ประโยชน์ที่ได้จากการนำวิชาการจัดการเรียนรู้ 4 Mat

ประโยชน์ที่ได้จากการนำวิชาการจัดการเรียนรู้ 4 Mat

ประโยชน์ที่ได้จากการนำนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ 4 Mat

ประโยชน์ที่ได้จากการนำนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ 4 Mat

  

ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน

 

          ผู้บริหารที่ดีควรสนับสนุนให้ครู - อาจารย์ ใช้วิธีการจัดการเรียนรู้นวัตกรรม 4 Mat ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพราะเป็นวิธีการ

กระตุ้นพัฒนาสมองผู้เรียน ทั้งซีกซ้ายและซีกขวา ดังนั้นจึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนและผู้สอน  ดังต่อไปนี้

 

                  ก. ด้านผู้สอน 

                      1.  สอนอย่างมีความสุข เพราะสามารถจูงใจให้ผู้เรียนสนใจใฝ่รู้ในกิจกรรมการเรียนการสอน เพราะผู้สอนคำนึงถึงความสามารถ

          ในการรับรู้ของผู้เรียนตามความถนัดและความสนใจ โดยผู้สอนตระหนักว่า ผู้เรียนมีความแตกต่างกัน 4 แบบ  ได้แก่

                          1.1 ผู้เรียนที่ถนัดการใช้จินตนาการ

                          1.2 ผู้เรียนที่ถนัดในการวิเคราะห์

                          1.3 ผู้เรียนที่ถนัดใช้สามัญสำนึก

                          1.4 ผู้เรียนที่สนใจค้นพบความรู้ด้วยตนเอง

                       เมื่อครูเข้าใจผู้เรียนทั้ง 4 แบบ  และจัดการเรียนการสอนได้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ ก็จะทำให้ผู้เรียนเรียนอย่างมีความสุข

          ยังผลให้ผู้สอน สามารถจัดการเรียนการสอนได้บรรลุตามจุดประสงค์

                      2.  ผู้สอนสามารถส่งเสริมผู้เรียน ให้ได้รับความรู้และประสบการณ์แตกต่างกัน โดยคำนึงถึงความแตกต่างกันระหว่างบุคคล

          ด้วยวิธีการกระตุ้นทั้งสมองซีกซ้ายและซีกขวา  ทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อบทเรียนและได้รับความรู้เต็มศักยภาพ

                      3.  ผู้สอนเกิดความภาคภูมิใจ ที่ได้ปฎิบัติหน้าที่ครู ที่ได้จัดการเรียนรู้เต็มศักยภาพ

                  ข. ด้านผู้เรียน

                      1.  ผู้เรียนเรียนอย่างมีความสุข เพราะสมองซีกซ้ายและซีกขวา ได้ทำงานสอดรับกันอย่างกลมกลืน จากการยึดหลักการสอนของครู

          ตามวิธีการจัดการเรียนรู้ แบบ 4 Mat โดยยึดหลักคำถาม 4 ตัว คือ Why , What , How , If  กล่าวคือ กิจกรรมการเรียนรู้จะหมุนวนตามเข็ม

          นาฬิกา  ไปจนครบทั้ง 4 ช่วง 4 แบบ ( Why , What , How , If  ) แต่ละช่วงจะแบ่งเป็น 2 ขั้น  โดยจะเป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียน

          ได้ใช้สมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวามสลับกันไป ดังนั้นขั้นตอนการเรียนรู้ จะมีทั้งสิ้น 8 ขั้นตอน  ได้แก่

                          1.1 ช่วงที่ 1 แบบ Why ?/ สร้างประสบการณ์เฉพาะของผู้เรียน ประกอบด้วย

                               ขั้นที่ 1 (กระตุ้นสมองซีกขวา)  ได้แก่การสร้างประสบการณ์ตรงที่เป็นรูปธรรมแก่ผู้เรียน

                               ขั้นที่ 2 (กระตุ้นสมองซีกซ้าย)  ได้แก่การที่ครูให้นักเรียนไตร่ตรองวิเคราะห์ประสบการณ์จำลองจากกิจกรรมขั้นที่ 1

                          1.2 ช่วงที่ 2 แบบ What ?/ พัฒนาความคิดรวบยอดของผู้เรียน ปรกอบด้วย

                               ขั้นที่ 3 (กระตุ้นสมองซีกขวา)   โดยครูกระตุ้นให้ผู้เรียนรวบรวมประสบการณ์และความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจพื้นฐานของ

                               แนวคิด หรือ ความคิดรวบยอดอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง

                               ขั้นที่ 4 (กระตุ้นสมองซีกซ้าย)   พัฒนาทฤษฎีและแนวคิด การเรียนรู้เกิดจากการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาสมองซีกซ้าย 

                               ครูให้นักเรียนวิเคราะห์และไตรตรองแนวคิดคิดที่ได้จากขั้นที่ 3 และถ่ายทอดเนื้อหาข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องกับแนวคิดที่ได้

                               ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาแนวคิดนั้นๆ ต่อไป

                          1.3 ช่วงที่ 3 แบบ How?/ การปฎิบัติและการพัฒนาแนวคิดออกมาเป็นการกระทำ

                               ขี้นที่ 5 (กระตุ้นสมองซีกซ้าย)   ดำเนินตามแนวคิดและลงมือปฎิบัติหรือทดลอง

                               ขั้นที่ 6 ( กระตุ้นสมองซีกขวา)   ต่อเติมเสริมแต่งและสร้างองค์ความรูด้วยตนเอง

                          1.4 ช่วงที่ 4 แบบ iF ?/ เชื่อมโยงการเรียนรู้จากการทดลองด้วยตนเอง จนเกิดเป็นความรู้ที่ลุ่มลึก ประกอบด้วย

                               ขั้นที่ 7 (กระตุ้นสมองซีกซ้าย)   วิเคราะห์แนวทางที่จะนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และเป็นแนวทางสำหรับการเรียนรู้

                               เพิ่มเติมต่อไป

                               ขั้นที่ 8 (กระตุ้นสมองซีกขวา)    ลงมือปฎิบัติและแลกเปลี่ยนประสบการณ์

                          ในการเรียนรู้แต่ละช่วงแต่ละขั้น ครูจะต้องมีบทบาทแตกต่างกันตามสถานการณ์ต่างๆ  กล่าวโดยสรุปคือ 

                       ในช่วงที่ 1 ครูต้องสร้างบรรยากาศให้นักเรียนเกิดความใฝ่รู้  และกระตือรือร้นในการหาประสบการ์ใหม่อย่างมีเหตุผล

                       ในช่วงที่ 2 ครูต้องจัดกิจกรรมให้ผู้เรียน ได้คิด เพื่อให้ผู้เรียนที่ชอบการเรียนรู้ โดยการลงมือปฎิบัติจิง สามารถปรับประสบการณ์และ

                               และความรู้สร้างเป็นความคิดรวบยอดในเชิงนามธรรมได้

                       ในช่วงที่ 3 ครูต้องมีบทบาทและเป็นผู้นำ และอำนวยความสะดวก เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์

                       ในช่วงที่ 4 ครูมีบทบาทเป็นผู้ประเมินผลงานของนักเรียนและกระตุ้นให้นักเรียนคิดผลงานใหม่ๆต่อไป

                   2. การจัดการเรียนการสอนด้วยนวัตกรรม แบบ 4Mat  นับได้ว่า เป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียน คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาได้

                      โดยใสมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวา เป็นไปตามนโยบายการปฎิรูปการศึกษา ที่ต้องให้ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่ง ( คิดเป็น ทำได้ )

                      สามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

                   3. ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น ใฝ่เรียนใฝ่รู้อยู่เสมอ เนื่องจากสมองถูกกระตุ้นให้ใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น จึงได้ผู้เรียนที่มีคุณภาพ

                      มีความคิดอย่างเป็นระบบ อันส่งผลถึงการดำเนินชีวิตของผู้เรียนต่อไป

                   4. นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ 4Mat สามารถบูรณาการ ( ผสมผสาน ) ในการจัดการเรียนการสอนในทุกรายวิชา เพราะต้องการส่ง

                      เสริม ให้ผู้เรียนคิดเป็น และคิดอย่างเป็นระบบ

                   5. ผู้เรียนมีแรงจูงใจ ที่อยากเรียนอยากรู้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากครูจัดการเรียนรู้ที่ตรงกับความสามารถที่ตรงกับความถนัดของตนเอง

                      ( ตามวิธีการทั้ง 4 แบบ ของการเรียนรู้แบบ 4 Mat )

               ค. ด้านผู้บริหาร

                         หากผู้บริหาร มีความรู้ความเข้าใจ และส่งเสริมการเรียนร้แบบ 4Mat ให้แก่ครูผูสอน และนักเรียนนักศึกษาอย่างจริงจัง

  ด้วยการเสริมแรง สนับสนุนให้กำลังใจ ตลอดจนชื่นชมเผยแพร่ผลงานการสอนด้วยวิธีการ 4Mat ที่สัมฤทธิ์ผล ก็จะทำให้การจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษานั้นๆ บังเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

                ง.  ด้านผู้ปกครองและชุมชน

                     การจัดการเรียนรู้แบบ 4Mat จะสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ปกครอง เพราะ ครูได้ใช้ความรู้ความสามารถสร้างแรงจูงใจ

 และจัดการเรียนรู้โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ส่งเสริมกระตุ้นให้ผู้เรียน รักเรียน ใฝ่รู้ เมื่อเรียนได้บังเกิดผลดีและเกิดประสิทธิภาพ ผู้ปกครอง

 ก็ย่อมพึงพอใจ ที่บุตรหลานพํมนาตนเอง และยังผลให้เกิดประโยชน์การพัฒนาชุมชนต่อไป

          

           กล่าวโดยสรุป นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ แบบ 4 Mat จึงสร้างผลดีให้แก่ทั้งตัวผู้สอน ผู้เรียน ผู้บริหาร ผู้ปกครอง และชุมชน  ได้รับประโยชน์โดยทั่วกัน  อย่างไรก็ตาม บุคคลที่สำคัญที่สุดที่จะทให้การจัดการเรียนรู้ แบบ 4Mat บรรลุผลได้ คือ ตัวครูผู้สอนและผู้เรียน ซึ่งจะต้องดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน 4Mat อย่างจริงจังและจริงร่วมกัน จึงจะทำให้บรรุลผลได้ตามที่ตั้งไว้

 

 

การจัดการเรียนรู้นวัตกรรม 4 Mat นั้นสำคัญ

                                                       ต้องมุ่งม่นรังสรรค์อย่างเต็มที่

                                                       ทั้งครูศิษย์และทุกฝ่าย บรรดามี

                                                       ร่วมฤดี ร่วมดำเนิน เพลิดเพลินใจ

                                                            เพราะจักได้ความรู้ ดังหมายมุ่ง

                                                            ควรผดุงวางแนวทาง ให้เดินได้

                                                            กระนั้นแล้ว 4 Mat ที่กล่าวไว้

                                                            จึงยังประโยชน์ได้ มากมายทวี

                

                                                                                      สะอาด   รอดคง

                                                                                     19 ธันวาคม 2552