ถ้าผมอยู่บ้าน ผมกับเจ้าสามตัวจะเดินออกกำลังแถวบ้านด้วยกัน ๒ รอบ เช้า เย็น โดยผมต้องใช้สายลากแม่โซดากับเจ้ายกล้อ ส่วนคุณอาชาเย็นเดินตามแบบอิสระ

เมื่อวานตอนเย็น เราเดินลุยทุ่งเลียบป่ายางข้างบ้าน มันเป็นเส้นทางปกติที่เราใช้เดินอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ทุกวัน เพื่อตัดไปขึ้นถนนราดยางใกล้ๆ

เวลาเดินลุยทุ่งแบบนี้ ผมมักจะเป็นคนนำไปตามทางเดิน เพราะเจ้าสามตัวมักเถลไถลเข้ารกเข้าพงอยู่เรื่อย เพื่อปฏิบัติภารกิจขับถ่ายของมัน

พอถึงราวป่ายาง ผมก็เห็นเขาคลายขนดที่อยู่บนทางเดิน แล้วพุ่งตัวไปยังพงรกด้านข้าง สีน้ำตาลอมทองตัวยาวราวเมตรกว่าๆ นับว่าไม่ใหญ่นัก พอเข้าพงได้ ก็ส่งเสียงฟ่อ แล้วชูแม้เบี้ยให้เห็นห่างไปสักสองเมตร ก่อนก้มลงแล้วเลื้อยจากไป

ผมยืนนิ่ง ตะลึงอยู่พัก พอรู้ตัวก็หันหลังเดินแซงหน้าเจ้าสองตัวที่อยู่ด้านหลังผม ลากมันจากมาในทิศตรงข้าม ทั้งสองตัวไม่มีอาการว่ามองเห็นสิ่งที่ผมเห็น เพราะมันยังเอ้อระเหยแวะทำธุระของมันอยู่เลย เจ้าชาเย็นวิ่งตามมาก็ไม่น่าจะเห็น เพราะปกติเวลาพวกนี้เห็นงู มันจะพุ่งเข้าไปล้อมเอาไว้แล้วเห่าเสียงดังลั่น

 

เช้านี้ ผมเจอพี่เจ้าของสวนยางตรงนั้น ผมบอกเขาเพื่อจะได้ระวังว่า ผมเจองูเห่าใกล้ๆสวน ท่าทางพี่เขาไม่เคยเจอมาก่อนเพราะซักผมใหญ่ แถมตั้งคำถามแปลกๆกับผมว่า "แล้วทำไมหมอไม่ตีมัน"

มันทำให้ผมคิดถึงประสบการณ์เจองูเห่าในธรรมชาติครั้งแรกที่ กุฏิสูง ตอนบวชอยู่สวนโมกข์เมื่อสิบปีก่อน ถึงกับต้องไปค้นอนุทินที่บันทึกเอาไว้ตลอดช่วงนั้นขึ้นมาอ่าน มันเขียนเอาไว้อย่างนี้

อาทิตย์ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๒

.. ..

วันนี้ท่าทางอ้อยอิ่งอยู่ตรงโรงฉันนานกว่าธรรมดา เพราะเจอโยมที่รู้จัก

แต่ก็กลายเป็นโชคดี

 

เดินอุ้มบาตรกลับกุฏิตามปกติ

ก่อนถึงกุฏิ กิ่งไม้กลางทางเกี่ยวจีวร..เดินสะดุด

พอถึงกุฏิก็เลยเจอของดี

 

เดินอ้อมด้านข้างกุฏิมาจะขึ้นบันไดหน้า

เท้ากำลังจะก้าวเหยียบหินขั้นแรก

เส้นสีดำขนาดเท่าแขนพุ่งปราดออกมาจากพุ่มไม้ข้างบันไดนั่นแหละ

แล้วเลื้อยออกไปด้านข้างอีกฝั่ง

มองเห็นหัวชัดเจน ระยะประมาณไม่เกินสองเมตร

พอถึงพื้นที่ไม่ใช่ลานดิน ก็พองหัวแผ่แม่เบี้ยหนึ่งที

แล้วเลื้อยแวบเข้าป่าไปเลย

งูเห่าแน่นอน ยาวประมาณสองเมตรกว่า

โชคดีที่เขาเลื้อยในลักษณะเลื้อยหนีไปในทางตรงข้าม

ไม่ใช่เลื้อยเข้ามาหา

..  ..

เจองูหนนี้เลยได้รู้ว่า

  • ธรรมชาติของเขา คือ หนี ไม่ใช่มุ่งร้ายเราก่อน
  • ถ้าคิดจะหนีงู ไม่มีทาง ความเร็วต่างกันมาก
  • ถ้าเห็นเส้นนิ่งๆ ไม่น่าจะเป็นงู เป็นรากไม้มากกว่า
  • อะไรที่กลัว ถ้าเจอสักครั้ง จะกลัวน้อยลง
เคยถามหลวงพี่สงวนเรื่องความกลัวงู หลวงพี่สอนว่า แสดงว่าไม่เชื่อกฎแห่งกรรม ยังไงๆ ถ้ามีกรรมก็ตาย และถ้าไม่ถึงที่ก็จะมีคนมาช่วยจนได้ เป็นมรณานุสสติที่ดี ให้คิดไปเลยว่า ก้าวนั้นจะถูกงูกัดจนตาย