วันนี้คุยกับอ.แป๊ะเกี่ยวกับเรื่องกิจกรรมโครงการทำความดีเพื่อสังคมของ นศพ.ชั้นปีที่ 2 ประเด็นก็คือนศ.กลุ่มอ. มาปรึกษาเรื่องการวัดผลของกิจกรรม ซึ่งกลุ่มอ.ทำเรื่อง "โครงการแบ่งปันรอยยิ้ม" สำหรับเรื่องการวัดผลอ.แป๊ะให้มุมมองกับนศ.ว่าบางครั้งเรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถเขียนเป็นรูปธรรมให้ทุกคนวัดได้ แต่สิ่งสำคัญกว่าก็คือผู้ทำกิจกรรมได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการทำงานชิ้นนั้น โดยเฉพาะคุณค่าทางใจที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่สามารถใช้อะไรมาวัดได้
.....เรื่องบางเรื่องก็มีผู้พยายามวัดผลให้ได้้จากไม้บรรทัดที่เพียรสร้างขึ้นมาเป็นบรรทัดฐาน เพื่อตีค่าผลงานของตัวเองหรือแม้แต่ผลงานของคนอื่นว่าได้ผลเป็นอย่างไร หลายครั้งที่เราก็ลืมไปว่ากว่าจะถึงวันที่วัดผลนั้น คุณค่าทางใจที่เกิดขึ้นทันทีกับผู้ที่มีส่วนร่วมทำให้เกิดเรื่องราวนั้นๆก็อาจจะเลือนหายไปแล้วจากใจและจากความทรงจำ หรือหลายครั้งเราก็มองข้ามและผ่านมันไปโดยไม่ได้กลับมาเหลียวแล หรือแม้แต่จะปิติยินดีกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเราไปห่วงกับภาพพจน์ ห่วงว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร โดยลืมคิดถึงตัวเอง ลืมคิดถึงรอยยิ้ม เสียงหัวเราะที่เกิดขึ้น จากน้องๆที่กำลังป่วยทางกาย แต่เข้มแข็งทางใจ และอาจจะมีความสุขกว่าอีกหลายชีวิตที่มีสุขภาพกายปลอดจากโรคภัย ไข้เจ็บ
....เรื่องบางเรื่องถ้ามองแค่เปลือกก็จะไม่เห็นอะไร แต่ถ้ามองให้ลึกถึงแก่น กระพี้ ก็จะรู้ว่าคุณค่าอยู่ที่ไหน
.....เรื่องราวจากนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับ จ๋า ปอนด์ ที่เคยได้เรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ เขียนเข้ามาให้พวกเราได้ชื่นชมกัน จากโครงการของกลุ่ม 7 ค่ะ
"สำหรับความรู้สึกที่เกิดขึ้นนะคะ ตอนแรกๆก็รู้สึกๆเกร็งๆ เพราะน้องๆนั้นเด็กเสียเหลือเกิน กลัวว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่อง พูดกันไม่เข้าใจ ช่วงแรกคือการเล่าประวัติลอยกระทง (ส่วนที่ตัวเองต้องรับผิดชอบคู่กับเจมส์ค่ะ) น้องๆไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควรนัก เพราะดูเหมือนมันจะยากเกินไปสำหรับน้องๆ เราก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน ที่เ ตรียมเนื้อหามาไม่เหมาะกับน้องๆเท่าที่ควร จากเนื้อหาที่เตรียมมาสองแผ่น ตอนพูดก็เหลือแค่ สามบรรทัด ( - -" ) ไม่กล้าพูดมากเกินค่ะ กลัวน้องจะเบื่อ ต่อมาพอช่วงกิจกรรมของแป๋มกับปอนด์ (ขอชมเชย) ดึงดูดใจน้องๆได้ดีมาก ด้วยเกมส์และล่อน้องด้วยขนม 555 หลังจากนั้นเลยเป็นกิจกรรมอย่างเดียว (ตัดวิชาการคือส่วนของ อังกฤษ และ คณิตศาสตร์ ออก) แต่ไม่ใช่ไม่สอนเลยนะคะ เป็นการสอดแทรกมากกว่า เช่น ขณะนั่งเล่นกับน้อง ตอนทานข้าวเที่ยง ส้มโอก็ทายคำภาษาอังกฤษกับน้องๆ (โดยไม่ได้ตั้งใจ) ซึ่งน้องๆก็สนใจ และร่วมมือกันอย่างสนุกสนาน นับว่าเป็นการสอนหนังสือ แบบไม่น่าเบื่อ เลยได้เรียนรู้ว่า ครั้งหน้าไม่ควรจริงจังเกินไป เน้นเป็นการสอดแทรกความรู้ระหว่างทำกิจกรรมสนุกๆ และน้องๆชอบกันดีกว่า อีกนิดหน่อยค่ะ รู้สึกสะเทือนใจนิดนึงตอนเห็นน้องๆแรกๆ บางคนมาด้วยอาการเข็มน้ำเกลือคาอยู่ที่แขน บางคนนั่งรถเข็นมา บางคนหัวนูนบวมเพราะเป็นมะเร็ง บางคนก็ตัวเล็ก ลีบ น้ำหนักน้อย และมากเกินไปก็มี เห็นแล้วก็แอบเศร้า แต่เมื่อได้เล่นและเห็นน้องๆสนุกสนาน ก็รู้สึกดีที่ได้มาจัดกิจกรรมนี้ค่ะ เห็นผลทันทีที่เราเริ่มทำ คิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกกิจกรรมนี้มาทำเป็นโครงการนี้"
"ครับ ถ้าถามถึงความรู้สึกและความประทับใจ อยากบอกว่า"ประทับใจและก็สนุกมากเลยครับ"(แต่หลังๆเหนื่อยครับ หมดแรง)
ก็คงคล้ายๆกับที่จ๋าบอกนะครับ ก็คือน้องๆเด็กมากๆ เด็กโตๆมีน้อยมากเลย T_T
ซึ่ง ทำให้ถ้าหากว่าเราใส่ความรู้เข้าไปเลย ตรงๆ น้องๆเบื่อแน่นอน ก็เลยคิดว่า (ผมคิดนะ ไม่รู้เพื่อนๆคิดด้วยรึเปล่า) น่าจะทำเป็นแบบ "Edutainment" แต่คงจะหนักไปทาง Entertainment มากหน่อยนะครับ Education ก็พอมีบ้าง 555+
ส่วน ที่ผมรับผิดชอบคือ "สอนน้องร้องเพลงครับ" คู่กับแป๋ม ทีแรกว่าจะสอน จ๊ะทิงจาแล้ว แต่ผมร้องไม่เป็น T_T ก็เลยเอาเพลง"วันลอยกระทง"ดีกว่า ง่ายดีครับ น้องๆก็ให้ความร่วมมืออย่างดี (ไม่รู้ว่าเพราะชอบร้องเพลง หรือว่าโดนขนมที่เป็น microphone ล่อก็ไม่รู้นะครับ อย่างน้อยๆ น้องๆก็ร้องกัน ^^)
อ้อ! มีละครด้วยครับ ก็แสดงค่อนข้างเว่อร์นิดหน่อยนะครับ เน้นน้องๆสนุกมากกว่าน่ะครับ(ที่สำคัญโดนน้องบอก"ไม่หล่อ"ด้วย T_T)
เกม ของอุ๋มก็ดีนะครับ น้องๆช่วยกันดี (แต่ผมว่ายากไปหน่อย น้องๆตัวเล็กๆ ยังพูดไม่ค่อยได้+ไม่กล้าพูดกันด้วย แต่อย่างว่าไม่รู้จริงๆครับ ว่าน้องเขาจะเด็กกันขนาดนี้ T_T) มีเสียก็ตรงละครนิทานชาดกที่ไฟล์ไม่ดีน่ะครับ (แย่เลยๆ)
ส่วนคนอื่นๆก็นั่งดูไป ช่วยกันเตรียมกระทง แล้วก็ผลัดมาเล่นมาพูดคุยกับเด็กๆ น้องๆจึงไม่เหงาเลย
พอ เลยพักเที่ยงไป ผมหมดแรงแล้วครับ ก่อนหน้านั้นใส่พลังไปมากเกิน 55 ก็เลยให้เพื่อนๆสอนน้องทำกระทงกันไป (คือจริงๆแล้วทำกระทงไม่เป็นครับ ก็เลยไม่ขอยุ่ง) เสียดายที่ตอนหลังมีน้องมาเพิ่มอีก ของไม่พอทำกระทง เลยต้องรีบไปหาซื้อมาเพิ่มเลยครับ
สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณพี่ๆเจ้าหน้าที่ พยาบาลของหอผู้ป่วยเด็ก 2 ที่ให้ความร่วมมือด้วยครับ และที่สำคัญที่ขาดไม่ได้คือความร่วมมือร่วมใจของเพื่อนๆทุกคนนั่นเองครับ
แนะนำให้ใครก็ตามที่ผ่านเข้ามาตรงนี้ไปอ่าน blog ของ อ.ธนพันธ์เพิ่มเติมค่ะ เรื่อง นักศึกษาแพทย์อยากทำความดี โดยเฉพาะหัวข้อที่แสดงความคิดเห็น การเล่าสะท้อนความรู้สึกของนักศึกษาแพทย์ที่ทำกิจกรรมกลุ่มค่ะ
ฝากเล่าเรื่อง รอยยิ้ม ความประทับใจจากการทำกิจกรรมเพื่อน้องครั้งที่ 2 ที่เพิ่งจัดผ่านมา ของกลุ่ม 7 มาให้อาจารย์ได้รับรู้เรื่องราวดีๆที่เกิดขึ้นบ้างนะคะ