วันที่ฉันเข้าค่ายธรรมมะ 3วัน 2คืน ที่ศูนย์ปฎิบัติธรรมมุณี จังหวัดสระบุรี ตอนที่เดินเข้าไปมันก็เกือบสายแล้วฉันรีบวิ่งเก็บกระเป๋าและรีบเซ็นชื่อทันที พอเข้าไปที่กุฎิก็ทำพิธีเปิดและก็มีอังสานะไว้ให้นั่งไปวันแรกรู้สึกกลัวมากกกกกๆๆๆๆเลยค่ะเพราะต้องทำอะไรขาดพ่อขาดแม่ไม่มีใครจะมาช่วยเลย พอทำพิธีเปิดเสร็ดก็ทำความรู้จักกันก่อนโดยการให้เขียนชื่อห่อยคอเมื่อเวลามาเข้ากุฎิพอเสร็ดแล้วก็เปลี่ยนแถวสลับชาย หญิงค่ะแรกๆฉันได้นั่งข้าง พ.อ. และก็ไม่มีพัดลมเลย พอสลับแถวฉันได้นั่งริมอีกฝั่งมีพัดลมเย็นสบายลมแรงงงงๆๆๆๆๆมากกกกๆๆๆๆๆๆๆ( เหนื่อยจับหัวเพราะลมปริวผมม้าอ่ะ5555555+กลัวเพื่อนมาล้อโดยเฉพาะ ปล์มขาว ) พอเสร็ดแล้วก็เข้าห้องพักฉันได้อยู่ห้องที่ 11 อยู่ข้างล่าง พอเข้าไปก็อึดอัดแต่ก็ดีที่มีเพื่อน พอถึงเวลาทานข้าวอะหร่อยแต่พระอาจารย์บอกให้หยุดตลดอเพราะมีเสียงช้อน เลยกินข้าวม่ายค่อยหร่อยเท่าไหร่ค่ะ ( แต่อาหารอาหร่อยน๊าขอบอก ) แล้วก้อเข้าฐานต่างๆๆ แล้วก้อแบ่งหน้าที่กันทำโดยพระอาจารย์จะสั่งว่าแถวไหนจะทำอะไร เช่น ล้างห้องน้ำ กวาดลานวัด จัดอังสะนะ ค่ะแต่พอวันต่อมาตอนเช้าๆมั้งน่าจาช่ายฉันเจอเจ็กพ่อดค่ะ เจอผู้ชายกำลังแต่งตัวถึงว่าเพื่อนๆๆหันหน้ากันหมด แล้วก็ไม่มีใครบอกสักคนฮือๆๆ พอแล้วน่ะเหนื่อย
Good Bye Na
Form
Bow ka
สวัสดีค่ะ น้องโบ เบล
ขยันบันทึกนะคะลูก การเขียนบันทึก เป็นการสะท้อนความคิดของเราเอง ว่าเราสามารถสรุปสิ่งที่เราเห็นมาเป็นภาษาเขียนได้อย่างไร
อยากจะเสนอแนะให้เขียนภาษาไทยให้ถูกต้องค่ะลูก เดี๋ยวมันจะทำให้เราเขียนภาษาไทยไม่ถูก ส่วนที่เราเขียนเราใช้เป็นภาษาพูดดีกว่า บางครั้งการเขียนแบบนี้บ่อยๆมันอาจทำให้เราชินจนนึกภาษาเขียนที่ถูกต้องว่าอย่างไร
ร่วมกันรณรงค์ การพูด การเขียน และการใช้ ภาษาไทยนะคะ
เรียนต่อที่ไหน อย่าลืมกลับมาเขียนบล๊อกต่อนะคะ รออ่านค่ะ
สู้ๆ