การมองงานไม่เป็นระบบ

    วันนี้  มีปัญหามาให้แก้อยู่สองเรื่องควบ  รอบเช้าหนึ่งเรื่อง    รอบบ่ายอีกหนึ่งเรื่อง

 

    รอบเช้าไปคุยเรื่องงานกับนักวิชาการหน่วยงานหนึ่ง   ต้องประสานงานกันเพื่อนำงานลงสู่โรงเรียน 

 

    นักวิชาการท่านนี้มักจะตัดสินใจเองในเรื่องที่เกี่ยวกับโรงเรียนโดยไม่ผ่านต้นสังกัดของโรงเรียน      พอมีปัญหาแก้ไม่ได้   ก็พาลจะหนีงานเอาดื้อๆ   และจะโยนปัญหามาให้หน่วยงานต้รสังกัดของโรงเรียน   ผมไม่ปฏิเสธหรอกครับ   แต่ผมย้อนถามที่มาที่ไปเพื่อจะหาทางออกในการแก้ปัญหา   ยิ่งถาม  ก็ยิ่งได้คำตอบที่วกไปวนมาหาจุดจบไม่ได้   ผมก็พยายามถามเพื่อหาความกระจ่าง  ไม่ใช่ไล่เบี้ย   แต่พอถามมากๆ เข้าเธอเดินหนีครับ ผมก็เลยต้องตัดสินใจแก้ปัญหาเอสเองตามที่ผมเข้าใจ

 

     เรื่องที่สองตอนบ่ายมีประชุมอีกคณะหนึ่งของหน่วยงานอื่นครับ ประธานในที่ประชุมไม่มีแผนอะไรไว้ในใจเลย   ปล่อยให้ที่ประชุมพิจารณาหมด

 

     ที่ประชุมก็พูดกันไปตามมุมมองของแต่ละคน  ต่างคนต่างพูดโดยไม่ฟังกัน  และไม่มีข้อยุติว่าจะเอาอย่างไร จะทำอย่างไร  ที่เรียกว่าการประชุมแบบ NATO ครับ 

 

      ประธานก็ปล่อยให้พูดไปเรื่อยๆ   ผมรำคาญก็เลยบอกว่าเอางี้แล้วกัน  ทั้งสองงานผมขอรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพเอง   ส่วนใครที่คิดว่ามีความสามารถจะรับผิดชอบได้   จะรับเอาไปทำ ผมก็ยินดี    ที่ประชุมไม่มีใครรับครับ  ผมเลยรับมาเอง  เรื่องจะได้จบๆ 

 

     ทั้งสองเรื่อง เป็นความบกพร่องของการมองงานเชิงระบบครับ ที่เรียกว่า Systems  thinking  (Systems คำนี้ นักวิชาการด้านบริหาร บอกต้องมี S เป็นพหูพจน์  เพราะต้องมองหลายๆ ระบบที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่มองแต่ระบบของเราอย่างเดียว)

 

     Systems thinking  ยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ  สมมติว่าต้องการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น  อย่างน้อย ก็จะต้องเข้าใจหน่วยงานนั้นๆ อย่างทะลุปรุโปร่งครับ  ทั้ง   

    *   งานที่เขาทำ

    *   ระบบงาน  

    *   ระบบบริหาร  

   *    วัฒนธรรมองค์กร  

   *    วิธีคิด   วิธีปฎิบัติ  

   *    จุดแข็ง  จุดอ่อน

              ฯลฯ

 

     หลายคนต้องการเป็นผู้นำ ต้องการเป็นผู้บริหาร  ต้องการมีผลงาน    แต่มองงานเชิงระบบไม่เป็น  มองแต่งานของตัวเองในมุมมองตัวเอง  มองระบบของคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ออก    ประสานงานก็เลยกลายเป็นประสานงาไป

 

    ก็ลำบากอยู่เหมือนกันครับ