ความรักของแม่เบาบางดุจขนนกแต่หนักแน่นดั่งภูผา
  • วันเกิดของผู้เขียน ทุกๆปีจะมีความสุข เพราะเกิดช่วงคริสต์มาส จำได้ว่าตอนเด็กๆจะมีความสุขมาก เพราะเรียนใน โรงเรียนคริสต์ตั้งแต่เด็กๆ โรงเรียนจะจัดคริสต์มาสน่าประทับใจ ผู้เขียนจะมีความสุขเห็นกิจกรรมสนุกสนานมากมาย ทุกๆวันที่ 23 ธันวาคมของทุกปีตั้งแต่จำความได้ แม่มักจะชอบเตรียมของให้ดิฉันและพี่ชายตักบาตรตอนเช้าของวันที่ 23 ธันวาคม น่าแปลกนะ ผู้เขียนกับพี่ชายห่างกัน 2 ปีแต่พี่ชายนั้นเกิดวันเดียวกันเดือนเดียวกัน เลยมีเพื่อนตักบาตร แต่พอผู้เขียนเริ่มทำงาน ทุกๆปีคนที่ตักบาตรแทนกลับเป็นพี่ชาย ผู้เขียนมักตื่นสาย  แต่ทุกๆปี ในตอนเช้าของวันเกิดพี่ชายจะตักบาตรให้ แล้วปลุกดิฉันขึ้นมารับบุญ รู้สึกขำตัวเองเหมือนกัน  แต่ปีนี้จะพยายามตื่นแต่เช้าเพื่อตักบาตรฮ่าๆๆๆ
  • วันเกิดจะนึกถึงคำสอนของแม่ที่มีมากมายจนนับไม่ถ้วน แม่เป็นคนคนเดียวในบ้านที่ควบคุมผู้เขียนได้เพราะเตี่ยจะรักลูกผู้หญิง นั่นคือตามใจ แต่แม่จะตักเตือนและอบรม สรุปว่ากลัวแม่คนเดียวค่ะ ผู้เขียนเป็นเด็กพูดเร็ว คิดแปลกตั้งแต่เด็กๆ คิดไว ไม่เหมือนคนอื่น ดื้อเงียบ ไม่ชอบให้ใครใช้คำสั่งบังคับ ถ้าบอกว่าต้องทำจะไม่ทำแต่ถ้าบอกไม่ให้ทำจะทำ ชอบอยู่คนเดียวไม่ค่อยเล่นกับเพื่อนแถวบ้าน ไม่ชอบไปไหนชอบอยู่บ้าน ชอบอ่านหนังสือ แม่บอกว่าเวลาดื้อนั้นไม่มีใครเคลียร์ได้มีแม่คนเดียวที่เข้าใจ และมักสั่งสอนอบรมให้ประพฤติปฏิบัติไปในทางที่ดีจนถึงปัจจุบัน
  • ปีนี้อายุ 30 ปีแล้วเริ่มเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทำให้เรานึกทบทวนถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่อดทนและเสียสละเพื่อเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ คนนี้  ท่านสามารถสร้างเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ธรรมดาให้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถสร้างความรู้ให้กับเด็กๆมากมายได้อย่างไร  ท่านคอยชี้แนะแนวทางให้เห็นโดยการเปรียบเทียบให้เห็นมากกว่าสอนตรงๆเลยชอบจดจำค่ะ ก็เลยสรุปในบันทึกส่วนตัวได้ข้อคิดดังนี้ค่ะ
  • 1.ท่านจบแค่ประถม 4 แต่ท่านคิดเลขได้รวดเร็วกว่าผู้เขียน แม่คิดเลขโดยไม่ใช้เครื่องคิดเลข ยอมแพ้ท่านค่ะ
  • 2.ท่านมักจะเล่าว่าตอนเด็กๆ ผู้เขียนจะร้องไห้เมื่อทำการบ้านภาษาอังกฤษไม่ได้ ท่านจะพูดว่า ส่งไปเรียนโรงเรียนคริสต์แล้วทำไมไม่ตั้งใจ แม่จะสอนได้อย่างไรจบแค่ป.4 ผู้เขียนเลยให้ครูที่มารับทุกเช้าสอนการบ้านที่ไม่เข้าใจและเพียรพยายามมากกว่าเพื่อนๆ เพราะไม่มีใครสอนการบ้าน
  • 3.ท่านจะไม่เคยบ่นสักครั้งตั้งแต่เล็กจนโตเมื่อพาดิฉันเข้าร้านหนังสือ ท่านจะมองห่างๆดิฉันจะเดินเลือกหนังสือจำได้ว่าตอนมัธยมต้นดิฉันหยิบหนังสือ สามก๊ก เล่มหนาสองเล่ม ท่านตกใจถามว่าซื้อไปทำอะไรตั้ง 2 เล่มผู้เขียนตอบว่าเล่มแรกเป็นของยาขอบเล่มที่สองเป็นของพระยาพระคลังหนท่านถามว่าแตกต่างกันยังไงผู้เขียนรีบตอบว่าสำนวนการเขียนต่างกัน ท่านหยักหน้าแล้วย้ำว่าซื้อแล้วอ่านให้จบนะ ท่านไม่ได้ให้แค่ความสุขสบาย เงินทองแต่ท่านให้ปัญญาค่ะ ทุกวันนี้อ่านไปหลายจบแล้วสงสัยจะคบไม่ได้ เพราะอ่านสามก๊กจบคบไม่ได้ฮ่าๆๆๆ
  • 4.ท่านสอนให้รักการอ่านท่านไม่เคยรบกวนเวลาการอ่านหนังสือ ถ้าเห็นหยิบหนังสือ เหมือนท่านหยุดเวลาให้เราไม่ใช้ทำงาน และไม่รบกวน ท่านทำอย่างนี้จนถึงทุกวันนี้
  • 5.ท่านหาโรงเรียนที่เหมาะสมและดูแลถามทุกข์สุขและให้กำลังใจ
  • 6.ท่านจะตักเตือนเมื่อผู้เขียนเคร่งเครียดกับงานมากเกินไป
  • 7.ท่านมักจะสอนว่าอย่ามองคนอื่นที่เขาสูงกว่าให้มองคนที่เขาแย่กว่าเรานั่นคือไม่ทะเยอทะยานเกินตัวและไม่เย่อหยิ่งกับผู้อื่น ไม่ดูถูกผู้ที่ด้อยกว่า รวมทั้งไม่อิจฉาริษยาคนอื่น รู้จักมีน้ำใจกับคนอื่นบ้าง
  • 8.แม่สอนให้รู้จักเลือกสรรในสิ่งที่ดีที่สุดท่านสอนให้รู้จักการพิจารณา เช่น ตอนเด็กๆพาไปเที่ยวงานสะพานแม่น้ำแควร้องซื้อของท่านบอกว่าเดินไปข้างหน้าก่อนเรื่อยๆอย่าเพิ่งซื้อ อาจจะเจอสิ่งสวยงามกว่าทำให้ได้ข้อคิดว่าถ้าเรามีโอกาสเลือกอะไรควรมองนานๆและใช้การตัดสินใจที่สุขุมและรอบคอบ
  • 9.ท่านมักสอนว่าผู้หญิงนั้นหากมีความรู้ ดีกว่าสินทรัพย์มากมาย  ความรู้ไม่มีสูญหาย  ไม่โดนลักขโมย แต่จะติดตัวเราไปจนตาย สามารถให้ผลตอบแทนมากมาย ทำให้ผู้เขียนมีความเพียรพยายามในการศึกษาเล่าเรียน
  • 10. ท่านสอนว่าอย่าหลงระเริงกับลาภยศชื่อเสียง ไม่ว่าผู้เขียนจะเรียนดีได้รับรางวัลมากมายท่านไม่เคยถามไถ่มีแต่ผู้เขียนนำไปอวดท่านได้แต่พยักหน้า ทุกวันนี้ขนาดได้รับครูดีเด่นหลายสมัยท่านพูดเพียงว่า ทำตนให้ดีสมกับรางวัลที่เขาให้แล้วกัน เรียกได้ว่าผู้เขียนนั้นมีเกียรติบัตรรางวัลมากมายตั้งแต่เล็กจนโต ใส่แฟ้มเก็บไว้ท่านไม่เคยมาดูแต่ท่านจัดเก็บให้ และท่านมักพูดว่าจะเป็นครูดีเด่น เป็นใครไม่รู้ถ้าเข้าบ้านแล้วเป็นคนธรรมดา....
  • 11.ท่านสอนให้รู้จักบุญคุณ กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ถ้าใครเขาช่วยเหลือเราแม้เพียงนิดเราก็ควรเห็นคุณค่า
  • 12.ท่านสอนให้พอใจในความเป็นตัวตน ท่านบอกว่าเลือกเกิดไม่ได้แต่ทำดีได้
  • 13.ท่านสอนให้รู้จักจดบันทึกจำได้ว่าแม่ชอบซื้อหนังสือกุลสตรี ขวัญเรือนท่านจะคัดลอกข้อคิดเตือนใจลอกใส่สมุดบันทึก ผู้เขียนเก็บบันทึกที่แม่คัดลอกไว้อ่านหลายเล่ม
  • 14.ท่านสอนให้เราเห็นว่าลายมือนั้นสำคัญ เพราะแม่ลายมือสวยมากๆ
  • 15.ท่านสอนให้เรารู้ว่าแม่นั้นไม่ต้องการเงินทอง ความสุขสบายจากลูก แต่ท่านอยากเห็นลูกมีอนาคตที่ดีและมีเวลาให้ท่านบ้าง  การทำงานจนลืมเวลาบางครั้งมันกลืนกินเวลาแห่งความสุขของแม่และผู้เขียนไป  ประสบการณ์จากปีที่แล้ว การที่แม่ตรวจพบเนื้อร้าย แล้วถูกส่งตัวไปผ่าตัดที่รพ.ราชวิถี ปกติผู้เขียนกับท่านไม่เคยบอกรักกัน ไม่ค่อยได้กอดกันมากนัก ผู้เขียนคิดว่าช่วงเวลาที่เรากลัวมากที่สุด คือแม่เข้าไปในห้องผ่าตัดนานมากๆ กลัวท่านไม่ฟื้นคิดไปต่างๆนานาและท่องกับตัวเองว่า แม่อย่าเป็นอะไรไปนะ ยังไม่เคยบอกรักแม่เลยสักครั้ง ในหัวมีงาน..งาน...และงาน..ทุกวันนี้ท่านหายดีแล้ว ทำให้มีเวลาให้ท่านมากขึ้นเพิ่งรู้ว่า เราเกือบสูญเสียท่านไปแล้ว เดี๋ยวนี้เย็นๆจะคุยกับท่านมากขึ้น ทำงานน้อยลง เวลาแม่เผลอจะกอดท่านแน่นๆและนานๆ และจะทำให้ท่านสบายใจ  มีเหตุผลมากขึ้น อย่าให้งานนั้นกลืนกินเวลาของเรากับแม่ไปนะค่ะ...หาเวลาคุยกับท่านบ้าง...
  • วันเกิดปีนี้ช่างสุขใจเพราะผ่านช่วงทุกข์จนกลายเป็นสุข  และมี 2 ประการที่อยากได้มากที่สุดคือ
  • 1.ขอให้แม่อยู่กับเรานานๆ  2.จะเป็นครูที่ดีของเด็กๆ ค่ะ
  •  
  •                              ความรักของแม่เบาบางดั่งขนนกแต่หนักแน่นดั่งภูผา
  •                   แม่สร้างให้ทุกก้าวย่างของลูกนั้นมั่นคงและอบอุ่นด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่
    • ขอบคุณ เพลง ก่อนไม่มีแม่ให้กอด ของคุณ ปาน ธนพร มากๆค่ะ
    • รักแม่เท่าฟ้าค่ะ
    •  ขอบคุณความรัก ความห่วงใย และหวังดีของแม่ค่ะ
    • วันนี้คุณบอกรักแม่แล้วหรือยังค่ะ