เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าระหว่างผู้เขียนกับแม่...ซึ่งอาจจะเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่ยังไม่เคยบอกรัก"แม่"
ถึงแม่ของฉันและฉันจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แม้ว่าท่านจะไม่ได้เป็นคนเลี้ยงฉันมาแต่ฉันก็รู้สึกได้ว่าท่านรักฉันและพี่มาก และฉันก็ยังรู้อีกว่าท่านเป็นคนที่ยิ้มยาก บ่อยครั้งที่ฉันเห็นท่านทำหน้าบึ้งและไม่ค่อยยิ้ม แต่ฉันและพี่ ๆของฉันก็ขอการันตีได้เลยว่าถึงท่านจะเป็นคนไม่ค่อยยิ้มหรือเป็นคนที่ยิ้มน้อยมากแต่ท่านก็เป็นคนใจดี โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ ท่านเป็นคนที่รักเด็กมากแม้ว่าจะไม่ใช่ลูกของท่านก็ตามแต่ท่านก็เลือกที่จะเอ็นดู และ รักเด็กคนนั้นมาก และนิสัยของท่านที่ทุกคนรู้ดีเลย โดยเฉพาะคนในครอบครัว และ คนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคือง หรือ จะเป็นเครือญาติพี่น้องของท่าน จะรู้ดีเลยว่าท่านเป็นคนกตัญญูต่อบิดา มารดา ไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งผู้ที่ให้กำเนิดคอยทำงานส่งเงินไปให้ผู้ที่ให้กำเนิดท่านเป็นประจำ ท่านอดทนนั่งเย็บผ้าตัดผ้าโดยไม่บ่นซักคำซึ่งพ่อของฉันก็จะคอยบอกให้แม่หยุดเย็บผ้าบ้างก็ได้ เพราะตอนนี้พ่อก็มีงานทำและเราก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องใช้เงินมาก แต่แม่ก็ไม่ยอมและยังคงดื้อรั้นที่จะทำต่อจนกระทั่งวันหนึ่งท่านนั่งตัดผ้าเย็บผ้าทั้งวันทั้งคืนจึงทำให้ท่านเป็นลมซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ท่านเดินตกบันไดจนหน้าไปฟาดกับฝาผนัง พ่อจึงยื่นคำขาดให้แม่เลิกเย็บผ้า เพราะนอกจากนี้แล้วท่านยังมีโรคประจำตัว คือโรคไทรอยมีพิษ จึงทำให้บางครั้งบางเวลาที่ฉันและพี่ ๆเข้าใกล้แม่ไม่ได้เป็นเพราะอะไร?ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกัน
จนกระทั่งวันหนึ่งพี่ของฉันได้รับโทรศัพย์จากแม่ก็ต้องตกใจเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของแม่ดังออกมาจากโทรศัพท์และก็เป็นเหตุให้ฉันกับพี่คนโตของฉันต้องร้องไห้ออกมาเพราะแม่ไม่เคยร้องไห้ให้เราเห็นหรือให้เราได้ยินกัน พี่ฉันจึงถามแม่ออกไปว่าแม่เป็นอะไร ซึ่งเราพี่น้องก็ไม่รู้แน่ชัดว่าแม่เป็นอะไรกันแน่ แต่แม่ก็ตอบพี่ฉันว่าแม่ปวดหัว ปวดหัวมาก แล้วแม่ก็บอกว่ารักเรา สาม พี่น้องมาก และบอกต่ออีกว่าให้พี่และฉันเชื่อฟังย่าเชื่อฟังพ่อ อย่าดื้อกับย่ากับพ่อ พ่อกับย่าสอนอะไรก็ต้องเชื่อฟัง ฉันกับพี่จึงร้องไห้กันหนักกว่าเก่าเพราะแม่ไม่เคยพูดอะไรที่เศร้า ๆ และเป็นเชิงว่าท่านจะไปไหน สุดท้ายสายก็หลุด ฉันและพี่พยายามโทรกลับไปหาแม่หลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีใครรับโทรศัพท์ ฉันจึงตัดสินใจที่จะไปโรงเรียนแล้วตอนขากลับลุงของฉันได้มารับแล้วบอกฉันกับพี่คนรองว่าแม่ตายแล้ว...แต่ฉันกับพี่ก็ตอบกลับไปว่าไม่เชื่อ ก็จะให้เชื่อได้ไงในเมื่อตอนเช้าฉันยังคุยกับท่านอยู่เลย ถึงปากจะบอกออกไปว่าไม่เชื่อฉันกับพี่ก็มีน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างแล้ว ทุกคนในครอบครัวต้องเสียใจกับการจากลาของแม่ โดยเฉพาะพ่อที่รักแม่มาก และเราสามพี่น้อง ความรู้สึกของฉันในตอนนั้นและตอนนี้กลับไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทุกวันนี้ภาพที่ฉันกระโดดแล้วล้มจนคางแตก แล้วมีแม่ แม่เนี่ยแหละที่คอยมาทำแผลให้แม้ว่าท่านดุจะว่า ว่าฉันซนจนได้เรื่อง แต่ฉันก็รู้ว่าแม่รักฉันและพี่ ๆ มาก ภาพที่แม่ตีฉันเพราะความกลัว...กลัวว่าฉันจะเป็นเด็กเกเร และภาพที่แม่ทำกับข้าวให้พวกฉันกิน ภาพที่แม่นั่งเย็บผ้าเพื่อช่วยพ่อหาเงิน ภาพที่เราไปเที่ยวด้วยกัน ภาพที่ฉันไม่สบายในตอนดึกแล้วก็ได้แม่เนี่ยแหละที่พาฉันไปหาหมอคอยป้อนยาป้อนน้ำ และภาพสุดท้ายเป็นภาพที่ทำให้ฉันเป็นทุกข์มากที่สุดในตอนนี้ คือภาพที่ฉันถียงแม่ ทั้ง ๆที่ฉันเป็นคนผิด แล้วก็ไม่ยอมไปขอโทษท่านเพราะไม่กล้า มาถึงตอนที่เสียแม่ไปแล้วฉันอยากจะบอกกับแม่ว่า "หนูขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยทำให้แม่เสียใจ" ซึ่งเป็นการทำร้ายจิตใจของแม่ ฉันอยากจะบอกกับแม่ว่า"ฉันรักแม่นะรักมากแล้วก็จะขอรักแม่ กุ้ง คนนี้ตลอดไป" และขอให้แม่ กุ้ง มีความสุขกับการจากลาครั้งนี้ อย่าคอยมากังวลให้เป็นทุกข์ขอให้มีแต่"สุข"
และสำหรับคนที่ยังไม่มีโอกาสหรือไม่กล้าที่บอกรักผู้ที่ให้กำเนิด...ผู้เขียนก็อยากจะบอกว่า"จงอย่าอายที่จะทำดีกับคนที่เรารัก จงบอกรักกับคนที่รักเรา"ก่อนที่จะหมดโอกาสบอกรักท่านเหมือนกันกับดิฉันที่ต้องมานั่งรำพึงรำพันบอกรักท่านกับสายลมและสายน้ำที่ไม่มีวันรู้ได้เลยว่าท่านจะรับรู้ถึงความรักที่ฉันมีให้ท่านรึเปล่า

แต่การบอกรักควรออกมาจากใจจริงของเรา และไม่ใช่ศักดิ์แต่บอกออกมาอย่างพร่ำเพรื่อ...
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Google
เศร้าอ่า! บทความเรียบเรียงได้ดีเนอะ!
ไงแม่จากไปแล้ว เสียใจด้วยย
* จงอย่าอายที่จะทำดีกับคนที่เรารัก ^ ^ ดีจัง
สู้ต่อไปนะ แม้ไม่มีแม่คอยเคียงข้างแล้วอะ
รวมถึงพ่อด้วยเน้ออ
รักพ่อ รักแม่ รักใคร ก็ทำดีด้วย บอกออกมาว่ารัก
ถ้าไม่กล้าที่จะเอ่ยคำว่ารักบ่อย ๆ ก็แสดงกริยาท่าทาง
ทำให้เรารู้ว่าเรารัก เราทำดีมาตลอด
* แค่นี้ก็สุขใจแล้วเน้อ (พ่อเนอะ) อิอิ ไม่เกี่ยว ๆๆ
ขอพลังจงสถิตอยู่กับเจ้า เข้มแข็งเข้าไว้ แล้วจะได้เห็นความงดงามในโลกแสนโหดร้ายใบนี้เอง ^^
เราว่าจะกลับไปบอกรักแม่ของเรา เดี๋ยวจะไม่มีโอกาศ
หวาดดีคราเพิ้น