หวายเป็นพืชตระกูลปาล์มที่มีลำต้นยาวมาก
คนไทยผูกพันกับพืชชนิดนี้มานาน
และมีบทบาทต่อชีวิตของผู้คนมาถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม
เป็นเพราะสัดส่วนการเจริญเติบโตของหวายในธรรมชาติ
กับความต้องการใช้เป็นไปในลักษณะไม่สมดุล
ทำให้ปริมาณหวายในธรรมชาติมีน้อยลง
ที่ผ่านมามีการศึกษาเรื่องหวายอย่างจริงจัง โดยรองศาสตราจารย์อิศรา
วงศ์ข้าหลวง แห่งภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
หวายที่พบจะมากที่สุดในภาคใต้ จากการศึกษามีมากกว่า ๔๐
ชนิดขึ้นกระจายในพื้นที่หลายจังหวัด
โดยพบมากในท้องที่ป่าดิบชื้นทั้งที่ราบจนถึงยอดเขาสูง
สำหรับหวายที่พบในประเทศไทยมี ๖ สกุลด้วยกัน
แต่ที่พบมากที่สุดคือสกุลคาลามัส ชนิดของลำหวายที่พบมีตั้งแต่ ๓
เซนติเมตร ถึง ๑๕ เซนติเมตร ชนิดของหวายที่พบมากของไทย ได้แก่
หวายกำพวน หวาย ขี้เสี้ยน หวายน้ำ และหวายเดาใหญ่ ๓
ชนิดแรกมีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาก นอกจากนี้
หวายที่มีความต้องการของผู้ใช้มากคือ หวายตะค้าทอง หวายข้อดำ
และหวายน้ำผึ้ง จากรายงานของรองศาสตราจารย์อิศราระบุว่า
สาเหตุที่หวายในธรรมชาติลดลงอย่างมากนั้น
เป็นเพราะในประเทศไทยมีการตัดหวายจากธรรมชาติอย่างเดียว
ไม่มีการปลูกสร้างสวนหวายแต่อย่างใด
งานศึกษาเรื่องหวายที่ดำเนินงานมาแล้ว สรุปได้ดังนี้คือ
เริ่มจากสำรวจและรวบรวมชนิดของหวาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิดที่มีประโยชน์และส่อว่าจะมีคุณค่าทางการค้า
สำหรับการศึกษาเรื่องการปลูกแล้ว พบว่าหวายที่มีการเจริญเติบโตช่วงแรก
ต้องการแสงไม่มากนัก กล้าหวายที่ปลูกในความเข้มข้นของแสง ๒๕
เปอร์เซ็นต์ จะเจริญได้ดี แต่ถ้าปล่อย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว
ต้นกล้าหวายจะตายหมด เมล็ดหวายมีการพักตัวยาวนาน
แล้วแต่ชนิดของสายพันธุ์ บางชนิด ๑ เดือน บางชนิดยาวนานถึง ๘ เดือน
การลดการพักตัว ทำได้โดยการตัดผิวของเมล็ดตรงบริเวณที่แกน
จะช่วยให้งอกเร็วขึ้น
การขยายพันธุ์หวาย นอกจากการเพาะเมล็ดโดยตรงแล้ว
ขณะนี้ยังมีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ซึ่งการดำเนินงานก้าวหน้าไปมาก
สามารถนำออกปลูกได้แล้ว ส่วนการรวบรวมพันธุ์หวาย ที่ดำเนินการอยู่มี ๒
ที่ด้วยกัน คือ บริเวณสวนยางในสวนจิตรลดา มีพันธุ์หวายอยู่ประมาณ ๑๕
ชนิด ดำเนินการโดยคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ร่วมกับโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา อีกแห่งหนึ่งคือ บริเวณเขาช่อง
จังหวัดตรัง ดำเนินการโดยกองบำรุง กรมป่าไม้
ชนิดของหวายไทยที่พบมากของไทย ได้แก่ หวายกำพวน หวายขี้เสี้ยน หวายน้ำ
และหวายเดาใหญ่ ๓ ชนิดแรกมีความสำคัญทางเศรษฐกิจมาก
หวายในสภาพปัจจุบัน ถือว่ามีความสำคัญมาก
โอกาสต่อไปคงมีการปลูกเป็นสวนขนาดใหญ่
แทนที่จะตัดจากธรรมชาติอย่างเดียว
โดยเฉพาะหวายเพื่อการอุตสาหกรรม
หวายไทย
หวายเป็นพืชตระกูลปาล์มที่มีลำต้นยาวมาก
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
มุทิตา พ้นภัยพาล · 30 พ.ค. 2549
พ.ญ. อัจฉรา เชาวะวณิช · 30 พ.ค. 2549
ชาญวิทย์-นครศรีฯ · 30 พ.ค. 2549
555. · 30 พ.ค. 2549
เรื่องเกี่ยวกับหวายไทย