัสก็จะพอบรรเทา

ไวรัสร่างกาย เป็นไวรัสธรรมชาติมีหลายชนิดและฤทธิ์ที่แตกต่างกัน แต่ถ้าร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี ก็ไม่มีผลอะไรต่อร่างกาย

ไวรัสอารมณ์ ไร้รูป ไร้พาหะ แต่แพร่กระจายได้เร็ว สร้างความเสียหายได้ใหญ่หลวง ทำให้จิตใจเศร้าหมอง มีลักษณะดังนี้

 

๑. โลภ

คิดอยากได้เคยพอ เป็นสาเหตุทำให้คดโกง คอรัปชั่น การพนัน เบียดเบียนคนอื่นเพื่อตนเอง

(ความโลภ เป็นสารตั้งต้นของการทำชั่วในกาลต่อ ๆ มา ที่พยายามโกงคนอื่นให้ตนเองได้สิ่งที่ปรารถนาแบบเลว ๆ ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๒. พยาบาท

ความอาฆาตผูกเวรจองกรรมไม่จบไม่สิ้น คิดแต่จะแก้แค้น จิตใจไม่สงบร้อนรนเหมือนโดนไฟแผดเผา

(ความพยาบาท การจองเวร เห็นได้จากการที่มีคนแสดงความคิดเห็น หรือตั้งตัวคัดค้านความคิดเลว ๆ ของตนเอง แล้วก็ตั้งจิตว่า หากตัวเองมีอำนาจเมื่อใด จะจัดการคนเหล่านี้ให้ถึงที่สุด ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๓. โกรธ

เหมือนระเบิดพลีชีพทำลายตนเองและคนอื่น ทำร้ายได้กระทั่งคนที่ตนรัก

(ความโกรธ คือ การไม่สามารถควบคุมสติของตนเอง สามารถทำร้ายใคร ๆ ก็ได้โดยไม่มีสติยั้งคิด เหมือนหมาบ้า ที่มีเชื้อบ้าอยู่ภายในร่างกาย ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๔. ผูกโกรธ

ผูกใจเจ็บ เก็บความโกรธไว้ เอาเรื่องเก่ามาคิด ไปปล่อยวาง เหมือนไฟลามป่า เผาผลาญไม่จบสิ้น โกรธพ่อโยงไปทำร้ายลูก ส่งทอดความแค้นมรดกแห่งทุกข์

(เก็บความโกรธไว้ในใจ เมื่อใดมีโอกาสจะทำร้ายให้สาสมใจ ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๕. ลบหลู่บุญคุณ

ไม่สำนึกในความดีที่คนอื่นทำให้ คนอื่นเอื้อเฟื้อช่วยเหลือกลับตำหนิเขาว่า เอาของไม่ดีมาให้

(คนที่ไม่รู้จักบุญคุณคน คือ คนเลวที่ไร้คุณธรรม จริยธรรมในใจ ใครให้ผลประโยชน์ก็จะชอบ ใครมาขัดผลประโยชน์ก็จะเกลียด ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๖. ตีเสมอ

เป็นความไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำ ทะเยอทะยานใฝ่สูง วางตนไม่เหมาะสมกับฐานะ ชอบยกตนข่มคนอื่นว่าตัวเองดีกว่า ยอมเป็นหนี้ขอแค่ได้มีอะไรเหมือนคนอื่น

(การตีเสมอ คือ การอยากได้อยากมีเหมือนกับคนอื่นที่เรารู้สึกว่า เขาทำให้ต่ำต้อย เช่น ต้องมีมือถือใหม่ ๆ ทุก ๆ ปี แต่ใช้ออปชั่นเท่าเดิม คนอื่นจะได้รู้สึกว่า เราเก่ง เราดี เรามี เหมือนกับคนอื่น ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๗. ริษยา

อิจฉาความสำเร็จของคนอื่น ไม่อยากให้เขาเด่นเกินตน ตีค่าตัวเองต่ำเพราะมองคนอื่นว่าสูง รู้สึกน้อยใจ

(ความริษยา เกิดขึ้นโดยไม่จำเพศ หรือ อายุ ใครจะมาเด่นกว่าตนเองไม่ได้ จะหาทางทำร้ายให้ถึงสุด เช่น พูดจาใส่ร้าย  ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๘. ตระหนี่

ขี้เหนียว ยึดมั่นในวัตถุสมบัติอยากแต่จะเก็บเอาไว้ไม่อยากให้ใคร หรือแม้ตนเองก็ไม่อยากนำไปใช้ กลัวว่าจะหมด

(ตระหนี่ ไม่เหมือน มัธยัสถ์ อันตระหนี่ คือ ทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ อย่างเป็นของตัวเอง ใครอย่าได้มายืมใช้เป็ออันขาด จะมีข้ออ้างสารพัด แต่พอตนเองอยากไปขอยืมของผู้อื่นได้ กลับยินดีปรีดาเป็นที่สุด บาปหนา ยังไม่รู้ตัว ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๙. มายา

เจ้าเล่ห์หลอกลวง ไม่จริงใจ หน้าไหว้หลังหลอก

(หน้าไหว้หลังหลอก เกิดขึ้นในผู้บริหารองค์การจำนวนมาก หลอกประชาคม เพื่อให้ตนมีผลประโยชน์ บางคนเรียกว่า ศิลปะ แต่ต่างกันตรงไหน ถ้าไม่ใช่เจตนาดี หรือเลว ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๑๐. โอ้อวด

มีหน้าไม่พอจึงชอบเสนอหน้าไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ชอบอวดอยากให้คนอื่นเห็นให้เขาอิจฉาแล้วมีความสุข

(โอ้อวด เป็นปมที่เกิดขึ้นในใจตั้งแต่เล็ก ทำแล้วรู้สึกมีความสุขอยู่คนเดียว แต่คนอื่นไม่ได้สุขด้วย แถมบางทีเขายังเดือดร้อนใจกันอีก ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๑๑. กระด้าง

ดื้อดึงไม่ยอมรับฟังคนอื่น เห็นความคิดตนเองเป็นใหญ่ เตือนไม่ฟังยั้งไม่หมด

(มั่นใจในตนเองอย่างโง่ ๆ ไม่รู้จักฟังปราชญ์หรือผู้รู้อื่น ๆ ตัดสินใจทำอะไรคนเดียวหมด องค์กรพังก็ค่อยโทษคนอื่น ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๑๒. แข่งดี

คิดแต่เอาชนะ ชอบชิงดีชิงเด่น ทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะให้ได้ แม้จะย่ำเหยียบบนหัวใครไม่สนใจ

(แข่งดีต้องเลีย ประจบสอพลอผู้มีอำนาจในมือ เหยียบหัวเพื่อนได้เหยียบไปแล้ว ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๑๓. ถือตัว

ทะนงตนเอง เหมือนคางคกขึ้นวอ ถือยศถือศักดิ์ คิดว่าตนเองดีกว่า สูงกว่าคนอื่น แยกชั้นไฮโซกับโลโซ

(นั่งมองอาจารย์ปัญญาชน ผศ. บ้าง ดร. บ้าง ชิงชัยเอาตำแหน่งวิชาการมีเหยียบหัวคนอื่น ทั้ง ๆ ที่บางคนได้มาจากการใช้กลโกง ประจบ ประแจง ทำให้ศรัทธาไม่เกิดแก่คนที่เห็นความเป็นไปความเป็นมา องค์กรพังไม่เป็นท่า เพราะคนพวกนี้ ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๑๔. ดูหมิ่น

หยามเกียรติผู้อื่น ไม่เคารพในศักดิ์ศรีอันเสมอภาคของความเป็นคน รังเกียจคนที่ด้อยกว่า

(หยามเกียรติเพื่อยกตน ให้สูงกว่าคนอื่น ทั้ง ๆ บางคนไม่มีอะไรดีที่จะยกเลย มีแต่การทำชั่วที่เก็บสะสมเอาไว้ ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๑๕. มัวเมา

เมาในลาภยศ สรรเสริญ หลงเพลินในอำนาจและตำแหน่ง หลงในมายาสมมติ งมงาย ไร้เหตุผล

(ความหลง หลงติดลาภ ยศ สรรเสริญ หรือแม้กระทั่งความรัก มัวเมา โงหัวไม่ขึ้น ใครชี้ทางสว่างก็จะตาขวาง หาว่าเขาไม่หวังดี รอกรรมเดินมาถึง จึงค่อยรู้ตนเอง แต่ไม่รู้ว่าจะสายเกินไปหรือไม่ ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

๑๖. ประมาท

ขาดความรอบคอบ เลินเล่อ ขาดสติ ทำก่อนเกิด

(ไม่ได้คิดก่อน ไม่ได้วางแผนก่อน แต่เลือกจะทำก่อน กะว่าจะแก้ปัญหาในอนาคตไปทีละเปาะเอง แบบนี้ใครจะไปทำงานด้วย พังทั้งองค์กร ทำงานขี้เหร่ที่สุด ทำแค่พอผ่านไป ไร้มันสมอง มีแต่อารมณ์ล้วน ๆ ... ผู้เขียนบันทึกเล่าต่อ)

 

 

เชื้อไวรัสมีกระจายอยู่ในร่างกาย หากว่าคนเราขาดภูมิคุ้มกันก็อาจจะเจ็บป่วยได้ง่าย หมอจึงแนะนำให้สร้างร่างกายให้สะอาดและแข็งแรง ไม่บริโภคสิ่งที่เป็นพิษ เพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดี

ตามธรรมดาคนเราเมื่อมีอะไรมากระทบก็รู้สึก ดีใจ เสียใจ ชอบ หรือรังเกียจ เป็นธรรมชาติปกติ แต่ถ้าขาดสติกำหนดรู้ไม่ทันอารมณ์ เราก็จะตกเป็นทาสความรู้สึกของตนเอง กลายเป็นไวรัสทางอารมณ์

จึงควรหมั่นคอยชำระจิตใจ ฝึกฝนจนรู้เห็นอาการของจิตใจ เมื่อมีสติรู้ตัวก่อนที่จะทำหรือแสดงอาการอะไรออกมา ปัญหาก็จะไม่เกิด

 

สติจึงเป็นภูมิคุ้มใจที่ดี

 

ขอเชิญฉีดวัคซีนใจ ด้วยการเจริญสติ ฝึกสมาธิ ภาวนา ศึกษาชีวิตด้วยความเข้าใจ เพื่อสุขภาพใจที่ดี

 


 

คน ๑๖ ประเภทนี้อยู่รอบ ๆ ตัวของเราเอง โดยเฉพาะสังคมของคนทำงานจะเห็นได้ชัดเจน

เมื่อเราอ่านจบ เราต้องถามตัวเองว่า เราเป็น ๑ ใน ๑๖ ประเภทนี้หรือเปล่า ถ้าเป็น อยากจะปรับปรุงตนเองไหม หรืออยากสร้างเวรสร้างกรรมกันต่อไป

บาปกรรมจะพอกพูนมากยิ่งขึ้น หากไม่รู้จักคำว่า "หยุด"

ปีใหม่ทั้งที ... ลองเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นกันดีไหมครับ

 

บุญรักษา ทุกท่าน

และ

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓ ด้วยครับ ;)

 


 

ขอบคุณหนังสือดี ๆ สำหรับทบทวนความคิด

ธรรมรตา.  วิชาความสุข.  กรุงเทพฯ: ประพันธ์สาส์น, 2552.