ข้าพเจ้าไปสะดุดกับคำพูดของพี่แก้วในบันทึก ก้าวย่างเล็กๆ บนเส้นทางการทำ R2R l รพ.ป่าติ้ว ... ที่ว่า "พลังที่จะทำวิจัย"

ทำให้ข้าพเจ้ามาหวนคิดต่อตนเองว่า ใช่แล้ว...พลัง ของการที่จะทำวิจัย นั้นสร้างขึ้นมาได้ยากกว่า การบอก การนำ การกำหนดให้ทำ R2R แค่เราส่งคนลงไปที่หน่วยงานแห่งหนึ่งแล้วเราผลักดันให้เขาจัดตั้งการทำ R2R นั้นไม่ใช่เรื่องยาก... หรือแม้แต่การสอนเรื่องการทำวิจัยก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น..

แต่ความยากแห่งความท้าทายของการขับเคลื่อน R2R

น่าจะอยู่ที่โจทย์...ของการทำอย่างไร ถึงจะทำให้คนหน้างาน มี "พลังที่อยากจะทำวิจัย"...

การสร้างให้เกิดเครือข่ายการทำ R2R ไม่ใช่เรื่องยาก เข้าหาผู้บริหาร หรือผู้มีอิทธิพลต่อองค์กรนั้น ก็ไม่ยากที่จะผลักดันให้เกิดการทำ R2R ได้... แต่..

ทำอย่างไรเล่าที่จะให้คนหน้างานลุกขึ้นมาทำ R2R ด้วยพลังแห่งหัวใจของเขาเอง...

เขาปรารถนาที่อยากจะทำ ที่อยากจะนำเรื่องราวและสิ่งดีดีของงานประจำของเขามาพัฒนาปรับปรุงให้เจริญ...อันเป็นความเจริญทั้งจิตใจของผู้ทำ และงานประจำ...

การขับเคลื่อน R2R น่าจะออกมาจาก...การที่เราได้ไปขับเคลื่อนจากมิติจิตวิญญาณของคนหน้างาน ไปรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความดี ความตั้งใจ ความงดงามที่มีอยู่ในจิตใจของเขา เพราะเมื่อไรที่เมล็ดพันธุ์เหล่านี้เติบกล้าแล้ว... การที่เราจะใส่รหัสในเรื่ององค์ความรู้ทางด้านกระบวนการวิจัยก็ไม่ใช่เรื่องยาก หรือเป็นยาขม

เพราะ...ความกล้าแกร่งของใจมีเพิ่มมากขึ้นแล้ว...

ความกล้าหาญที่จะก้าวออกมาจากความหวาดกลัวจะมีมากขึ้น เขาจะกล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่เป็นความสร้างสรรค์ ด้วยหัวใจของเขาเอง และกล้าที่จะก้าวไปเรียนรู้เรื่องวิจัยแบบยากๆ และซับซ้อนมากยิ่งขึ้น...

พลัง...แห่งการอยากทำวิจัย...

น่าจะเป็นโจทย์สำหรับ..ผู้ที่อยากขับเคลื่อนให้เกิดการทำ R2R หันมาขบคิดกันบ้างก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ที่เราจะก้าวไปสู่มิติใหม่ของการพัฒนาสังคมคนหน้างานสาธารณสุข...

 

ราก...ที่มั่นคงย่อมหนุนนำลำต้น...ไม้...