กระบวนการทำ R2R ได้เริ่มขึ้นที่ รพ.ป่าติ้ว...เป็นโรงพยาบาลเล็กๆ ที่ไม่ใหญ่มาก และห่างออกไปจากตัวเมืองยโสธร ขับรถประมาณครึ่งชั่วโมง... เป็นโรงพยาบาลที่มีแพทย์คนเดียวที่เป็นทั้งผู้ให้การรักษาและเป็นผู้บริหารไปในตัว...
สำหรับข้าพเจ้าแล้ว...มองว่า ทุกย่อมหญ้า...แห่งแวดวงคนทำงานทางด้านสุขภาพ มีเข้าข่ายลักษณะในโรงพยาบาลประมาณนี้ค่อนข้างมาก และเป็นพื้นที่ของคนหน้างานที่อยู่ใกล้ชิดรากเหง้าแห่งชีวิตมาก...
ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงคำพูด ของ ดร.แต้มว่า "กะปุ๋มนั้นมักขับเคลื่อน R2R ในโรงพยาบาลอำเภอ"... ซึ่งก็จริงอย่างที่ ดร.แต้มว่า เพราะนี่คือ โอกาสที่คนหน้างานนี้จะได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนกับวิทยากรที่ก้าวเข้าหากันได้ หลายๆ พื้นที่ได้บอกกล่าวต่อข้าพเจ้าและด้วยความเกรงอกเกรงใจ...ว่า การที่เขาจะเชิญวิทยากรที่เป็นอาจารย์ดังๆ และ/หรือ ระดับดอกเตอร์นี่ เป็นเรื่องที่ห่างไกลจากวิถีแห่งความเป็นจริง...ซึ่งเรื่องนี้จะแตกต่างจากโรงพยาบาลใหญ่อันเป็นโรงพยาบาลทั่วไป/โรงพยาบาลศูนย์ที่มีงบประมาณมากมายในการจัดและเชื้อเชิญระดับปรมาจารย์มาถ่ายทอดและบอกกล่าวองค์ความรู้ในเรื่องต่างๆ...
แต่สำหรับข้าพเจ้า...
จะบอกกล่าวเสมอว่า ... ข้าพเจ้านั้นไม่ใช่ ดอกเตอร์ หากแต่เป็นผู้คลั่งไคร้ต่อ "โอกาส" แห่งการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้...หากหวังจะมาเอาความเป็นวิชาการจากข้าพเจ้าจะไม่มี และจะไม่ได้รับ จึงยากที่ข้าพเจ้าจะก้าวเข้าไปสอนระเบียบวิธีวิจัย หากแต่ข้าพเจ้าเลือกที่จะใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ชวนกันคิดชวนกันมองหน้างาน และหนทางแห่ง "ความจริงสี่ประการ" ที่ก้าวไปสู่การแก้ไขและพัฒนาหน้างาน...
วันนี้...ก็เช่นเดียวกัน...
ที่ข้าพเจ้าเลือก...ไปตามเส้นทาง สู่ รพ.ป่าติ้ว ... แทนการไปโลดแล่นในเวทีวิชาการที่มีแต่ระดับดอกเตอร์... ข้าพเจ้าเลือกการไปแบ่งปันเรื่องราวหนทางการทำ R2R แบบเรียบง่าย ณ โรงพยาบาลเล็กๆ ที่มีคนเข้าร่วมไม่กี่คน หากแต่มีพลังแห่งชีวิต พลังแห่งความยิ่งใหญ่...ตลบอบอวลทั่วห้องประชุม...
ทำให้ข้าพเจ้าได้ใคร่ครวญ...ต่อตนเอง ต่อหนทางก้าวย่างการทำ R2R และนึกย้อนทุกคราที่เป็นเวทีการประชุมของแกนนำขับเคลื่อน R2R ที่ชวนกันมองเรื่องสำคัญๆ เรื่องใหญ่...ของการทำอย่างไรจะทำให้ R2R ไปยิ่งใหญ่ในคนหน้างาน และเกิดประโยชน์ แต่สิ่งหนึ่งในทัศนะของข้าพเจ้า ...มองว่า การขับเคลื่อนหากลืมเรื่อง "หัวใจ" ของคนหน้างานแล้ว...ก็ยากที่จะทำให้ R2R นี้ตราตรึงอยู่ในหัวจิตหัวใจของคนหน้างาน
การก้าวย่างๆ แบบก้าวเล็กๆ ที่ข้าพเจ้าเดินทางไปตามซอกมุมต่างๆ ของคนหน้างานด้านสุขภาพ...สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้พบเจอคือ "หัวใจแห่งความยิ่งใหญ่"ของการทำงานด้านสุขภาพอันเป็นการทำงานเพื่อผู้อื่น... คนเหล่านี้ ไม่มีโอกาสมาเล่าเรื่องหัวใจอันยิ่งใหญ่ของเขาหรอก เพราะเขาเป็นเพียง.. "ต้นหญ้าแห่งการเป็นคนหน้างาน" ที่นำเสนอตนเองไม่เป็น แต่เขามีหัวใจแห่งการเสียสละอย่างมาก... และเขาเหล่านี้ใช้ความมีหัวใจอันยิ่งใหญ่...คอยเคลื่อนการพัฒนางานแบบวิถีแห่งธรรมะชาติ ที่เน้นในเรื่องของการ care
การเดินทาง...
และการนำพา...R2R ที่ รพ.ป่าติ้ว ทำให้ข้าพเจ้าได้กลับมาที่จุดยืนของตนเองอีกครั้ง ต่อการก้าวย่าง ก้าวเล็กๆ หากแต่ยิ่งใหญ่...ของคนหน้างานที่ก้าวสู่เส้นทางแห่งการละความเห็นแก่ตัว ไม่หวังแม้แต่ให้ผู้อื่นได้มามองมาเห็น ขอเพียงแค่ได้ทำ ... ทำเพื่อการงาน เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการหล่อเลี้ยงหัวใจของคนหน้างาน R2R บนพื้นที่เล็กๆ...แห่งนี้

พี่แก้วขอจองตัวกะปุ๋ม เป็นวิทยากร R2R 4-5 สิงหาคม 2553 ได้ไหมคะ
โดยจะขอเชิญกะปุ๋มมาวันที่ 4 สิงหาคม 2553 เพื่อกระตุ้นผู้บริหารพยาบาลให้เข้าใจและให้น้องพยาบาลของเรามีพลังที่จะทำวิจัยค่ะ
ได้ค่ะ...พี่แก้ว...ยินดีค่ะ
กะปุ๋ม..จะใช้เวลาทั้งวันหรือครึ่งวันบ่ายคะ
สุดแท้แล้ว..แต่ผู้จัดนะคะ...
กะปุ๋มได้ทั้งนั้น...สามารถจัดรูปแบบให้สอดคล้องกับผู้จัดได้ค่ะ...พี่แก้ว
2 วันแห่งการเรียนรู้ R2R ในรั้วโรงพยาบาลป่าติ้ว 22-23 ธันวาคม 2552
สมกับการรอคอย ของหลายๆคน ที่ได้พบเจอ เป็นชวงเวลาที่มีคุณค่า อย่างน้อยได้รับสัมผัสที่อ่อนโยน อบอุ่น ที่แฝงด้วยพลังอย่างไม่สามารถบรรยายได้ สิ่งที่ได้ในวันแรกแห่งการเปิดรับ ความรู้ ได้เรียนรู้ ไม่แค่เรื่องราวของการพัฒนางานด้วย R2R เท่านั้น
ขอขอบคุณโอกาสที่ดีได้มีเวลานั่งแลกเปลี่ยน การเลือกรับประทานอาหารที่ดี ละของเน่าเข้าสู่ร่างกาย การทานข้าวจนหมดทุกเม็ดด้วยสำนึกถึงบุญคุณของชาวนา เกร็ดชีวิตในการพัฒนาจิตใจตนเอง หลายเรื่อง ที่ตนเองต้องเรียนรู้และขอนำไปปรับใช้ คือ ฝึกความอดทนด้วยความเพียร สิ่งต่างๆที่ได้ซึมซับความจริงใจ ความกรุณา แบ่งปันให้พวกเราชาวป่าติ้ว เพื่อนๆหลายคน ต่างก็รู้สึกสุขใจในบรรยากาศอันอบอุ่นในวันแห่งการแบ่งปัน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนับวันที่จะได้พบอาจารย์อีกครั้งในไม่ช้า
5555...
อ่านความเห็นของพี่โอ...แล้วขำค่ะ เพราะเมื่อวานตัวเองเล่นบทโหด บังคับพี่โอให้ทานข้าวจนหมด วันนี้ได้ทีผลักกล่องข้าวให้หมอต้อมทานต่อจนหมด...
น่านะพี่...ทานข้าวหมดดีกว่าข้าวเหลือ...
(^__^)
รู้มั๊ยว่า วันนี้เวลาทานข้าวเที่ยง นี่ทำให้ คิดถึง คำพูดของอาจารย์ กะปุ๋ม ตลอดเลย ต้องทานให้หมดทุกเม็ด
พรุ่งนี้ก็จะคิดถึง..........และวันต่อๆไป
" อุ้มบุญ "
พื้นที่แห่งนี้...มีเรื่องเล่ามากมาย...
และเป็นเรื่องราว...ที่ผ่านการทำ R2R อย่างมากเลย เสียอย่างเดียวว่าเราขาดการบันทึกและรวบรวมเก็บไว้...
หากเราได้นำเรื่องราวดีดีอันงดงามต่อวิถีการงาน วิถีชีวิตนี้ได้ ... ก็น่าจะดีนะคะพี่โอ...
ขอบพระคุณชาวนา...ที่ทำให้กะปุ๋มมีเรื่องราวดีดีมาบอกเล่าต่อพี่โอและพี่แก้วค่ะ
ใช่แล้วค่ะ เป็นสถานที่ที่พี่ได้เรียนรู้ การใช้ชีวิต นอกจากนั้น ยังมีเครือข่าย พืชปลอดสาร ข้าวคุณธรรม ที่คอยเกื้อหนุน ให้รับแต่สิ่งดี
ความจริงใจ ที่บริสุทธิ์ จากที่แห่งนี้.........
ทุกปีช่วง หน้าแตงโม ได้ทานแตงโมปลอดสาร ฉ่ำใจทีเดียว
โชคดี ที่ได้อยู่ป่าติ้ว....
อุ้มบุญ