ชีวิตก็เปรียบเสมือนเรื่องเล่าที่ยังเล่าไม่จบ ตอนสุดท้ายไม่มีใครรู้ได้ ชีวิตก็เหมือนนเรื่องเล่าตรงที่ไม่รู้ว่าตอนจบเป็นอย่างไร ถ้าตอนจบถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ชีวิตคงหมดความหมายและไม่สนุก และด้วยเหตุที่ว่าชีวิตยังไม่ถึงตอนจบ เราจึงไม่ควรหมดความหวังเร็วเกินไป

 

ไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัวสักเท่าไหร่ค่ะ ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยตัว ลาป่วยอยู่บ้าน 1 วัน นอนอ่านหนังสือ สังคมปรนัย (อีกแล้ว....)

อ่านไปคิดตามไป ได้บทเรียนเกี่ยวกับชีวิต ได้คำตอบของชีวิต ชีวิตก็เท่านี้ ไม่มีใครรู้ว่าจะดี จะร้าย วันนี้ดี พรุ่งนี้ร้าย วันนี้จน พรุ่งนี้รวยใครจะไปรู้ได้  วันอาทิตย์พอลล่ายังแข็งแรงดีอยู่เลย มาเช้าวันจันทร์ ป่วยเสียแล้ว เฮ่อ.... ชีวิต อิอิ

 

 ชีวิตก็เปรียบเสมือนเรื่องเล่าที่ยังเล่าไม่จบ

ตอนสุดท้ายไม่มีใครรู้ได้

ชีวิตก็เหมือนนเรื่องเล่าตรงที่ไม่รู้ว่าตอนจบเป็นอย่างไร

ถ้าตอนจบถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว

ชีวิตคงหมดความหมายและไม่สนุก

และด้วยเหตุที่ว่าชีวิตยังไม่ถึงตอนจบ

เราจึงไม่ควรหมดความหวังเร็วเกินไป  

เหมือนเรื่องเล่าต่อไปนี้ อ้างอิงจากท่านดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์

เรื่อง โชคดี โชคร้าย ใครจะรู้

 

ชาวนาพ่อลูกคู่หนึ่งมีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ แม้จะไม่ได้ร่ำรวยมีสัตว์เลี้ยงมากมาย แต่ทั้งสองก็มีม้าอยู่ตัวหนึ่ง วันหนึ่ง ม้าที่มีเพียงตัวเดียวหลุดออกจากคอกวิ่งหนีหายไป
ซวยจริงแก โชคร้ายอะไรอย่างนี้ เพื่อนบ้านว่าให้แกได้ยิน
โชคดีหรือโชคร้าย ใครจะไปรู้... ชาวนาตอบ


หลายอาทิตย์ต่อมา ม้าของแกที่วิ่งหนีไป กลับมาพร้อมกับพาฝูงม้าป่าสี่ห้าตัวเข้ามาในคอกของชาวนา


"โชคดีอะไรอย่างนี้ "เพื่อนบ้านของแกว่า
โชคดีหรือโชคร้าย ใครจะไปรู้... ชาวนาตอบ


ลูกชายของแกเริ่มเอาม้าป่าออกไปหัดขี่ ไม่ทันไรก็โดนม้าป่าพยศสะบัดลูกแกตกจากหลังม้า ขาหัก
"โชคร้ายอะไรอย่างนี้ "เพื่อนบ้านของแกว่า


โชคดีหรือโชคร้าย ใครจะไปรู้... ชาวนาตอบ
อาทิตย์ถัดมา มีทหารมาที่หมู่บ้าน มาเกณฑ์เอาคนหนุ่มทั้งหมดไปเป็นทหารเพื่อออกรบ


ลูกชายของชาวนายังขาหักนอนรักษาตัวอยู่ จึงไม่ถูกเกณฑ์ไปรบ
โชคดี โชคร้าย ไม่มีใครรู้

ขอบคุณเรื่องเล่าจาก http://www.shi.uo-mo.com/content/38/

 

ข้อคิดเตือนใจ สำหรับวันปีใหม่ค่ะ

ไปนอนพักผ่อนก่อนนะคะ