สองสามีภรรยาเมืองนครปฐม
ฉุนออกมาต่อว่าชาวบ้านที่ร่วมกันทำความสะอาดและเผาขยะที่สนาม
ควักปืนออกมาจากเอวยิงสาดเข้าไป 6 นัด ถูก 2 พ่อลูกล้มคว่ำเสียชีวิต
ก่อนเผ่นหลบหนี
ตำรวจเร่งไล่ล่าตัวมาดำเนินคดีแต่ยังไร้วี่แวว......
เมื่อ เวลา 19.30 น.ของวันที่ 27 ธ.ค.52 พ.ต.ท.บุญลือ ดอกบัว สว.เวร สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม รับแจ้งมีเหตุยิงกันบาดเจ็บที่สนามเด็กเล่นภายในหมู่บ้านฐานมั่นคง หมู่ 4 ต.ศรีษะทอง อ.นครชัยศรี จึงรายงานให้ พ.ต.ท.ไชยศ มุกดาหาญ รอง ผกก.ป.ร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุเป็นสนามเด็กเล่นภายในหมู่บ้าน ซึ่งมีการเผาขยะอยู่ ทราบจากชาวบ้านว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน 2 คนได้ช่วยกันนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม จึงเดินทางไปตรวจสอบทราบว่าผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ที่ส่งมานั้นเสียชีวิตแล้วทั้ง 2 คน เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว ทราบชื่อนายเล็ก เทียนเที่ยง อายุ 63 ปีและนายประสิทธิ์ เทียนเที่ยง อายุ 37 ปี พ่อลูก อยู่บ้านเลขที่ 55/82 หมู่ 4 ต.ศรีษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่ด้านหน้าห้อง พบนางเทพา ชูเฉลา อายุ 34 ปี ภรรยานายประสิทธิ ยืนร้องไห้เป็นลมล้มพับอยู่ โดยมี น.ส.วิมล โพธิ์พล และนางวาสนา ส้มมณี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านอยู่ติดกันคอยประคอง และอยู่ในเหตุการณ์
น.ส. วิมล และนางวาสนา เผยถึงเหตุการณ์ระทึกว่า ก่อนเกิดเหตุชาวบ้านซึ่งเป็นผู้หญิงหลายคนต่างมาช่วยกันตัดหญ้าและเก็บกวาด ขยะที่สนามเด็กเล่นในหมู่บ้านเพื่อจะเตรียมงานจัดงานวันเด็กให้กับเด็กใน หมู่บ้าน ขณะเกิดเหตุนั้นมีเด็กเล็กออกมาเล่นในสนามหลายคน จนกระทั่งเมื่อตัดหญ้าและเก็บขยะเสร็จนำมารวบรวมเผาขยะ นางเทพาได้จุดไฟเผาขยะ ปรากฏว่าควันไฟลอยไปเข้าบ้านของนายบูนและนางสมร (ไม่ทราบนามสกุล) สามีภรรยากัน ที่มีบ้านอยู่ในหมู่บ้านและอยู่ห่างจากสนามเด็กเล่นเพียงแค่คนละฝั่งถนนใน หมู่บ้าน โดยนายบูน ได้พกอาวุธปืนเหน็บมาที่เอวด้วย เดินออกมาต่อว่านางเทพา อย่างสาดเสียเทเสีย จนนายนายเล็กและนายประสิทธิ์ 2 พ่อลูกได้ยินเสียงโต้เถียงกันจึงเดินออกมาจากบ้านเข้ามาอธิบายต่างๆให้ฟัง จึงตัดความรำคาญบอกว่า ให้ไปแจ้งตำรวจก็แล้วกัน
ทันทีที่พูดจบ นายบูน ก็ควักปืนออกมาจากเอวยิงสาดเข้าไป 6 นัด ถูก 2 พ่อลูกล้มคว่ำไปจากนั้นนายบูนกับนางสมร ก็ขับรถหนีออกจากบ้านไป พวกตนเห็น 2 พ่อลูกนอนแน่นิ่งจมกองเลือด จึงเรียกรถในหมู่บ้านให้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลแต่ทั้ง 2 มายังไม่ถึงโรงพยาบาลก็เสียชีวิตก่อน
เมื่อ เวลา 19.30 น.ของวันที่ 27 ธ.ค.52 พ.ต.ท.บุญลือ ดอกบัว สว.เวร สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม รับแจ้งมีเหตุยิงกันบาดเจ็บที่สนามเด็กเล่นภายในหมู่บ้านฐานมั่นคง หมู่ 4 ต.ศรีษะทอง อ.นครชัยศรี จึงรายงานให้ พ.ต.ท.ไชยศ มุกดาหาญ รอง ผกก.ป.ร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุเป็นสนามเด็กเล่นภายในหมู่บ้าน ซึ่งมีการเผาขยะอยู่ ทราบจากชาวบ้านว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน 2 คนได้ช่วยกันนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม จึงเดินทางไปตรวจสอบทราบว่าผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ที่ส่งมานั้นเสียชีวิตแล้วทั้ง 2 คน เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว ทราบชื่อนายเล็ก เทียนเที่ยง อายุ 63 ปีและนายประสิทธิ์ เทียนเที่ยง อายุ 37 ปี พ่อลูก อยู่บ้านเลขที่ 55/82 หมู่ 4 ต.ศรีษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่ด้านหน้าห้อง พบนางเทพา ชูเฉลา อายุ 34 ปี ภรรยานายประสิทธิ ยืนร้องไห้เป็นลมล้มพับอยู่ โดยมี น.ส.วิมล โพธิ์พล และนางวาสนา ส้มมณี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านอยู่ติดกันคอยประคอง และอยู่ในเหตุการณ์
น.ส. วิมล และนางวาสนา เผยถึงเหตุการณ์ระทึกว่า ก่อนเกิดเหตุชาวบ้านซึ่งเป็นผู้หญิงหลายคนต่างมาช่วยกันตัดหญ้าและเก็บกวาด ขยะที่สนามเด็กเล่นในหมู่บ้านเพื่อจะเตรียมงานจัดงานวันเด็กให้กับเด็กใน หมู่บ้าน ขณะเกิดเหตุนั้นมีเด็กเล็กออกมาเล่นในสนามหลายคน จนกระทั่งเมื่อตัดหญ้าและเก็บขยะเสร็จนำมารวบรวมเผาขยะ นางเทพาได้จุดไฟเผาขยะ ปรากฏว่าควันไฟลอยไปเข้าบ้านของนายบูนและนางสมร (ไม่ทราบนามสกุล) สามีภรรยากัน ที่มีบ้านอยู่ในหมู่บ้านและอยู่ห่างจากสนามเด็กเล่นเพียงแค่คนละฝั่งถนนใน หมู่บ้าน โดยนายบูน ได้พกอาวุธปืนเหน็บมาที่เอวด้วย เดินออกมาต่อว่านางเทพา อย่างสาดเสียเทเสีย จนนายนายเล็กและนายประสิทธิ์ 2 พ่อลูกได้ยินเสียงโต้เถียงกันจึงเดินออกมาจากบ้านเข้ามาอธิบายต่างๆให้ฟัง จึงตัดความรำคาญบอกว่า ให้ไปแจ้งตำรวจก็แล้วกัน
ทันทีที่พูดจบ นายบูน ก็ควักปืนออกมาจากเอวยิงสาดเข้าไป 6 นัด ถูก 2 พ่อลูกล้มคว่ำไปจากนั้นนายบูนกับนางสมร ก็ขับรถหนีออกจากบ้านไป พวกตนเห็น 2 พ่อลูกนอนแน่นิ่งจมกองเลือด จึงเรียกรถในหมู่บ้านให้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลแต่ทั้ง 2 มายังไม่ถึงโรงพยาบาลก็เสียชีวิตก่อน
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวภูมิภาค
- 27 ธันวาคม 2552, 23:15 น.
จากภาพข่าว ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวเทียนเที่ยง หนูเป็นคนหนึ่งเพิ่งรู้ข่าวการจากไปของเฮียตี๋และเตี่ย ตลอดเวลาที่ผ่านมาเตี่ยเป็นคนดีไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร จนชาวบ้่นทั่วไปในละแวกชุมชนรักและเคารพมาก เพิ่งมารู้ข่าวจากหนังสือพิมพ์ดูเหมือนจะใช้คำพูดที่เข้าข้างคนที่ทำร้ายเตี่ยมากไปหรือเปล่าทำไมคุณไม่คิดว่าคนรอบข้่างเป็นร้อยในหมู่บ้านจึงไม่ชอบฆาตกรรายนี้ แล้วคุรรู้ไม่อารมณืชั่ววูบของคุณได้ทำร้ายคนดีๆถึง 2คนที่เป็นหัวเรียวหัวแรงในการประกอบอาชีพเลีย้ยงอีก 4ชีวิตในครอบครัว ภรรยาเขาต้องเป็นม่าย ลูกชายต้องเป็นกำพร้า หลานชายเขาต้องอออกจากโรงเรียนเพื่อมาเป็นเสาหลักให้ครอบครัวซึ่งเพื่อนในวัยเดียวกันได้เรียนอย่างสนุกสนานแตาเขาต้องออกมาค้่าขายแทนตาเพื่อหาเงินช่วยเหลือครอบครัว ขอประนามไอ้ฆาตกรขอให้ชีวิตนี้อยู่อย่างทรมาร ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างยากลำบากกว่าครอบครัวเที่ยนเที่ยงเป็นร้อยพันเท่า สุดท้ายขอให้เตี่ยและเฮียตี๋จากไปอย่างสงบ ชาติหน้ามีจริงเราคงได้เกิดมาเป็นเพื่อนพี่น้องกันอีก
เจริญพร โยมคนคุ้นเคย
นมัสการพระคุณเจ้า
ครูคิม