อนุสรณ์สถาน ซึ่งเราคงจะต้องนำบทเรียนที่ได้รับมาเป็นโอกาสและองค์ความรู้ เพื่อสร้างสิ่งที่ดีกว่าในอนาคต ร่วมกันสร้างความแข็งแกร่ง ก้าวหน้าต่อไปอย่างมั่นคงในโอกาสการจัดงานรำลึกสึนามิเป็นปีที่ ๕ ถือโอกาสแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียและร่วมไว้อาลัยแก่ผู้ที่จากไป ทั้งขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของทุกท่านจงดลบันดาลให้ดวงวิญญาณของผู้จากไปไปสู่สุคติต่อไป

เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๒ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางไป อ.ตะกั่วป่า เพื่อเป็นประธานพิธีรำลึกพิบัติภัยสึนามิ ครบรอบ ๕ ปีของจังหวัดพังงา
ในช่วงเช้า รมว.ศธ.กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีรำลึกสึนามิ ประจำปี ๒๕๕๒ ที่สวนอนุสรณ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม จัดโดย อบต.บางม่วง ร่วมกับ อบจ.พังงา ว่า เหตุการณ์สึนามิเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ นับเป็นภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่ประเทศไทยเคยประสบมา โดยมีผู้เสียชีวิตกว่า ๕,๐๐๐ คน สูญหายมากกว่า ๑,๐๐๐ คน และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะที่จังหวัดพังงาได้ประสบความสูญเสียมากที่สุด ซึ่งเราคงจะต้องนำบทเรียนที่ได้รับมาเป็นโอกาสและองค์ความรู้ เพื่อสร้างสิ่งที่ดีกว่าในอนาคต ช่วยกันพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสการจัดงานรำลึกสึนามิครั้งนี้เป็นปีที่ ๕ ยังคงใช้รูปแบบเดิมเช่นเดียวกับปีที่ผ่านๆ มา แต่ในการจัดงานครั้งต่อไปในอนาคต อาจจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงาน  เพื่อไม่ต้องการให้เป็นการฟื้นความจำในทิศทางที่อาจทำให้หวนความรู้สึกสะเทือนใจ ซึ่งอาจจะเป็นพิธีทางศาสนาหรือพิธีทำบุญ อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและท้องถิ่นจะต้องพูดคุยหารือในเรื่องนี้กันต่อไป
ในการช่วยเหลือนักเรียนผู้ประสบภัยสึนามินั้น มีหลายหน่วยงาน รวมทั้งมูลนิธิต่างๆ จากต่างประเทศและในประเทศเข้ามาช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เช่น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ซึ่งช่วยเด็กกำพร้าจากสึนามิ เข้าเรียนจนจบระดับปริญญาตรี เป็นต้น ส่วนการดำเนินการของกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบันมีโครงการเรียนฟรี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพ ซึ่งช่วยให้เด็กทุกคนได้เรียนฟรีจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายอยู่แล้วนอกจากนี้ ศธ.กำลังดำเนินการจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาแห่งใหม่ ติดกับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ฯ จ.พังงา ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ยังจะช่วยชดเชยสิ่งที่สูญเสียไปในอดีตอีกด้วย

สุสานผู้ประสบภัยสึนามิ (Tsunami Victim Cemetery)
ต่อมา รมว.ศธ.ได้เดินทางต่อไปยังสุสานผู้ประสบภัยสึนามิ ที่บางมรวน เพื่อร่วมวางพวงหรีดดอกไม้รำลึกถึงผู้เสียชีวิต และกล่าวว่า สำหรับการสร้างอนุสรณ์สถานรำลึกสึนามิ นอกจากจะมีการสร้างที่บ้านน้ำเค็ม สุสานบางมรวน  และบริเวณเรือ ต.ไปแล้ว ขณะนี้รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม ได้ตั้งงบประมาณไว้อีกประมาณ ๗๐ ล้านบาท เพื่อสร้างอนุสรณ์สถานอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งจะเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เพื่ออนุรักษ์เรือประมง ๒ ลำขนาดใหญ่ที่เกยตื้นขึ้นมาบนฝั่งที่บ้านน้ำเค็ม ต.บางม่วง หรือเรียกว่าเรือส้ม-ฟ้า

บริเวณเรือ ต.๘๑๓

ในช่วงค่ำ รมว.ศธ.เป็นประธานพิธีรำลึกสึนามิครบรอบ ๕ ปี โดยมีเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจากประเทศนอร์เวย์ สวีเดน และสวิสเซอร์แลนด์ ท่านกงศุล และผู้แทนสถานทูตจาก ๑๑ ประเทศ รวมทั้งประชาชนจากชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก หลังจากพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ อิสลาม และคริสต์เสร็จสิ้น รมว.ศธ.กล่าวในพิธีว่า จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ ซึ่งทำให้ประเทศไทยใน ๖ จังหวัดชายฝั่งทะลอันดามันได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่าหลายประเทศนั้น โดยเฉพาะที่ จ.พังงา ได้รับความสูญเสียอย่างมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใด หลังจากเกิดเหตุการณ์ ได้รับพลังจากคนไทยและจากมิตรประเทศทั่วโลกที่หลั่งไหลเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาทั้งร่างกายและและจิตใจผู้ประสบภัย ตลอดจนการช่วยเหลือฟื้นฟูสภาพอนุรักษ์โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทำให้พื้นที่ประสบภัยในปัจจุบันไม่มีสภาพของความสูญเสียเหลืออยู่ให้เห็นอีกต่อไป นอกจากสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น อนุสรณ์สถาน ซึ่งเราคงจะต้องนำบทเรียนที่ได้รับมาเป็นโอกาสและองค์ความรู้ เพื่อสร้างสิ่งที่ดีกว่าในอนาคต ร่วมกันสร้างความแข็งแกร่ง ก้าวหน้าต่อไปอย่างมั่นคง และชาวพังงาก็พร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือชาวต่างประเทศอย่างอบอุ่นต่อไป อย่างไรก็ตาม ในโอกาสการจัดงานรำลึกสึนามิเป็นปีที่ ๕ ถือโอกาสแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียและร่วมไว้อาลัยแก่ผู้ที่จากไป ทั้งขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของทุกท่านจงดลบันดาลให้ดวงวิญญาณของผู้จากไปไปสู่สุคติต่อไป


หลังจากนั้น ชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ร่วมกันปล่อยโคมกว่า ๒,๕๐๐ โคมขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อร่วมไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิ.

อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/websm/2009/dec/464.html