แม่โขงเดลต้า เป็นเขตอุดมสมบูรณ์ที่สุดของเวียดนาม
ธุรกิจเล็กๆ ของคนตัวเล็กๆ ในโฮจิมินห์
กลับจากดาลัท ฉันมานอนพักที่โฮจิมินห์หนึ่งคืน เพื่อเรียกเรี่ยวแรงกลับมา ก่อนจะไปบ้านเพื่อนที่เตี่ยนยาง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแม่โขงเดลต้านัก บ้านเพื่อนจะมีงานฉลองอายุครบ 1 ปี ของลูกชาย งานนี้นับว่าสำคัญสำหรับคนเวียดนาม ในพิธีกรรมจะมีการเสี่ยงทายอนาคตเด็ก ด้วยการนำข้าวของต่าง ๆ ใส่ในถาด เพื่อให้เด็กหยิบมา 2 ชิ้น
นอกจากนี้ ยังมีงานเลี้ยงกันอย่างเอิกเกริก งานฉลองเด็กเกิดใหม่นี้ เขาจะทำตอนอายุ 1 เดือน ครั้งหนึ่ง และอีกครั้งตอนครบ 1 ปี ซึ่งถือเป็นพิธีใหญ่ แขกเหรื่อมากมาย
ลูกเพื่อนเสี่ยงทาย หยิบกรรไกร กับเงิน
อาหารหวาน อาหารคาว
เพื่อนมารับที่โรงแรมตอนบ่าย แล้วเดินทางต่อไปบ้านของเขาที่อยู่ทางใต้ของโฮจิมินห์ ระยะทางไม่ไกลมากนัก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อนพานั่งรถตู้โดยสารที่ค่อนข้างร้อนและแออัด เพราะถ้ารอรถบัสปรับอากาศ ต้องเสียเวลานั่งรออีกเป็นชั่วโมง เลยตัดสินใจขึ้นรถตู้กัน
หิ้งบูชา แสดงว่าบ้านนี้เพิ่งมีคนตาย เด็กๆ ข้างบ้าน
กว่าจะถึงบ้านเพื่อนก็มืดค่ำ ได้เวลาอาหารเย็น คืนนี้ต้องค้างคืนที่บ้านเพื่อน เพื่อรอพิธีครบรอบปีในวันพรุ่งนี้เช้า จากนั้นตอนบ่าย ฉันจะเดินทางต่อไป Can Tho เมืองการค้ากลางสายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในแถบแม่โขงเดลต้า หรือที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง แหล่งพืชพันธุ์ ธัญญาหารที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของเวียดนาม
ตลาดเช้าที่บ้านเพื่อน
เรานัดกับบริษัทรถทัวร์ไว้ว่า จะออกมาดักรอตอนบ่าย 2 ที่ป้ายรถประจำทางปากซอยบ้านเพื่อน ซึ่งปกติรถทัวร์จะไม่จอด แต่เพื่อคนไทยพลัดถิ่น รถทัวร์จะจอดรับ โดยต้องซื้อตั๋วโดยสารจองที่ไว้ตั้งแต่โฮจิมินห์ วิธีนี้จะประหยัดมากกว่าใช้บริการรถแท็กซี่ เพราะต้องเสียทั้งค่าทางพิเศษ ค่าเฟอรี่ ซึ่งก็ร่วมพันกว่าบาท แต่ค่ารถทัวร์แค่ 200 กว่าบาทเท่านั้น
ฉันแอบลุ้นระทึกว่า เงินก็จ่ายไปแล้ว เขาจะจอดรับเราจริงหรือเปล่า จะไว้ใจได้ไหมเนี่ย แต่พอถึงตรงนี้แล้ว ไม่มีอะไรดีไปกว่าทำใจแล้วปล่อยวาง อย่างมากก็นอนบ้านเพื่อนอีกคืน แล้วค่อยนั่งแท็กซี่ไปแต่เช้า
ตอนบ่ายโมง ใจเริ่มมาเมื่อเด็กประจำรถโทรศัพท์มาบอกเพื่อนว่า รถกำลังออกจากโฮจิมินห์แล้ว ถ้ามาถึงหมี่ทอ (My Tho) จะโทรมาอีก แล้วให้คนไทยออกมารอได้เลย ... นี่คือคำสั่งของเด็กกระเป๋ารถ พร้อมบอกเบอร์รถมาเสร็จสรรพ ...
ปัญหาเรื่องรถทัวร์หมดไป ด้วยความโล่งอกของญาติพี่น้องชาวเวียดนามที่มารอส่ง แต่ปัญหาใหญ่คือ รถแท็กซี่ที่เพื่อนโทรเรียกจากศูนย์ให้เข้ามารับที่บ้านออกไปถนนใหญ่ เพื่อขึ้นรถทัวร์นั้น หลงทางไปไหนไม่รู้ ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คว้ารถของคนที่มางานเลี้ยงออกมาส่ง ฉุกละหุกพัลวันดี เพราะกระเป๋ารถทัวร์โทรมาว่าอีก 5 นาทีจะมาถึงจุดนัดพบแล้ว หัวใจฉันจะวาย ...
พอออกมาจากบ้าน ก็เห็นเจ้ารถแท็กซี่คันที่หลงทางวิ่งหน้าตั้งเข้ามาพอดี เลยต้องบอกเลิกไป เมื่อออกมาถึงถนนใหญ่ รถทัวร์ก็เปิดไฟกระพริบรออยู่แล้ว นับเป็นบริการพิเศษที่น่าประทับใจยิ่ง ต้องขอขอบคุณบริษัทรถทัวร์ไว้ ณ ที่นี้
รถทัวร์บนเรือเฟอรรี่ รถบริษัทนี้คุณภาพดีที่สุดในเวียดนาม ฉันใช้ตลอดการเดินทาง
กว่าจะมาถึง Can Tho ก็มืดค่ำ เพราะเสียเวลาแวะพักระหว่างทางครึ่งชั่วโมง และรอเฟอรี่ข้ามแม่น้ำอีกนาน เพราะรถติดยาวเหยียด เย็น ๆ อย่างนี้ ใคร ๆ ก็ข้ามเฟอรี่กลับบ้านกัน
ชีวิตคนเดินทาง เหมือนนกพเนจร ที่บินไปเรื่อย ๆ ค่ำไหนนอนนั่น กว่าจะโบยบินกลับถึงรังก็เหนื่อยล้า
Can Tho หรือ คันโท หรือ ขั่นเทอในสำเนียงเวียดนาม แปลว่าปลา ดูท่าทางเมืองนี้จะปลาเยอะ เพราะมีแม่น้ำโขงล้อมรอบ ที่จริงอาจจะไม่ล้อมรอบหรอก แต่ฉันมองไปทางไหนก็เห็นแต่แม่น้ำ อ้อ! เพื่อนบอกว่าแม่น้ำโขงไหลผ่านตัดดินแดนแถบนี้ออกจากแผ่นดินใหญ่
รุ่งเช้า ออกเดินทางไปชมตลาดน้ำดำเนินสะดวก อย่าเพิ่งตกใจ ตลาดน้ำชื่อนี้จริง ๆ เป็นชื่อที่ฝรั่งตั้งให้ เพราะบรรยากาศเหมือนตลาดน้ำดำเนินสะดวกบ้านเราจริง ๆ ... แต่ใหญ่กว่าเท่านั้น

ดิสเพลย์สินค้าในตลาดน้ำคันโท
เมื่อคืนมีเรื่องตลกที่ขำไม่ออก เมื่อเข้าไปจะเช็คอินในโรงแรมแห่งหนึ่ง คนเฝ้าประตูกลับไม่ยอมให้เข้า เมื่อถามว่าห้องเต็มหรือ เขาบอกว่ามีห้อง แต่ไม่ให้คนเวียดนามพัก เพราะเขาคิดว่าฉันเป็นคนเวียดนาม เวรกรรมจริง ๆ
คิดได้ไง ก็คุยภาษาอังกฤษกันอยู่ดี ๆ แต่พอรู้ว่าเป็นคนไทย เขาขอโทษขอโพย และอธิบายเหตุผลพัลวัน ซ้ำยังให้ฝากกระเป๋าไว้แล้วไปเดินหาโรงแรมอื่น ที่อาจจะชอบใจมากกว่าก็ได้
สุดท้ายก็ได้โรงแรมใหม่จริง ๆ งานนี้ไม่รู้จะขอบคุณหรือสมน้ำหน้าดี





ไกด์ อดีตทหารอเมรืกัน ที่พาเที่ยวคันโท