สังคมเวียดนามไม่ค่อยมีคนแก่ มีแต่คนในวัยทำงาน ทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็ว

 

 

                ฉันไปเวียดนามมา เป็นการท่องเที่ยวแบบลุยเดี่ยวเป็นเวลานาน เพื่อจะพบเห็นเรื่องราวมากมาย เลยอยากแบ่งปันและเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่ได้พบ

 

                เวียดนามวันนี้ ต่างไปจากที่หลายคนเคยคาดคิด หรือรับรู้มา ภาพผู้คนตัวเล็ก ๆ  หน้าตาทุกข์โศก ตื่นตระหนกกับสงคราม  ภาพผู้อพยพทางเรือ และความหวาดกลัวในแววตาได้เลือนหายไปแล้ว   เหลือแต่เมืองธุรกิจที่ก่อตัวขื้นแบบก้าวกระโดด  ซึ่งอีกไม่นานก็คงจะเหมือนประเทศอื่น ๆ ที่เติบโตไปกับกระแสทุนนิยมก่อนหน้านี้

 

                แม้เวียดนามจะปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ ที่รัฐบาลควบคุมกิจการทุกอย่าง  โดยเฉพาะกิจการที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน  แต่ในปัจจุบันรัฐได้แก้กฎหมายให้ประชาชนสามารถทำธุรกิจ และครอบครองทรัพย์สินต่าง ๆ ได้  อีกทั้งเปิดประเทศให้มีการลงทุนจากต่างชาติมากขื้น  โดยไม่ต้องลงทุนร่วมกับธุรกิจเวียดนามเหมือนก่อน

 

                ดังนั้น  เราจึงเห็นธุรกิจ และสินค้าต่างชาติมากมายผุดขึ้นที่เวียดนามเหมือนดอกเห็ด  ประชากรเวียดนามมีมากถึง ๘๖ ล้านคน  เวียดนามกำลังอยู่ในช่วงเบบี้บูมเมอร์ ครอบครัวหนึ่งมีลูกหลายคนเป็นส่วนใหญ่ 

 

                จนรัฐบาลต้องออกกฎหมายให้ข้าราชการมีลูกได้เพียง 2 คน  ถ้ามากกว่านั้นรัฐจะไม่รับผิดชอบ  เผลอ ๆ  อาจเป็นเหตุให้งานการไม่ก้าวหน้า  รัฐบาลคาดการณ์ว่าในปี 2024 เวียดนามจะมีประชากรเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย

 

                ก่อนหน้านี้คนเวียดนามจำนวนมาก เสียชีวิตไปในช่วงสงครามอันยาวนาน  ทำให้ปัจจุบันเวียดนามมีจำนวนผู้สูงอายุในสัดส่วนที่น้อย  เมื่อเทียบกับคนในวัยทำงาน

                ประชากรเกินครึ่งของประเทศมีอายุไม่เกิน 40 ปี  คนกลุ่มนี้เป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ  มีกำลังซื้อ และเปิดรับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี 

 

                นอกจากจำนวนประชากรที่มากแล้ว  ชาวเวียดนามยังเป็นคนที่มีการศึกษามากถึง 95%  เพราะรัฐบาลออกกฎหมายให้ทุกคนต้องเรียน  ในแต่ละหมู่บ้านมีเจ้าหน้าที่ตรวจตราอย่างเข้มงวด สังคมเวียดนามเป็นสังคมของคนรู้หนังสือ  คนอ่านหนังสือมากกว่าดูโทรทัศน์ และหนังสือราคาถูกมากเมื่อเทียบกับบ้านเรา  เพราะปริมาณคนอ่านมาก จำนวนพิมพ์มาก ทำให้ราคาถูกแทบไม่น่าเชื่อ

 

                รัฐบาลส่งเสริมการศึกษา  โดยให้เด็ก ๆ  เรียนฟรี  และสนับสนุนในด้านอื่น ๆ  ที่เอื้อให้เด็ก ๆ  อยากเรียนหนังสืออีกด้วย 

 

                เวียดนาม มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง  แม้จะประสบปัญหาต้องปรับค่าเงินด่อง  แต่ก็กระทบกับประชาชนน้อยมาก  เพราะกิจการสาธารณูปโภคต่าง ๆ  ที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิตของประชาชนดำเนินการโดยรัฐ หรือภายใต้การควบคุมของรัฐ  ทำให้ราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ยังตรึงราคาไว้ได้   

 

                เวียดนามมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีป่าไม้ มีน้ำมัน มีอาหารทะเล  เพราะมีชายฝั่งทะเลที่ยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ทางด้านตะวันออกของประเทศ  เวียดนามปลูกข้าว ปลูกพืช ผักผลไม้ที่หลากหลาย ตามสภาพภูมิประเทศ  ความอุดมสมบูรณ์ของเวียดนาม ต่อให้ปิดประเทศอยู่เฉย ๆ  พวกเขาก็ไม่อดตาย 

                เหนืออื่นใด  เวียดนามมีความมั่นคงทางการเมือง  มีนโยบายที่แน่นอนและต่อเนื่องในการพัฒนาประเทศ  เพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการเติบโตของเวียดนามที่มากกว่าใคร ๆ  ในภูมิภาคแถบนี้ 

 

                นี่คือข้อได้เปรียบของเวียดนามในภูมิภาคเอเชีย  ในบทต่อไปจะวิเคราะห์ถึงข้อเสีย และจุดอ่อนของสังคมเวียดนาม และคนเวียดนาม  ถือเป็นการรู้เขารู้เราก่อนไปเที่ยวเวียดนามด้วยกัน  เพราะการจะไปที่ไหนสักที่ต้องเรียนรู้สถานที่ที่เราจะไปให้ทะลุปรุโปร่งเสียก่อน