ไมมีอะไรมากไปกว่าความดีความชั่ว เหมือนดอกหญ้าที่แม้จะเกิดอยู่ในดินก็น่าชมด้วยตัวของดอกหญ้าเอง
หลังจากอาตมาวิจรณะ เรื่องของภิกษุณีไปก็เห็นว่าเสียแควนๆไปเยอะพอสมควร วันนี้เลยนำเรื่องเบาๆมาฝาก นำดอกไม้มาฝากชาวเรา ช่วงอาทิตย์ที่แล้วอาตมาไปเที่ยวบ้านเกิดมาพอดีว่าเอากล้องไปด้วยเลยได้ภาพงามๆมาให้ท่านทั้งหลายช่วยพิจารณา
เป็นดอกหญ้าอยู่ในภาคอีสานให้ท่านทั้งหลายช่วยทายว่าชาวบ้านท้องถิ่นเขาเรียกชื่อของดอกหญ้านี้ว่าอะไร
เล่าความหลังสักหน่อยว่าช่วงที่อาตมาเป็นเด็กตัวนิดหน่อยอยู่นั้นเคยวิ่งเล่นกับพี่น้องพ้องเพื่อนอยู่ตามทุ่งนาป่ากว้าง พอเหนื่อยๆหน่อยก็นอนลงไปตามทุ่งดอกหญ้านี้ จมูกก็ดมสูดเอากลิ่นดอกหญ้าทั้งหลายบรรดามี ชื่นใจยิ่งกว่ายาดมยี่ห้อใดๆ
นานๆที่ถึงได้กลับบ้านก็เลยกะว่าจะถ่ายรูปพวกนี้เอามาไว้เป็นที่ระลึกนึกถึงบุญคุณของพื้นดินผืนฟ้าโดยเฉพาะในเมืองไทย คิดถึงบุญคุณคนเฒ่า-แก่ที่แม้ว่าจะไม่รวยแต่ก็มีมรดกไว้ให้ลูกหลานไว้ชื่นชม แม้ไม่มากมายแต่ก็พอดี
ไม่รวยแต่ก็ไม่จน(น้ำใจ)ยังมีดอกหญ้าอีกอย่างสีม่วงๆถ้าจำไม่ผิดน่าจะเกิดอยู่คู่กัน แต่ตรงที่ถ่ายรูปมาไม่เห็น เสียดาย เสียดาย
ไมมีอะไรมากไปกว่าความดีความชั่ว เหมือนดอกหญ้าที่แม้จะเกิดอยู่ในดินก็น่าชมด้วยตัวของดอกหญ้าเอง
คนเราก็คงเหมือนกันไม่มีอะไรสามารถทำตัวให้ดีชั่วได้เท่ากับตัวเองทำตัวเอง
ปีใหม่นี้ขอท่านสาธุชนทั้งหลายจงประสพสุข ด้วยอำนาจคุณพระศรีรัตนไตร จงคุ้มครองท่านทั้งหลายให้ตื่นอยู่ทุกเมื่อ ปราศจาก ทุกข์ ภัย โรคร้ายอันตรายใดๆจงห่างหาย ทุกคนทุกท่าน สวัสดีครับ เจริญพรฯฯฯฯ