
บริษัท Canon ได้ทำการเปิดตัวกล้อง DSLR รุ่น EOS 7D ออกมาท่ามกลางกระแสความนิยมสูงสุดของเหล่าบรรดาช่างภาพ ทั้งระดับมือสมัครเล่นที่จริงจัง และช่างภาพมืออาชีพทั่วโลกที่ต้องการกล้องถ่ายภาพประสิทธิภาพสูง แข็งแรงทนทาน ควบคู่ไปกับฟังก์ชันอันชาญฉลาดที่หลากหลายเพื่อรองรับรูปแบบ การใช้งานระดับมืออาชีพได้อย่างเต็มที่เช่นเดียวกับกล้องระดับโปร (ซึ่งมีราคาสูงกว่า) ดังที่จะเห็นได้จากการเปิดตัวกล้อง DSLR ระดับกึ่งมืออาชีพมากมายหลายรุ่น ในท้องตลาดที่กำลังมีการแข่งขันอย่างเข้มข้นอยู่ในขณะนี้ แน่นอนว่าถึงแม้ทาง Canon เองก็มีกล้องระดับกึ่งมืออาชีพในตระกูล EOS ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงมาโดยตลอด ตั้งแต่รุ่น 30D 40D มาจนถึงรุ่น 50D ล่าสุด (ที่ได้ถูกอัพเกรดมาจากรุ่น 40D) ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเคย แต่การที่จะรับมือกับกล้องคู่แข่งรุ่นใหม่ๆ และสามารถยืนหยัดเป็นหนึ่งในผู้นำที่โดดเด่นนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเหมือนดังเช่นที่ผ่านมา เนื่องจากกล้องรุ่นใหม่ๆ จากทางค่ายอื่นๆ นั้นต่างก็มีการงัดเอากลยุทธ์ทุกรูปแบบต่างๆ ออกมาฟาดฟันกัน ทั้งในด้านคุณสมบัติที่น่าสนใจใหม่ๆ และราคาค่าตัวที่ลดลง เพื่อแย่งชิง ส่วนแบ่งทางการตลาดกันอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็น กล้องรุ่น D300s ที่ถูกอัพเกรดขึ้นมาจากรุ่น D300 จากค่าย Nikon กล้อง Sony A700 หรือ กล้อง K-7 รุ่นล่าสุดจาก Pentax ทำให้ทาง Canon ได้ตัดสินใจปล่อยหมัดเด็ดออกมาด้วยการส่งกล้องรุ่น EOS 7D ตัวล่าสุดที่อัดแน่นไปด้วยประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองทุกความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับประจำ หรือผู้ใช้ค่ายอื่นที่กำลังตัดสินใจเลือกค่ายอยู่ก็ตาม
เมื่อมองแค่เพียงผิวเผินแล้ว กล้อง EOS 7D นั้น อาจจะมีรูปร่างหน้าตารวมถึงขนาดของตัวกล้องที่มีความ ใกล้เคียงกับกล้องรุ่น EOS 50D ค่อนข้างมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วกล้อง EOS 7D เป็นกล้องที่บรรจุเทคโนโลยีขั้นสูงแบบใหม่ล่าสุดเข้าไปในแทบทุกจุดของตัว กล้องอย่างเต็มที่ จนเห็นได้ชัดว่านี่เป็นกล้องรุ่นล่าสุดของตระกูล EOS ที่ถูกจัดวางไว้ระหว่างกล้อง EOS รุ่น 50D กับ รุ่น EOS 5D Mark II มากเสียกว่าจะเป็น การอัพเกรดขึ้นมาจากกล้องรุ่น 50D อย่างที่หลายคนคาดคิด
กล้อง EOS 7D ยังคงให้ความรู้สึกมั่นคงทุกครั้ง ที่หยิบจับกล้องขึ้นมา ด้วยน้ำหนักที่หน่วงมือของบอดี้ ซึ่งผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอยที่แข็งแรงแต่มีน้ำหนัก เบา อีกทั้งยังได้รับการซีลรอยต่อรอบๆ ตัวกล้อง (Environmental Protection) เพื่อป้องกันความชื้นและฝุ่นผงอย่างแน่นหนา เช่นเดียวกับที่พบได้ในกล้องฟิล์มในตำนานอย่าง EOS 1N ของ Canon รูปแบบการจัดวางตำแหน่งของปุ่มควบคุมของกล้อง EOS 7D ได้รับการออกแบบใหม่หมด อาจจะทำให้ผู้ใช้ดั้งเดิมของ Canon รู้สึกสับสนบ้างเล็กน้อยเนื่องจากรูปแบบที่คล้ายกับกล้อง Nikon ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นการย้ายปุ่มควบคุมส่วนใหญ่ให้เรียงเป็นแนวตั้งอยู่ทางด้านซ้าย ของจอ LCD รวมถึง การแยกสวิตช์เปิด-ปิดการทำงานของกล้อง (ON/OFF) ออกจากสวิตช์แบบคานโยกด้านข้างแป้นหมุนปรับค่าการทำงาน (Control dial) ที่คุ้นเคย ซึ่งจุดนี้มักจะสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้ในช่วงแรกๆ (หรือแม้แต่บางคนที่ใช้บ่อยๆ ก็ตาม) จากความเคยชินที่ต้อง เลื่อนคานโยกนี้ให้เลยผ่านตำแหน่ง “ON” ก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นจะไม่สามารถปรับตั้งค่าได้จากแป้นหมุนปรับค่าถ่ายภาพได้

แป้นหมุนปรับโหมดถ่ายภาพหลักด้านบนของ ตัวกล้องรวมถึงปุ่มกดต่างๆ มีขนาดใหญ่ เลื่อนปรับ หรือกดตั้งค่าได้อย่างถนัดมือแม้จะสวมถุงมือเพื่อใช้ งานในสภาพอากาศที่หนาวเย็นก็ตาม ด้านบนฝั่งตรงข้ามเป็นที่อยู่ของจอ LCD ควบคุมการทำงานของ กล้องขนาดใหญ่ ง่ายต่อการตรวจสอบ เช็คดูค่าต่างๆ ของกล้องที่ถูกปรับตั้งไว้ได้อย่างละเอียดชัดเจน อาทิ ค่าไวท์บาลานซ์ โหมดของระบบวัดแสง โหมดไดรฟ์ ค่าการชดเชยแสง จำนวนภาพที่เหลือ ค่า ISO ค่าความเร็วชัตเตอร์ และช่องรับแสง เป็นต้น โดยจะมีสวิตช์สำหรับเลือกใช้งานระหว่างฟังก์ชัน Live View กับโหมดบันทึกวิดีโอแยกออกมาโดยเฉพาะ และมีปุ่ม Start/Stop อยู่ตรงกลางเพื่อกดใช้งานได้โดยตรง ทำให้ง่ายต่อการเลือกกดเพื่อใช้งาน ซึ่งนี่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงก้าวสำคัญในการรวมเอาเทคโนโลยีการบันทึกภาพ เคลื่อนไหวเข้ากับกล้องถ่ายภาพนิ่งได้อย่างกลมกลืนและตั้งใจ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ฟังก์ชันเสริม ที่ถูกบรรจุเข้าไปในกล้องเหมือนเช่นในช่วงแรกๆ
กล้อง EOS 7D มาพร้อมจอ LCD ขนาด 3 นิ้ว รุ่นล่าสุดแบบ Clear View II ที่ไม่เพียงให้ภาพที่มีความชัดเจน คมชัด จากความละเอียดของจอที่สูงมากขนาด 920,000 พิกเซล แต่ทาง Canon ยังได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการป้องกันแสงสะท้อน ด้วยการใช้เทคโนโลยีลดช่องว่างภายในตัวจอ (Gapless Technology) ช่วยให้ภาพบนจอ LCD มีความคมชัด และมีคอนทราสต์ที่สูงขึ้นได้อย่างน่าประทับใจ อีกทั้ง ยังมีการใช้กระจกพิเศษช่วยป้องกันรอยขีดข่วนในการ ใช้งาน รวมทั้งมีระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพแสง เพื่อให้ค่าความสว่างของหน้าจอให้โดยอัตโนมัติอีกด้วย
คุณสมบัติเด่นของกล้อง EOS 7D อีกจุดหนึ่ง ที่คุณสามารถจะรู้สึกได้แทบจะในทันทีที่แนบตาเข้ากับช่องมองภาพก็คือ ประสิทธิภาพของช่องมองภาพ (Viewfinder) ที่ครอบคลุมพื้นที่ 100% และมีกำลังขยาย 1.0x (EOS 50D ครอบคลุมพื้นที่ 95% และมีกำลังขยาย 0.95x) ช่วยให้การเล็งภาพเพื่อจัดองค์ประกอบภาพทำได้อย่างชัดเจน และแม่นยำได้อย่าง น่าประทับใจ

ประสิทธิภาพโดดเด่นระดับมืออาชีพ
แน่นอนว่าเมื่อทาง Canon ตั้งใจผลิตกล้อง EOS 7D นี้ให้เป็นกล้องที่สามารถรองรับการใช้งานการถ่ายภาพ ทุกรูปแบบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เริ่มตั้งแต่การใช้เซ็นเซอร์ภาพแบบ CMOS ขนาด 22.3x14.9 มม. (APS-C) รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีความละเอียดสูงถึง 18 ล้านพิกเซล ซึ่งได้พัฒนาในส่วนของการถ่ายทอดรายละเอียดของภาพ และการควบคุมระดับการเกิด Noise ให้มีประสิทธิภาพสูงมากขึ้น ด้วยการออกแบบรูปแบบการจัดวางของวงจรและเซลล์รับแสงจากการใช้เทคโนโลยีล่า สุดแบบ Gapless Microlenses ที่เป็นการลดระยะห่างระหว่างเซลล์รับแสงกับไมโครเลนส์ลงให้น้อยที่สุด ช่วยให้แสงสามารถผ่านลงมาที่เซลล์รับแสงแต่ละตัวได้โดยตรงอย่างเต็มที่ ส่งผลให้สามารถบันทึกภาพด้วยค่า ISO ที่สูงมากๆ ได้อย่างมั่นใจ และให้ภาพถ่ายโดยรวมที่มีสีสันสดใสเคลียร์มากขึ้นจากเดิม ซึ่งเซ็นเซอร์ขนาด 18 ล้านพิกเซลรุ่นใหม่นี้ทำงานร่วมกับระบบประมวลผลภาพแบบ Dual “DIGIC4” อันทรงพลัง ทำให้สามารถรับมือได้กับฟังก์ชันถ่ายภาพประสิทธิภาพสูงต่างๆ ที่ต้องการ ความฉับไวในการประมวลผลที่ถูกต้อง และแม่นยำ โดยเฉพาะฟังก์ชันการบันทึกภาพต่อเนื่องความเร็วสูงขนาด 8 ภาพต่อวินาที (6.3 ภาพต่อวินาที ในรุ่น 50D) ได้ทั้งไฟล์ภาพแบบ JPEG และ RAW ซึ่งถือว่าน่าทึ่งมากสำหรับกล้องในระดับนี้ เช่นเดียวกับระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ 19 จุดทั้งภาพแบบใหม่ ที่มีการเพิ่มระบบ Spot AF เพื่อช่วยให้การปรับโฟกัส ในบริเวณเล็กๆ ทำได้อย่างแม่นยำแม้ฉากหลังในภาพจะมีรายละเอียดยากแก่การโฟกัสตามปกติก็ตาม
กล้อง EOS 7D ยังมีแฟลชป๊อป-อัพที่ให้แสงสว่างเป็นมุมกว้างมากกว่าปกติ (GN 12 เมตร ต่อ ISO 100) รวมถึงยังเป็นครั้งแรกของกล้อง Canon ที่มีระบบการ สั่งงานไฟแฟลชภายในกล้อง (Integrated Speedlite Transmitter) ที่สามารถควบคุมไฟแฟลชภายนอกได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม ซึ่งทำให้นี่เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชัน ที่มีประโยชน์มากโดยเฉพาะกับช่างภาพที่ชื่นชอบการใช้แฟลชแบบสร้างสรรค์ในการ ถ่ายภาพ
ฟังก์ชัน Live View และโหมดวิดีโอ Full-HD
กล้อง EOS 7D เป็นกล้องรุ่นที่ 3 ของ Canon ที่มีโหมดบันทึกภาพเคลื่อนไหวนับตั้งแต่กล้องรุ่น EOS 5D Mark II และ EOS 500D ซึ่งแน่นอนว่าทาง Canon มีความตั้งใจพัฒนาให้มีการใช้งานที่สะดวก ง่ายต่อการใช้งาน รวมถึงมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น เริ่มตั้งแต่การออกแบบปุ่มควบคุมฟังก์ชัน Live View และโหมดวิดีโอแยกออกจากกัน ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกปรับใช้งานได้ตามความต้องการ โดยฟังก์ชัน Live View ของ EOS 7D มีรูปแบบที่ใกล้เคียงกับที่พบในรุ่น EOS 5D Mark II ไม่ว่าจะเป็นวิธีการชมภาพ และระบบการปรับโฟกัสอัตโนมัติมาตรฐานแบบ Phase-detection AF Sensor (AF Quick) ที่ทำการหาโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว หรือแบบ Contrast detection (AF Live) ที่ให้ผลลัพธ์แม่นยำและยืดหยุ่นมากกว่า (ถึงแม้ว่าอาจจะช้ากว่าและไม่ได้ใช้เซ็นเซอร์ AF 19 จุด) ส่วนโหมดวิดีโอของ EOS 7D ซึ่งจัดว่าเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันที่โดดเด่นมาก ด้วยประสิทธิภาพในการบันทึกภาพวิดีโอความละเอียดสูงระดับ Full-HD (1920x1080 พิกเซล) ควบคู่ไปกับระบบควบคุมการทำงานทั้งในแบบอัตโนมัติ และแบบแมนวลเต็มรูปแบบ (M) ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับตั้งค่าชัตเตอร์สปีด ช่องรับแสง รวมถึงค่าความไวแสงได้เอง อีกทั้งยังสามารถเลือกจำนวนเฟรมภาพที่ต้องการบันทึกได้ถึง 3 แบบ ได้แก่ 30 25 หรือ 24 เฟรมต่อวินาที ซึ่งแน่นอนว่า รูปแบบการใช้งานของโหมดวิดีโอในกล้อง DSLR นั้น อาจจะยังไม่สามารถเทียบเท่ากับการทำงานของกล้อง แคมคอร์เดอร์ตัวจริง แต่ด้วยคุณสมบัติเฉพาะของภาพจากเซ็นเซอร์ภาพขนาดใหญ่ ที่ให้ช่วงความชัดตื้นที่สวยงาม และจำนวนเลนส์ถ่ายภาพที่มีให้เลือกใช้มากมาย ทำให้การนำเอากล้อง DSLR มาบันทึกวิดีโอกลายมาเป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่กำลังมาแรงอยู่ในปัจจุบัน
นอกจากนี้แล้วยังมีฟังก์ชันและอุปกรณ์เสริมพิเศษอีกมากมายที่จะช่วยส่ง เสริมระบบการทำงานของกล้อง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ ฟังก์ชันตัววัดระดับความเอียงของตัวกล้องแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic level) ที่แสดงค่าความเอียง และมุมก้ม/เงย ของตัวกล้องให้เห็นทั้งในช่องมองภาพ และบนจอ LCD ด้านหลังของกล้อง หรือจะเป็นแบตเตอรี่กริปรุ่น BG-E7 (อุปกรณ์เสริม) ที่ช่วยเพิ่มความถนัดในการจับถือ และเพิ่มจำนวนภาพ ในการบันทึกให้มากขึ้นได้เกือบ 2 เท่า รวมถึง Wireless Grip รุ่น WFT-E5 (อุปกรณ์เสริม) ที่ทำให้สามารถส่งผ่านข้อมูลแบบไร้สายระหว่างตัวกล้อง และเครื่องคอมพิวเตอร์ได้โดยตรงทันที
กล้อง EOS 7D จึงเป็นกล้อง DSLR ระดับกึ่งมืออาชีพที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย และมีประสิทธิภาพอันน่าทึ่ง ไม่ว่าจะจากเซ็นเซอร์ความละเอียดสูง ระบบประมวลผลภาพอันชาญฉลาด โหมดบันทึกภาพต่อเนื่องระดับ 8 ภาพต่อวินาที ฟังก์ชันวิดีโอความละเอียดสูงระดับ Full-HD รวมถึงฟังก์ชันที่มีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย สมกับการเป็นกล้อง DSLR ที่ได้ผลิตมาอย่างตั้งใจเพื่อให้มาเป็นกล้องระดับแนวหน้าตัวใหม่ล่าสุดของ Canon ที่จะมาสร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการถ่ายภาพได้อีกครั้งอย่างไม่ต้อง สงสัย

ระบบวัดแสงล่าสุดแบบ iFCL ให้ภาพที่มีโทนสีสวยงามเป็นธรรมชาติด้วยค่าการเปิดรับแสงที่แม่นยำ

เซ็นเซอร์ภาพแบบ CMOS ความละเอียด 18 ล้านพิกเซลรุ่นใหม่ให้ภาพถ่ายที่คมชัด เต็มไปด้วยรายละเอียดทั้งในส่วนไฮไลต์และชาโดว์

เซ็นเซอร์ภาพความละเอียด 18 ล้านพิกเซล
กล้อง EOS 7D ใช้เซ็นเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดแบบ CMOS APS-C (22.3x 14.9 มม.) ความละเอียด 18MP ที่ถูกพัฒนาและปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยการออกแบบวงจรภายในและ เซลล์รับแสงแบบใหม่ ช่วยลดการเกิด Noise และให้ภาพที่ใสเคลียร์มากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังมีการใช้เทคโนโลยีแบบ Gapless Microlens เช่นเดียวกับที่พบได้ในรุ่น EOS 50D แต่มีการลดระยะห่างระหว่าง Microless กับ Photodiodes ลงไปอีก ช่วยให้แสงสามารถตกลงบนตัว Photodiodes ได้อย่างเต็มที่

ระบบประมวลผล Dual “DIGIC4” อันทรงพลัง
ระบบประมวลผลภาพอันชาญฉลาดเวอร์ชั่นล่าสุดแบบ Dual “DIGIC4” ได้รับการออกแบบเพื่อให้สามารถรับมือได้กับการทำงานที่ต้องการความรวดเร็ว และแม่นยำของฟังก์ชันใหม่ๆ ที่ถูกบรรจุไว้ในกล้อง EOS 7D อาทิ ฟังก์ชันการบันทึกภาพต่อเนื่องความเร็วสูงระดับ 8 ภาพต่อวินาที หรือประสิทธิภาพในการบันทึกภาพในสภาพแสงน้อยด้วยค่า ISO ที่สูงมากๆ ระดับ ISO 6400 โดยที่ยังมี Noise อยู่ในระดับที่ต่ำ

ระบบซีลป้องกันละอองน้ำและฝุ่นละออง
กล้อง EOS 7D ไม่เพียงแค่มีโครงสร้างที่ผลิตขึ้นมาจากแมกนีเซียม อัลลอยที่แข็งแรงและมีน้ำหนักเบา แต่ยังได้รับการซีลรอยต่อทั่วทั้งตัวกล้อง (Environmental Sealing) เพื่อช่วยป้องกันความชื้นและฝุ่นผงที่อาจจะเล็ดลอดเข้าไปในตัวกล้องในขณะใช้ งานในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน ได้อย่างมั่นใจ

จอแสดงผล
จอ LCD ขนาด 3 นิ้วรุ่นใหม่ แบบ Clear View II รุ่นใหม่ความละเอียด 920,000 พิกเซล และมีมุมมองขนาด 160 องศา ให้ภาพที่มีความคมชัดและมีรายละเอียดชัดเจนอย่างน่าประทับใจ

ประสิทธิภาพการบันทึกภาพความเร็วสูง
กล้อง EOS 7D สามารถทำการบันทึกภาพต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงขนาด 8 ภาพต่อวินาที (6.3 ภาพต่อวินาที ในรุ่น EOS 50D) ด้วยความละเอียดของไฟล์ภาพสูงสุด ซึ่งต้องยกความดีให้กับระบบการประมวลภาพล่าสุดแบบ Dual “DIGIC4” ที่มีประสิทธิภาพในการประมวลผล อย่างรวดเร็ว แม้จะมีไฟล์ภาพที่ใหญ่มากก็ตาม

รายละเอียด
เซ็นเซอร์ภาพแบบ CMOS ความละเอียดสูงและหน่วยประมวลผลภาพแบบ Dual “DIGIC4” ให้ภาพที่มีรายละเอียดครบถ้วนคมชัด ได้อย่างน่าทึ่ง อีกทั้งยังสามารถควบคุมการเกิด Noise ในภาพ ได้เป็นอย่างดี
ความคมชัด
ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ 19 จุด ของ EOS 7D ทำงานได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำฉับไว แม้ในสภาพแสงที่ต่ำมาก อีกทั้งยังมีโหมดโฟกัสภาพเฉพาะจุด (Spot AF) ซึ่งมีประโยชน์มากในการปรับโฟกัสตัวแบบที่มีขนาดเล็กมากๆ ได้เป็นอย่างดี

แบบอิเล็กทรอนิกส์
กล้อง EOS 7D มาพร้อมกับฟังก์ชันตัววัดระดับความเอียงแบบดิจิทัล (Dual Axis Electronic Level) ซึ่งจะแสดงค่าความเอียงในมุมก้ม/เงย และด้านข้างซ้าย/ขวา เป็นสเกลแสดงองศาอย่างชัดเจนเข้าใจง่ายให้เห็นในช่องมองภาพ หรือบนจอ LCD ได้ตามต้องการ

แฟลชรุ่นใหม่และฟังก์ชันควบคุมแบบไร้สาย
นับเป็นครั้งแรกของกล้องในตระกูล EOS ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันควบคุมแฟลชแบบไร้สาย (Integrated Speedlite Transmitter) ซึ่งสามารถควบคุมแฟลชภายนอกได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอีกทั้ง แฟลชแบบป๊อป-อัพในตัวยังถูกปรับปรุงให้มีความสว่างครอบคลุมพื้นที่ให้กว้าง มากกว่าเดิมอีกด้วย

ชอบ eos มาก แต่ไม่มี ตังค์ครับ 55555
ขอบคุณภาพสวย ๆ ข้อมูลกล้องดี ๆ ครับ ;)