การพัฒนาคนด้วยวิธีคิดเชิงอำนาจ
ตอนผมเป็นผู้บริหารโรงเรียน ผมคิดทำประชาธิปไตยในโรงเรียน โดยมุ่งเน้นประชาธิปไตยในเชิง “เนื้อหา” นั่นคือในเชิงวิถีชีวิต เชิงวิธีคิด จะไม่มุ่งเน้นแค่รูปแบบ ที่อยู่ที่การเลือกตั้งสภานักเรียน
ครั้งแรกผมเชิญคณะครูมาประชุมปรึกษาหารือกัน โดยผมมีเอกสารประกอบการพูดคุยอยู่ 1 แผ่น เป็นสรุปสาระสำคัญของทฤษฎีความต้องการของมาสโลว์ 5 ขั้น ผมต้องการปูพื้นตรงนี้ก่อนให้ตรงกัน
ผมพูดถึงข้อ 1 ความต้องการด้านร่างกาย คณะครูก็ โอเค พอผมพูดถึงขั้นที่ 2 ความต้องการด้านความปลอดภัย โดยบอกว่าเราจะไม่ไปดุด่าว่ากล่าวหรือไปจับผิดตำหนิเขา แต่เราจะใช้วิธีพูดจากับเขาด้วยเหตุผล เท่านั้นแหละครับ มีคุณครูท่านหนึ่งพูดขึ้นมาว่าเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่ให้ดุเด็กด่าเด็ก ที่ผ่านมาดุด่าอยู่ทุกวัน ยังไม่ค่อยจะดี ถ้ายิ่งไม่ดุไม่ด่า เด็กก็จะนิสัยเสียไปหมด
ผมก็ไม่ได้โต้ตอบไปครับ ไม่รับ ไม่ปฏิเสธ หลังจากนั้นผมก็ลองฝืนๆ ทำประชาธิปไตยในโรงเรียนดู ผลปรากฏว่าเพียงแค่อาทิตย์เดียวก็เห็นผลแล้วครับว่าไม่ประสบผลสำเร็จ (เพราะคุณครูใช้มาสโลว์แค่ขั้นแรกครับ ขั้นที่สอง ยังไม่ผ่านเลยครับ ประชาธิปไตยต้องเลยไปถึงขั้นที่ 4 นั่นแหละครับ จึงจะเกิด)
จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ ผมมาสังเกตดูพฤติกรรมของทั้งคุณครูและผู้บริหาร บางส่วน มักจะมีวิธีคิดแบบ “อำนาจนิยม” ครับ
ความคิดแบบ “อำนาจนิยม” เป็นความคิดที่แก้ปัญหาและพัฒนา ด้วยการใช้ “อำนาจ” เป็นหลัก
ผู้บริหารที่ใช้ “อำนาจนิยม” ก็มักที่จะชอบ “สั่งการ” ให้คนอื่นปฏิบัติตาม โดยไม่ต้องถาม ไม่ต้องเถียง
คุณครูที่ถนัด “อำนาจนิยม” ก็เหมือนกับผู้บริหารสั่งครู นั่นคือ ครูก็มักจะสั่งให้เด็กทำตาม โดยไม่ต้องถาม ไม่ต้องคิด

และวิธีการของอำนาจนิยม ก็คือ คนไหนทำดีถูกใจ ก็จะให้รางวัล คนไหนทำไม่ดี ไม่ถูกใจ ก็จะต้องลงโทษ
วิธีการแบบอำนาจนิยมดังกล่าว ก็ส่งผลดีต่อการพัฒนาคนอยู่บ้าง เมื่อมองในเชิงปริมาณ และ ความรวดเร็วในการแก้ปัญหา หรือ ในการพัฒนา
แต่เมื่อมอง “คน” อย่างเป็นองค์รวมแล้ว จะพบว่าการแก้ปัญหา หรือ การพัฒนา แบบอำนาจนิยมดังกล่าว เป็นการแก้ปัญหาหรือเป็นการพัฒนาที่เห็นผลในระยะสั้น ๆ แค่นั้น ผลที่ตามมา คือ กลับจะสร้างปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก และ การพัฒนาก็เป็นการพัฒนาที่ไม่สมบูรณ์และไม่ยั่งยืน นั่นคือ ไม่ได้พัฒนามาจากภายใน
ทั้งนี้เนื่องจาก “คน” มีชีวิต มีจิตใจ มีความต้องการความปลอดภัย ต้องการความรักความเข้าใจ ต้องการการยอมรับ และ ต้องการการมีคุณค่าในตนเอง
เรื่องนี้ มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ คือ เมื่อคนถูกตำหนิ ถูกดุด่าว่ากล่าว ถูกลงโทษด้วยวิธีการต่างๆ สมองก็จะหลั่งสาร Adrenaline ออกมา สารนี้จะทำให้เครียด เป็นทุกข์ และ ขัดขวางการเรียนรู้และการพัฒนา ขณะเดียวกันถ้าคนได้รับคำชม หรือ การยอมรับ สมองก็จะหลั่งสาร Endorphine ออกมา สารนี้ จะทำให้มีความสุข สดชื่น สบายใจ ทำให้สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ดี
เหตุผลเหล่านี้ ล้วนเป็นเหตุผลที่เห็นความสำคัญของสิ่งที่มีคุณค่าภายในจิตใจ ที่เริ่มพัฒนาจากความต้องการด้านจิตใจดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างถาวร หรือ การพัฒนาอย่างแท้จริงที่มาจากภายใน นั่นคือ จะต้องปรับเปลี่ยนมุมมองในการมองคนแบบ “อำนาจนิยม” มาเป็นมองมองคนแบบ “มนุษย์นิยม” ดูบ้าง
ถอยมาสักก้าว ทะเลก็สวย ฟ้าก็ใสครับ



ถอยมาสักก้าว ทะเลก็สวย ฟ้าก็ใส
ถอยกันด้วยใจ สังคมไทยสู่สันติภาพ
ถอยมาสักหน่อย อะไรๆ ก็จะดีขึ้นครับ
ขอบคุณครับ
* ขอบคุณมากครับที่มาเสริมเติมเต็มและมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ
* สังคมบ้านเราเปลี่ยนยากจริงๆครับ โดยเฉพาะผู้บริหาร
* ผมว่าเปลี่ยนไม่ต้อง 100 % หรอกครับ ขอให้เปลี่ยนแบบมีส่วนร่วม สัก นิดหน่อย ก็ยังดีครับ
ขอบคุณครับ
การใช้อำนาจมาพัฒนาคน มันก็ได้ผลแบบเราโดนบังคับให้ต้องทำ
เหมือนเด็กถูกครูบังคับให้ต้องทำ ทั้งที่อาจจะไม่อยากทำ หรือไม่พร้อมที่จะทำตอนนี้
คงต้องสร้างคุณค่าให้เด็กรู้สึกดีกับการได้มาเรียนค่ะ เช่นพาเด็กไปทัศนศึกษา ไปดูงานต่างๆ ค่ะ
สวัสดีปีใหม่ครับ
* หลายๆคนในวงกานศึกษา หวังพึ่งพาคนรุ่นใหม่ แต่ความเป็นจริง คนรุ่นใหม่บางคน น่าจะเป็น "ความหวังใหม่" ของการพัฒนาทางการศึกษา แต่กลับกลายเป็นว่า คนรุ่นใหม่หลายๆคน เป็นดังที่อาจารย์ธนิตย์เขียนมาครับ คือ
* พยายามต่ำ อดทนน้อย ไม่ชอบรอ ต้องทำเร็ว เห็นผลเร็ว ผลต้องจับต้องได้ เป็นตัวเลขชัดๆยิ่งดี..(เป็นอย่างที่เขียนมาจริงๆครับ)
* ผมว่าเราคงต้องช่วยๆกันครับ คนรุ่นใหม่ก็หวังได้ยาก(เป็นบางคน)
ขอบคุณครับ
* ระบบการศึกษา เป็นระบบแห่งการบังคับให้ทำตาม ให้คิดตาม มาอย่างเนิ่นนานครับ
* คงจะต้องช่วยๆกันขยับครับ
ขอบคุณครับ
ดีจังเลยครับ มีภาพผมอยู่ใน สคส. พร้อม "ปุ๊ลิ"
ประทับใจและขอบคุณมากครับ
อำนาจนิยม..มันเป็นเนื้อร้ายของสังคมอย่างแนบเนียนแล้วขอรับท่านรอง..
เพิ่งสะสางงานแล้วเสร็จ เลยได้มาทายทักท่านรองหนุ่มเล็กซะหน่อย ด้วยว่าเมื่อคืนนี่เอง ฝันถึงท่านรองฯ ได้ไงไม่รู้นะคะ แปลกดี ;) สงสัยกังวลเรื่องงานมากไป
เวลาทำอะไรออกจากใจนี่ ฟ้าก็ใส ทะเลก็สวย เรื่องงานๆ ก็กล้วยๆ ไปเลย ขอบคุณค่ะ
ส่งท้ายเรื่องน่าประทับใจปีเก่า แล้วพบกันปีใหม่ สดใส เช่นเคย มีความสุขวันหยุดกับครอบครัวนะคะ
เป็นอย่างที่ท่านว่าจริงๆครับ
* ไปฝันถึงท่านรองฯ ได้ไงไม่รู้นะคะ
(แสดงว่าธาตุไม่ปกติ 555...)
* อะไรออกจากใจนี่ ฟ้าก็ใส ทะเลก็สวย เรื่องงานๆ ก็กล้วยๆ
( ครับ หลายๆครั้ง ถ้ายังคลุกอยู่อย่างนั้น มันก็วกไปเวียนมาอยู่นั่นแหละครับ ถอยออกมาเสียหน่อย ก็ดีขึ้นครับ)
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ Small man ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ
ขอบคุณครับ
* อำนาจนิยม มักทำลายความคิดด้านมนุษยนิยม
ทำให้แรงจูงใจน้อยลง และ การผูกใจผู้ปฏิบัติงานให้มาทำงานก็จะกระทำได้ยากขึ้น
(องค์กรหลายองค์กร เป็นแบบนั้นจริงๆ ครับ แม้รูปแบบดูเหมือนว่าจะเน้นมีส่วนร่วม)
* เพราะคนที่ใช้อำนาจนิยม ประโยชน์เฉพาะตน มากกว่า คนที่คิดเรื่องมนุษยนิยมที่มองถึงประโยชน์ส่วนรวม
(เรียกว่า มองอย่างองค์รวม ครับ)
ขอบคุณมากครับ