อยู่เมืองหนองคาย

  พญานาค ถือเป็นสัตว์ที่อยู่คู่ตำนานทางพระพุทธศาสนามานาน พญานาคหลายคนเชื่อว่าเป็นสัตว์ที่มีตัวตนจริง แต่อยู่อีกภพหนึ่ง  คนที่มีสมาธิ มีบุญจึงจะสามารถ เห็นได้ แต่ข้าพเจ้ามีเรื่องเล่าให้ฟัง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ข้าพเจ้าไปงานญาติคนหนึ่ง เขาจมน้ำตายที่ฝายน้ำล้น ในเขตอำเภอบ้านม่วง สกลนคร พอทำฌาปนกิจศพเสร็จ วันต่อมาเขาก็นิมนต์พระมาสวดเจริญพระพุทธมนต์ที่บริเวณฝายน้ำล้นนั้น  พอพระสวดเจริญพระพุทธมนต์ได้ถึงบท กรณียเมตตัยสูตร ก็เกิดมีลมห่าแดงพัดเอาฝุ่นจนแดงทั่วท้องฟ้า ปลิวเข้ามาบริเวณที่พระเจริญพระพุทธมนต์ เกิดลมพัดอยู่นาน แม้พระจะเจริญพระพุทธมนต์เสร็จลมก็ยังพัดอยู่อย่างนั้น ต้นไม้เล็กขาดกันระนาว ต้นไม้ใหญ่กิ่งก้านก็เอนไปมา เหมือนจะขาดให้ได้ ข้าพเจ้าอยู่กับงานจนพระท่านกลับไปวัด ลมก็ยังไม่ยอมหยุด ผ้ใหญ่หลายคนก็พูดว่า คงจะไม่ได้เรื่องแล้วละคล้ายกับว่าพระไม่ศักดิ์สิทธิ์ สวดเจริญพระพุทธมนต์แล้วก็ยังไม่ดีขึ้น ทำนองนั้น แล้วชวนกันกลับบ้าน ก็เหลือผู้คนประมาณ ๔-๕ คนที่คอยเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยความหวาดกลัว ข้าพเจ้าก็ทนสู้อยู่กับเขาเพราะไม่เคยเห็นมาก่อนแบบนี้  พอลมพัดหนักเข้าข้าพเจ้าไม่รู้จะทำอะไรดูต้นไม้ ก็เหมือนจะหักโค่นลงมา ก็เลยนึกถึงคำที่แม่เคยบอกว่า วันที่ข้าพเจ้าเกิดนั้นแม่ฝันเห็นงูใหญ่น่ากลัวมาก นำเอาอะไรไม่ทราบมาส่งให้แม่ แล้วแม่ก็ตื่น ข้าพเจ้าก็เลยจับก้อนหินขึ้นมา ๓ก้อนแล้วอธิฐานว่าถ้าข้าพเจ้าเป็นลูกหลานพญานาคจริง ขอให้ลมหยุด และที่ตรงนี้ก็อย่าให้มีใครมาตายเพราะพญานาคนี้อีกเลย  ไม่น่าเชื่อลมหยุดกำลังอันบ้าคลั่งลงทันทีที่ข้าพเจ้าโยนก้อนลงน้ำตรงที่มีคนตาย ไม่ถึง ๕ นาที ลมก็สงบ จากนั้นมาก็ไม่มีใครตายที่บริเวณนั้นอีกเลยผ่านมา ๓ปีกว่าแล้ว นี้คือสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ประสบมาจริง