ทำอาหารกลางวันให้เด็ก รายการไข่พะโล้ไม่ใส่น้ำตาล

ทำอาหารให้เด็ก  รายการไข่พะโล้ไม่ใส่น้ำตาล

             ด้วยการทำงานที่ศูนย์เด็กก่อสร้าง ต้องมีการทำอาหารให้เด็กได้รับประทานในช่วงเวลากลางวัน รายการอาหารต้องทำครบทั้ง 5 หมู่ ราคาต้องถูก มีคุณค่าตามหลักโภชนาการทุกประการ  เป็นที่ต้องปวดหัวของคุณครู  เพราะจะทำอาหารให้เด็ก ก็อร่อยบ้าง รสชาดไม่ได้เลยบ้าง  แต่ความน่ารักของเด็กก็กินกันหมด เกลี้ยงหม้อทุกวัน  ซึ่งเป็นการกินเพื่อตัวเด็กเองจะได้กินอิ่มท้อง เพื่อรอพ่อแม่กลับจากการทำงาน  เด็กบางคนบอกกับครูว่าถึงอาหารของครูจะเป็นอย่างไร ก็ยังดีกว่าผักบุ้งข้างแหล่งก่อสร้างที่พวกหนูกินกันมาตลอดค่ะครู   เสียงของเด็กเหล่านี้ทำพวกครูเข่าอ่อนเหมือนกัน  ในช่วงนั้นต้องระดมไปขอปลากระป๋องตามวัดมาไว้  เพื่อกรรมกรก่อสร้างเงินเดือนไม่ออกก็จะได้เอาปลากระป๋องไปแบ่งกันกิน

              อาหารที่คุณครูทำให้เด็ก  แต่ละศูนย์เด็กต้องเขียนเมนู  และเทียบกับหลักโภชนาการ  สิ่งที่จะทำกันตลอด คือ ไข่พะโล้ ไข่ทอด ผัดผักใสไข่ หมูทอดกระเทียมพริกไทย ขาไก่ทอด ต้มจืดผักกาดขาวใส่เต้าหู้ เป็นต้น

              ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2531 ครูจิ๋วต้องไปอบรมเทคนิคการเล่านิทาน 3 วัน ครูเกียรติอยู่ศูนย์เด็กก่อสร้างคนเดียว แต่มีผู้ช่วยครูไผ่ช่วยงานอยู่ (เป็นนโยบายของมูลนิธิฯ ที่จะให้เด็กโตได้ออกไปทำงานมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงส่งเด็กโตไปเป็นผู้ช่วยครูตามศูนย์เด็กก่อสร้างแต่ละแห่ง) ครูเกียรติต้องรับบทหนักมาก ทั้งทำอาหาร สอนเด็กด้วย  วันนั้นเป็นวันที่ครูเกียรติทำไข่พะโล้ ให้เด็กกิน  ซึ่งหน้าที่นี้เป็นหน้าที่ของครูจิ๋วต้องทำ แต่ครูเกียรติทำไข่พะโล้ให้เด็กกิน โดยคิดว่าเมื่อใส่ซี้อิ้วดำแล้วจะมีรสชาด  ใส่แค่ซีอิ้วอย่างเดียว  เครื่องปรุงก็ไม่ใส่  น้ำตาลทราย ก็ไม่ใส่  ซึ่งไม่มีรสชาดเลย  ครูหน่องเป็นผู้ประสานงานลงไปเยี่ยมที่ศูนย์เด็กก่อสร้างแล้วกินข้าวไปตักไข่พะโล้มากิน ซึ่งไม่มีรสชาดเลย  ครูหน่องก็ถามว่า ครูเกียรติขาดใส่อะไรไปหรือเปล่า   ครูเกียรติตอบอย่างเสียงดังฟังชัดว่า  ทำทุกอย่างตามที่เห็นครูจิ๋วทำ แล้วมันไม่อร่อยหรือ!!!!

               ไข่พะโล้ไม่ใส่น้ำตาล จึงเป็นที่ร่ำลือของครูศูนย์เด็กก่อสร้าง  เจอหน้ากันเมื่อไรก็จะนำมุขนี้มาเล่าต่อๆกันไป  เป็นบทเรียนอีกบทหนึ่งของครูศูนย์เด็กก่อสร้าง ที่ต้องทำทุกอย่างและต้องรอบรู้และรอบคอบด้วย 

                การทำอาหารกลางวันให้เด็กนั้น ช่วงแรกๆครูจิ๋วเองก็ต้องพยายามเป็นอย่างมาก เพราะไม่ได้ทำอาหารมากว่า 6-7 ปีแล้ว  บางอย่างอาหารก็ลืมใส่  หรือบางครั้งก็ซื้อเครื่องครัวมาไม่ครบ  ถึงกับต้องไปหาตำราทำอาหาร  ครูจิ๋วเองตั้งแต่เด็กๆต้องรับผิดชอบเรื่องงานบ้านทุกอย่างในบ้าน  พอมีน้องสาวโตมาทำงานแทน ครูจิ๋วไม่ยอมเข้าครัวอีกเลย จึงเป็นผลที่ต้องมาฟฟื้นการทำอาหารอีกครั้ง   เ