โฮจิมินห์เติบโต และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
 

 

                ทุกครั้งที่มาโฮจิมินห์จะต้องเจอกับพายุฝน  ที่สำคัญ เจอตั้งแต่บนเครื่องบิน  ทำให้ใจหายใจคว่ำตลอด ก็การเดินทางหน้าฝน สิ่งที่หนีไม่พ้นก็คือ พายุฝนนี่แหละ และฝนที่เวียดนามก็แปลกตกได้ตกดี ตกทีละมาก ๆ  และนาน ๆ  ด้วย  แต่พอฝนหายแดดก็จ้าขึ้นมาทันใด
                สิ่งที่ต้องพกติดกระเป๋าก็คือ เสื้อกันฝนแบบในรูป   
 

 

                โฮจิมินห์ เป็นชื่อใหม่ของเมืองไซ่ง่อน  คนเวียดนามไม่ค่อยเรียกชื่อใหม่  พวกเขายังคงเรียกเมืองนี้ว่าไซ่ง่อน  แต่ไม่ได้ออกเสียงไซ่ง่อนแบบเรา  เขาออกเสียงว่าไซกอน (Saigon) ตามภาษาอังกฤษเด๊ะเลย ... 
                โฮจิมินห์เป็นศูนย์กลางธุรกิจของเวียดนาม   ส่วนที่เป็นศูนย์กลางของเมืองคือ เขต 1 คล้าย ๆ   กับย่านสีลม – สยามสแควร์บ้านเรา เป็นที่ตั้งของสภาประชาชน มีอนุสาวรีย์โฮจิมินห์ หรือ Bac Ho (ลุงโฮ) เป็นจุดสังเกต ละแวกนี้จะมีโรงแรมหรูหราด้วยสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส ห้างสรรพสินค้า ร้านกาแฟทันสมัย   และบริษัทห้างร้าน 

 

                      
สภาประชาชน

 

                สถานที่สำคัญในแถบนี้สามารถเดินดูได้ เริ่มตั้งแต่  White  House  หรือทำเนียบประธานาธิบดี  โบสถ์โนทเธรอ ดาม (Notre Dame Cathedral)  ที่มีรูปปั้นพระแม่มารีตระหง่านอยู่ด้านหน้า  ถัดไปเป็นไปรษณีย์กลางไซ่ง่อน (Saigon Central Post Office)  ซึ่งงดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส   เดินผ่านร้านรวงหรูหราไปสักพักก็จะเห็นไซ่ง่อน โอเปร่าเฮ้าส์ (Saigon Opera House) ที่เป็นโรงละครประจำเมือง สวยงามตามแบบฝรั่งเศสอีกเช่นกัน

 

  โอเปร่าเฮ้าส์

 

                การชมทำเนียบประธานาธิบดีต้อง เสียค่าผ่านประตูเข้าชม และเขามีไกด์ที่พูดภาษาอังกฤษนำชมด้วย แต่ละรอบใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง

 

  ทำเนียบประธานาธิบดี
   
      ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี                                                          บรรยากาศรอบทำเนียบ
 
             จากนั้นเดินเลี้ยวขวามาตามถนน  Nguyen  Sieu   จนสุดถนนจะพบจุดเชื่อมกับถนน Nguyen  Hue  ซึ่งเป็นที่ตั้งของสภาประชาชน  (People’s Committee Building) ซึ่งมีรูปปั้นโฮจิมินห์ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า  บางครั้งคนก็เรียกที่นี่ว่า โฮจิมินห์ ซิตี้ ฮอลล์  จุดนี้คือ สัญลักษณ์ของโฮจิมินห์ที่ใช้เป็นจุดตั้งหลัก เวลาหลงทิศ หลงทาง 

 

                    
 
              เดินทางจากโฮจิมินห์ ซิตี้ ฮอลล์ ไปอีกไม่ไกลเป็นตลาดเบนทันห์ (Ben Thanh Market)  ที่เป็นจุดสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมือง   ใคร ๆ  ก็นิยมไปเดินตลาดนี้ สินค้าในตลาดเบ็นทันห์มีหลากหลาย ตั้งแต่ของใช้ เสื้อผ้า อาหาร ผัก ผลไม้ เครื่องประดับ ของฝาก ของที่ระลึก  ไม่ว่าในชีวิตของคนเราต้องใช้สิ่งใดบ้าง สิ่งนั้นจะมีในตลาดแห่งนี้ 
                ตลาดเบนทันห์ คึกคัก ทั้งกลางวัน กลางคืน  เพราะพอตกค่ำแถวนี้ก็สว่างไสว เต็มไปด้วยร้านอาหาร บรรยากาศคล้าย ๆ  เยาวราชบ้านเราไม่มีผิด 

 

      สีสันริมทาง

 

                ในช่วงเช้าถึงเย็น ถนนทุกสายของโฮจิมินห์ ซิตี้ ดูวุ่นวาย ขวักไขว่ไปด้วยมอเตอร์ไซด์นับร้อย นับพัน  แรก ๆ  ก็หวั่นใจว่าจะข้ามได้อย่างไร  พอนาน ๆ  ก็ชิน  เพียงแต่ดูสัญญาณไฟ และถ้าไม่มีสัญญาณไฟก็ดูจังหวะดี ๆ  เดินไปเรื่อย ๆ  ห้ามหยุด  คนขับมอเตอร์ไซด์เขาจะหลบหลีกเราไปเอง  เพราะถึงรถจะมาก แต่ก็ขับกันไม่เร็ว
 
                ส่วนยามค่ำคืน  แม้ห้างร้านหลายแห่งจะปิดลงอย่างรวดเร็ว  แต่เมืองก็มิได้หลับใหลไปเสียทีเดียว  เพราะคนเวียดนามนิยมไปนั่งพักผ่อนหย่อนใจ และจิบกาแฟสไตล์เวียดนาม ตามร้านกาแฟหรู ๆ  ที่ผุดขึ้นทั่วทุกมุมถนน  การจิบชากาแฟคุยกัน ถือเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของคนเวียดนามที่รับมาจากจีน  อีกทั้งในเวียดนามไม่ค่อยมีร้านเหล้า ผับ บาร์ มากนัก 

 

 ร้านกาแฟริมทาง

 

                นักลงทุนที่เข้ามาทำธุรกิจร้านกาแฟหรู ๆ  ที่ว่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนเวียดนามที่อพยพไปอยู่ต่างประเทศในช่วงสงคราม และมีฐานะดี เมื่อกลับเข้ามาอีกครั้งหลังเวียดนามเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจ  คนเหล่านี้จึงมาลงทุนในร้านลักษณะนี้กันมาก  ร้านแต่ละร้านหรูมากกว่าบ้านเราเยอะ
                นอกจากนี้ คนเวียดนามยังนิยมอาหารเย็นนอกบ้าน และดื่มเบียร์กันเป็นน้ำ  ในยามค่ำคืนจะเห็นร้านอาหาร และร้านเบียร์จำนวนมาก อัดแน่นไปด้วยผู้คน เห็นแล้วนึกไม่ออกว่าเจ้าของร้านจะนำเงินทองที่ได้ในแต่ละคืนไปเก็บไว้ที่ไหน  อาหารแต่ละมื้อไม่ใช่ถูก ๆ  ราคาเป็นแสนเป็นล้านด่อง หอบเงินกันเป็นปึก ๆ  ...   

         

                                                อาหารค่ำของฉันในร้านอร่อยที่คนแน่นมาก

 

                ย่านแสงสีที่คนนิยมไปกินอาหารกันอีกที่ คือ ย่านริมแม่น้ำไซ่ง่อน  ที่มีทั้งสวนสาธารณะ ร้านอาหารแบบเรือสำราญมากมาย จอดทอดสมอเรียงรายริมชายฝั่ง  บางทีมีวงดนตรีบรรเลงให้ฟังเพลิน ๆ  อีก  แต่เป็นวงดุริยางค์ทหารเรือน่ะ 

 

           ค่ำคืนที่ริมน้ำไซ่ง่อน
 
                ไหน ๆ  ก็มาโฮจิมินห์  มีสิ่งที่ไม่ควรพลาด คือ การไปอุโมงค์กูจี  (Cu Chi Tunnel)   ซึ่งอยู่นอกเมืองออกไปไกล   ต้องไปซื้อตั๋วกับบริษัททัวร์ที่รับจัดการการเดินทาง   ราคา 5 เหรียญ   จากนั้นเขาจะมีรถบัสพาไปไกลเกือบ 30 กิโลเมตรได้   แล้วไปเสียค่าเข้าชมอีกต่างหากที่ประตูทางเข้า   ในรถบัสจะมีไกด์คอยอธิบาย – อำนวยความสะดวกด้วย   ซึ่งก็ดีกว่าการเช่ารถไปเอง ก่อนไปกูจีไกด์จะพามาดูโรงงานทำของที่ระลึก เป็นงานศิลปะเขียนไม้ลงรัก ปิดทอง ทำเป็นอุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ และภาพศิลปะที่สวยงาม เป็นโรงงานของทหารผ่านศึก 

 

 

 หุ่นทหารในพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง               หลุมขวากที่น่าหวาดเสียว

 

การแสดงภาพจำลองสภาพชีวิตทหารเวียดกง

  

   อุปกรณ์ที่ใช้ขุดอุโมง                            นักท่องเที่ยวกินมันสำปะหลังต้ม อาหารหลักเวียดกง

 

                อุโมงค์กูจีนี้ มีความสำคัญกับชัยชนะของกองทัพเวียดกงต่อสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามเวียดนาม  เพราะเครือข่ายอุโมงค์มีความยาวรวมกันกว่า 200 กิโลเมตร  เป็นที่ซึ่งเวียดกงกว่า 80,000 คนใช้เป็นที่ซ่องสุมผู้คน อาวุธ และอุปกรณ์ทุกอย่างที่ใช้ต่อสู้กับรัฐบาลเวียดนามใต้ และทหารอเมริกัน 
                ทุกวันนี้ อุโมงค์กูจี เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง จัดแสดงข้าวของทั้งอาวุธ และเครื่องใช้ ตลอดจนวิถีชีวิตของทหารเวียดกง  โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทดลองลงไปเดินในอุโมงค์ เป็นช่วง ๆ   สำหรับฉันเป็นพวกกลัวความอึดอัด คับแคบ จึงสมัครใจเดินชมนก ชมไม้อันร่มรื่นในป่ากว้างใหญ่จะดีกว่า                   
                เห็นคนที่ลงไปไม่กี่นาที แล้วรีบโผล่ขึ้นมาแล้วก็อดขำไม่ได้ ก็อุโมงค์ขุดสำหรับรูปร่างของทหารเวียดกงที่แต่ละคนผอมบาง ตัวเล็ก ๆ  แต่พวกฝรั่งตัวโตเป็นตึก เข้าไปแล้วจะมุดไปได้ยังไง  บางคนบอกว่าต้องเดินแบบลิง  บางคนว่าต้องคลานแบบหมา ... ตลกดี
 
                โฮจิมินห์ ซิตี้ ถือเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของเวียดนาม  มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณสิบล้านคน  มีชื่อเดิมว่าไซ่ง่อน (Saigon)  ตามชื่อแม่น้ำสายสำคัญของเมือง ไซ่ง่อนเป็นเมืองหลวงของเวียดนามใต้อยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1954 -1975  เมื่อกองทัพเวียดกงจากเวียดนามเหนือสามารถชนะกองทัพสหรัฐฯ  และรัฐบาลเวียดนามใต้ได้  ไซ่ง่อนจึงถูกรวมเข้ากับกียาดินห์ (Gia Dinh) จังหวัดที่อยู่ติดกัน  แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นโฮจิมินห์ ซิตี้  เพื่อรำลึกถึงโฮจิมินห์ บิดาแห่งการปลดปล่อยประเทศเวียดนามจากอาณานิคม