ได้รับการตอบรับที่แสนเจ็บปวดจากหนังสือฉบับนั้น

  เมื่อครั้งที่ตัวแทนพระองค์ได้มาเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ เขาคันทรง ครั้งสุดท้าย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๑ ครั้งนั้นนับเป็นการจุดประกายให้ชุมชน หันกลับมาสนใจและเข้าใจสถานีอนามัยเป็นอย่างมาก และเห็นความสำคัญของสถานีอนามัยแห่งนี้ จนกระทั่ง เมื่อกลางปี ๒๕๕๒ ทางกรรมการชุมชนหมุู่ที่ ๓ ต.เขาคันทรง ซึ่งเป็นที่ตั้งขอตัวสถานีอนามัยด้วย ได้ทำโครงการของบประมาณจากกองทุนโรงไฟฟ้า โกลดว์ ไอพีพี มาพัฒนาสถานีอนามัย โดย

๑ โครงการสร้างสวนสุขภาพ พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายกลางแจ้ง

๒. โครงการสร้างอาคารเอนกประสงค์

๓. โครงการขุดลอกสระเก่า ด้านหลังสถานีอนามัยเพื่อทำประปาในโอกาสต่อไป

  รวมงบประมาณทั้งสิ้น ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท(สามล้านบาท) เศษ

***ทั้ง ๓ โครงการ มีประโยชน์มาก ***

- การมีสวนสุขภาพ ถือเป็นการส่งเสริมประชาชนในการออกกำลังกาย

- การสร้างอาคารเอนกประสงค์ เพื่อช่วยลดการแออัด ในวันที่มีการประชุม ประชาคม ที่มีผู้คนเข้ามาในสถานีอนามัยมากมาย รวมทัั้งผู้มารับบริการประจำวันด้วย

- ส่วนการลอกสระน้ำเดิม ให้มีขนาดลึกและกว้างพอที่จะกักน้ำไว้ทำประปา ใช้ในสถานีอนามัย และบ้านเรือนใกล้เคียงได้ เนื่องจาก หมู่ที่ ๓ นี้ไม่มีประปาของตนเอง ต้องใช้ของหมู่บ้านข้างเคียง ในฤดูแล้ง น้ำขาดแคลนไม่สะอาดนัก

 เมื่อทางกองทุนอนุมัติ ให้กรรมการชุมชน เป็นผู้ดำเนินโครงการ ผู้เขียนจึงทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาระดับต้น และต่อไปยังจังหวัด และรอคอยการแจ้งหนังสือตอบรับให้ดำเนินการ

 แต่สิ่งที่ผู้เขียนได้รับ กลับเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อ เพราะเป็นหนังสือสั่งให้ระงับทุกโครงการ อ้างถึงว่า อาจจะเป็นการก่อสร้างซ้ำซ้อนกับงบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในอนาคต

 สถานีอนามัยของผู้เขียน มีเนื้อที่ ๖ ไร่เศษ รองรับสิ่งก่อสร้างได้อีกมากมาย ขอเพียงเสนอแนะว่า ควรสร้างอะไรตรงไหน และโครงการโรงพยาบาลตำบล จะก่อสร้างอะไรบ้าง ผู้เขียนจะขอบคุณมาก ไม่ใช่หนังสือสั่งการตัดรอนเช่นนี้ เมื่อผู้บังคับบัญชาระดับต้น ไปเรียนชี้แจง ก็ให้รอกรรมการ มาตรวจสอบผัง ความเหมาะสม และประโยชน์ว่าจะได้กับประชาชนหรือไม่ หรือเป็นความต้องการของเจ้าหน้าที่?

  เรื่องราวอาจจบลงด้วยดี หรือเปล่า ในโอกาสต่อไปก็ไม่ทราบ ผู้เขียนอาจถูกตำหนิในฐานะข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่ต้องฟังผู้บังคับบัญชาระดับสูงสั่งการ แต่ผู้เขียนตัดสินใจแล้ว ว่าตลอดชีวิตการทำงาน ผู้เขียนรับรู้ ใกล้ชิดชุมชนตลอดมา และชุมชนเข้าใจ เจ้าหน้าที่และภารกิจ ตลอดจนการเห็นความขาดแคลนตลอดมา เมื่อครั้งมีเหตุ คนเมาทำร้ายเจ้าหน้าที่ ผู้ใหญ่บ้านถือปืนวิ่งมาช่วยเหลือก่อนใคร เราอยู่กันอย่างหวั่นหวาด เพราะไม่มีรั้วตั้งแต่สร้างสถานีอนามัยมา เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีผู้ชายสักคน เหล่านี้ ไม่เคยนำมาเป็นเรื่องร้อนใจเราสามารถทำงานต่อไปได้  แต่วันหนึ่ง เมื่อชุมชนหันกลับมาดูแล กลับได้รับการตอบรับที่แสนเจ็บปวดจากหนังสือฉบับนั้น

  ผู้เขียนขอให้ชุมชน จงเข้มแข็ง และแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม และเป็นที่ยอมรับของสังคม สมความตั้งใจดี ที่มีต่อสถานีอนามัยฯ สามารถบริหารเงินที่ได้รับด้วยความมั่นใจ และอย่าเพิ่งท้อแท้

 อาจตัองรอคำตอบกันต่อไปอีกสักระยะ ตามระบบราชการ

แต่

 ปีหน้าฟ้าใหม่ ยังมีหวัง และชุมชนต้องเข้มแข็งตลอดไปค่ะ

จากใจจริง

หมออนามัย