ภาพจากแฟ้ม มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา กำหนดจัดพิธีประสาทปริญญาบัณฑิตมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ครั้งที่ 7 ขึ้นในวันที่ 24 มกราคม 2553 ณ หอประชุมวันมูหะมัดนอร์ มะทา มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
ขอร่วมแสดงความยินดีแก่บัณฑิตล่วงหน้าเลยแล้วกันครับ...ยินดีกับทางมหาวิทยาลัยด้วยครับ
ขอบคุณครับอ.เสียงเล็กๆ فؤاد
อาจารย์ครับช่วยพิจรณาบล๊อกนี้ด้วยครับ บทประพันธ์งานรับปริญญาปีนี้เผื่อจะเป็นกำลังใจแก่ทุกท่านครับ จะได้ร่วมกันเผยแพร่ครับ
http://gotoknow.org/blog/fuad1011/322738
แม้อาจไม่ได้ไปร่วมแต่แต่งให้ด้วยใจครับ
สุดแต่จะพิจารณาครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ Vij มาอวยพรปีใหม่ค่ะ
ขอบคุณมากครับ อ.เสียงเล็กๆ فؤاد
อาจารย์แต่งได้เยี่ยมมากครับ จะประสานผู้เกี่ยวข้องนำบทกวีของอาจารย์สื่อถึงใจบัณฑิตที่มาร่วมพิธีครับ อินชาอัลลอฮฺ
สวัสดีปีใหม่ครับ อ.อาลัม
สวัสดีครับ อ.Vij
ขอบพระคุณมากครับอ.Vijสำหรับคำอวยพร และในโอกาสนี้ ขอเอกองค์อัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอได้ทรงนำทาง อ.Vij สู่ทางอันเที่ยงตรงและอบอุ่นยิ่งของพระองค์ อามีน
สวัสดีปีใหม่ครับคุณจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ขอเอกองค์อัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอได้ทรงนำทางคุณจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร สู่ทางอันเที่ยงตรงและอบอุ่นยิ่งของพระองค์ อามีน
ขอบอกว่า ชอบรูปที่แนบเป็น สคส.มากครับ ให้ความรู้สึกประหลาด และท้าทายในขณะเดียวกัน ขอบพระคุณมากครับที่แวะมาอวยพร
upload ภาพ cut out เรียบร้อยแล้วครับท่าน
อัสลามมูอาลัยกุมวารอฮฺ มาตุลลอฮฺ วาบารอกาตุฮฺ
เอ่อมาอัฟนะค่ะ ขอแสดงความคิดเห็น เรื่องปีใหม่นะค่ะ
ในทุกๆ ชาติ ทุกๆ เผ่าพันธุ์ต่างมีเทศกาลเป็นของตนเอง หรือมีประเพณีของเผ่าพันธุ์ของตนเองอยู่เสมอ แม้กระทั่งวันรื่นเริง วันซึ่งถูกอุบัติขึ้นเพื่อการเฉลิมฉลอง หรือเพื่อแสดงความสนุกสนานนั้น และอิสลามก็มีวันรื่นเริง ดังที่ท่านศาสดามูฮัมหมัดได้กล่าวว่า "...สำหรับพวกท่านมีวันรื่นเริงสนุกสนานอยู่สองวัน ทว่าพระองค์อัลลอฮฺทรงเปลี่ยนให้ดีกว่าวันทั้งสองดังกล่าว นั่นคือวันอีดิลฟิฏริ และวันอีดิลอัฎหา” (บันทึกโดยนะสาอีย์ หะดีษที่ 1538) ท่านศาสนายังกำชับกำพวกเราว่า "พวกท่านอย่าเลียนแบบพวกยะฮูดีย์ (พวกยิว) และพวกนัศรอนีย์ (พวกคริสเตียน)" (บันทึกโดยอะหฺมัด หะดีษที่ 8230) ลองกลับมาพิจารณาดูว่า การกำหนดวันปีใหม่ของสากล หรือปีใหม่ของโลกนั้นมาจากแหล่งไหน? ผลลัพธ์คือ มาจากพวกโรมัน และพวกอังกฤษ ซึ่งก็อยู่ในกลุ่มของอะฮฺลุลกิตาบ หรือพวกยะฮูดีย์ และนัศรอนีย์นั่นเอง เมื่อเป็นเช่นนั้นบรรดามุสลิมยิ่งจะต้องออกห่างจากการเฉลิมฉลอง และจัดงานรื่นเริงปีใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นมุสลิมจะต้องมีจุดยืนของมุสลิมโดยมีอุดมการณ์อันแน่วแน่ว่าไม่ยอมเลียนแบบพฤติกรรม, ประเพณี หรือวัฒนธรรมของประชาชาติอื่น โดยเฉพาะประชาชาติยะฮูดีย์ และนัศรอนีย์โดยเด็ดขาด เพราะนั่นคือคำสั่งที่ท่านศาสดา ต้องการให้มุสลิมเป็นประชาชาติตัวอย่าง เป็นประชาชาติที่นำประชาชาติอื่น
ศาสนาอิสลามอนุญาตให้มอบของขวัญ หรือแม้แต่การเขียนบัตรอวยพรให้แก่กันได้ เพราะนั่นถือว่าเป็นเรื่องของสังคม แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่กำหนดวันเจาะจงที่จะมอบให้อย่างตายตัว มุสลิมสามารถมอบของขวัญ หรือบัตรอวยพรได้ตลอดเวลา แต่ถ้ามุสลิมคนใดเจาะจงมอบให้เฉพาะวันคริสต์มาส หรือวันปีใหม่ เท่ากับว่ามุสลิมผู้นั้นกำลังเลียนแบบกลุ่มอื่นแล้ว ดั่งเช่นที่ท่านรสูลุลลอฮฺ กล่าวไว้ว่า
« من تشبه بقوم فهو منهم»
ความว่า “บุคคลใดที่เลียนแบบชนกลุ่มใดเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของชนกลุ่มนั้น” (บันทึกโดยอบูดาวูด หะดีษที่ 3512)
ดังนั้น เมื่อศาสนาไม่อนุญาตในรื่นเริง และเฉลิมฉลองในวันปีใหม่ หรือเทศกาลปีใหม่ เช่นนี้มุสลิมก็ต้องหลีกเลี่ยงโดยไม่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกิจกรรมใดในเทศกาลดังกล่าว ไม่ว่าจะมีส่วนร่วมให้นำสิ่งของต่างๆ ที่บ่งบอกว่าเราได้มีส่วนร่วมในวันนั้น ไม่ว่าจะในเรื่องของการกิน การดื่ม เสื้อผ้า ของขวัญ การอวยพร หรืออย่างอื่นๆ อีก เป็นหน้าที่เหนือมุสลิมทุกคนที่จะต้องภาคภูมิใจในศาสนาของตนเอง และเขาจะต้องไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับทุก ๆ เทศกาลที่ไม่ใช่อิสลาม
สรุปแล้ว...หากเพื่อนที่เป็นมุสลิม หรือต่างศาสนิก มาอวยพรปีใหม่หรือมอบของขวัญกับเรา สิ่งที่เราควรจะทำคือชี้แจงให้เพื่อนได้ทราบว่าเราไม่สามารถรับหรืออวยพรกลับได้ แสดงถึงจุดยืนในเรื่องนี้ เชื่อว่าหากเราอธิบายดีๆเพื่อนคนนั้นต้องเข้าใจเรา
หากมีอะไรผิดพลาดหรือทำให้ไม่สบายใจขอมาอัฟด้วยค่ะ ..........พี่น้องในหนทางของอิสลาม
วะอาลัยกุมุสสะลามวะเราะฮฺมะตุลลอฮฺวะบารอกาตุฮฺ
ยาอุคตี
อัลหัมดุลิลละฮฺ ขอบคุณมากครับสำหรับนาศิหะฮฺที่เปี่ยมด้วยความจริงใจ
ในสังคมพหุวัฒนธรรมที่เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของความหลากหลายเท่าๆกับที่คนอื่นก็เช่นเดียวกันนั้น เราคงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันบนฐานแห่งการรับรู้ในความแตกต่างของกันและกัน ในขณะเดียวกันเราต่างก็ต้องเรียนรู้ที่จะมีปฏิสัมพันธ์ในระหว่างกันในขอบเขตที่เหมาะสม
หากฝ่ายหนึ่งมีไมตรีจิตมาเราก็ควรมีไมตรีจิตตอบ หากอีกฝ่ายยิ้มมาเราก็ควรยิ้มตอบ ความรู้สึกที่ดีในระหว่างกันตรงนี้เป็นก้าวสำคัญที่ประกันการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ วัลลอฮฮูอะฮฺลัม