ชื่องานวิจัย : ปัญหาและแนวทางการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้โรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด
ผู้วิจัย: นายคมสัน ณ รังษี
ปีที่วิจัย : 2550
ความมุ่งหมายของการวิจัย :
- เพื่อศึกษาปัญหาในการดำเนินงานตามแนวคิดขององค์กรแห่งการเรียนรู้โรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด
- เพื่อสังเคราะห์แนวทางการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้โรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง :
- ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 30 คน ดังนี้
1.1 ผู้อำนวยการโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด จำนวน 1 คน
1.2 รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด จำนวน 2 คน
1.3 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้โรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด จำนวน 8 คน
1.4 ครูปฏิบัติการสอนโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด จำนวน 19 คน
- กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ที่ให้ข้อมูลหลักในการวิจัยที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ซึ่งเป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 28 คน แยกรายละเอียดดังนี้
1.1 ผู้อำนวยการโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด จำนวน 1 คน
1.2 รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด จำนวน 2 คน
1.3 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้โรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด จำนวน 8 คน
1.4 ครูปฏิบัติการสอนโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด จำนวน 17 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล :
1. รวบรวมข้อมูลแล้วทำการศึกษา วิเคราะห์เอกสาร (Ducumentary Analysis) หนังสือ รายงานการประชุม สภาพการดำเนินงานที่ผ่านมาของโรงเรียน และรายงานการดำเนินงานเกี่ยวกับองค์กรแห่งการเรียนรู้
2. แบบสัมภาษณ์เพื่อสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structure Interview) โดยผู้วิจัยกำหนดคำถามที่ใช้ในการศึกษาในลักษณะกว้างๆ ล่วงหน้าก่อนทำการศึกษา เป็นลักษณะคำถามแบบปลายเปิดที่ผู้วิจัยต้องใช้วิธีการสัมภาษณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึก การตั้งคำถามสัมภาษณ์เป็นหน้าที่ของผู้วิจัยจะซักถามรายละเอียดจากผู้ถูกสัมภาษณ์ มีการกำหนดคำถาม มีประเด็นสำคัญคือ ปัญหา ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ลักษณะการสัมภาษณ์จะออกมาในรูปแบบของการสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ในการดำเนินงาน จะจัดรูปแบบอย่างไม่เป็นทางการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และบุคคลที่จะให้ข้อมูลในแต่ละครั้ง ข้อมูลต้องครอบคลุมเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม ดังนี้
1. การเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
2. การมีรูปแบบจำลองทางความคิด
3. การสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน
4. การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม
5. การคิดอย่างเป็นระบบ
การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
- เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ใช้สัมภาษณ์ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ และผู้แทนครูปฏิบัติการสอน โดยมีลักษณะของคำถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์แบบเดียวกัน 2 ตอน แบ่งคำถามออกเป็น 5 ด้าน ดังนี้
- การสร้างแบบสัมภาษณ์ มีขั้นตอนดังนี้
2.1 ศึกษาวิเคราะห์จากเอกสารที่เกี่ยวกับการดำเนินงานเพื่อพัฒนาโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
2.2 ศึกษาเกี่ยวกับหลักการ แนวคิด วิธีการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับองค์กรแห่งการเรียนรู้ และสภาพปัญหาที่เกิดจากการดำเนินงานองค์กรแห่งการเรียนรู้ภายในสถานศึกษา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการออกแบบสัมภาษณ์
3. การทดสอบคุณภาพเครื่องมือ คือ แบบสัมภาษณ์ในการวิจัยโดยการหาความ เที่ยงตรง (Validity) ผู้วิจัยได้นำแบบสัมภาษณ์ที่สร้างขึ้นมาเสนอให้อาจารย์ที่ปรึกษางานนิพนธ์ และผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาตรวจสอบแก้ภาษา เนื้อหาและโครงสร้าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจแก่ผู้ตอบและสามารถวัดได้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการวัดและนำมาปรับปรุงแก้ไขก่อนนำไปใช้เก็บข้อมูลจริง
การเก็บรวบรวมข้อมูล
1. รวบรวมข้อมูล จากเอกสารที่ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับการดำเนินงานองค์กรแห่งการเรียนรู้ภายในโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2547
2. สัมภาษณ์เกี่ยวกับสภาพปัญหา ผลการดำเนินงาน ในการดำเนินงานของโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด ในเรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้ ตามกรอบวินัย 5 ประการ จากกลุ่มตัวอย่าง รวม 28 คน
3. สัมภาษณ์แบบเจาะประเด็นที่เกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตาดไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ เมื่อทำการรวบรวมข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำการสรุปปัญหาการพัฒนาการดำเนินการเกี่ยวกับองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด
4. วิเคราะห์แนวทางการพัฒนาจากการสัมภาษณ์แบบเจาะจงและเจาะประเด็นของกลุ่มตัวอย่าง ในประเด็นที่เกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด
การจัดกระทำและวิเคราะห์ข้อมูล
การวิจัยในครั้งนี้ มีการวิเคราะห์และตีความข้อมูลไปพร้อมๆ กับการเก็บรวบรวมข้อมูลตลอดเวลา ขณะปฏิบัติการภาคสนาม มีการตรวจสอบความถูกต้องของคำสัมภาษณ์ โดยเมื่อมีการสัมภาษณ์เสร็จแล้วแต่ละประเด็นคำถาม ผู้วิจัยจะอ่านคำสัมภาษณ์เพื่อให้ผู้ถูกสัมภาษณ์ยืนยันความถูกต้องอีกครั้ง ผู้วิจัยมีการตรวจสอบเอกสารที่ได้รับ (Methodological Triangulation) คือ การใช้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อรวบรวมข้อมูลเรื่องเดียวกัน โดยใช้หลักการวิเคราะห์ข้อมูลแบบสามเส้า (Triangulation) คือต้องเป็นข้อมูลที่สอดคล้องกันเมื่อใช้วิธีการเก็บข้อมูล 3 วิธี คือ การวิเคราะห์เอกสาร สัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์และตรวจสอบจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผลการวิเคราะห์ มีความน่าเชื่อถือและตีความเชื่อมโยงสัมพันธ์ สร้างข้อสรุปโดยวิธีอุปนัยสำคัญ การวิเคราะห์ข้อมูลสรุปได้ว่า จะดำเนินการ 3 ประการ คือ การจัดประเภทข้อมูล (Category) การตีความ (Interpretation) และการสรุปความ (Summary) ซึ่งครอบคลุมสิ่งเหล่านี้ คือ
1. ผลการดำเนินงาน ปัญหาและแนวทางการพัฒนาในการดำเนินงานตามแนวคิดขององค์กรแห่งการเรียนรู้โรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด
2. แนวทางการพัฒนาโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล :
การวิจัยในครั้งนี้ มุ่งศึกษาผลการดำเนินงาน ปัญหาและแนวทางการพัฒนาโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด โดยยึดวินัย 5 ประการของ Peter M. Senge ในเรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้ ทั้งนี้จากการที่โรงเรียนได้ใช้หลักการและแนวคิดดังกล่าวมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานต่างๆ ของโรงเรียนเป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งผู้วิจัยได้ศึกษาและนำเสนอข้อมูล ดังนี้
สภาพการดำเนินงานเพื่อพัฒนาโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
ผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาระบบการบริหารจัดการโรงเรียน
โรงเรียนดำเนินงานเพื่อการพัฒนาองค์กร โดยบริหารจัดการสถานศึกษาภายใต้หลักการบริหาร โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School-Based-Management:SBM) และใช้กระบวนการทำงานเชิงคุณภาพ PDCA (วงจร Demming) แล้วนำผลมาจัดทำรายงานการประเมินตนเอง โดยทำเป็นรายงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษาประจำปี (โรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม, 2548) โดยแบ่งโครงสร้างการบริหารงานออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้
1. การบริหารงานวิชาการ
2. การบริหารงบประมาณ
3. การบริหารงานบุคคล
4. การบริหารงานทั่วไป
การพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านคุณภาพ คือ องค์กรที่ทำงานและพัฒนาวิธีการทำงานไปพร้อมๆ กัน ผลลัพธ์ที่เกิดจากองค์กรแห่งการเรียนรู้จะมีหลายมิติ อย่างน้อย 3 มิติ คือ
1) ผลงาน ได้แก่ งานหลักรองทั้งหลายจะดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในเชิงคุณภาพประสิทธิภาพจนเกิดนวัตกรรม
2) ศาสตร์หรือความรู้ที่ใช้ในการทำงาน ด้านการบริหารแบบโรงเรียนเป็นฐาน
3) คนในโรงเรียนที่เก่งขึ้น คือ ครูเป็นหลัก
ดังนั้น การจัดโครงสร้างเพื่อการบริหารการศึกษาเชิงคุณภาพ และถือได้ว่าเป็นพื้นฐานสำคัญขององค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยที่ผู้บริหารโรงเรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพ โดยการอบรมปฏิบัติการหลักสูตรการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การบริหารสถานศึกษาให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษา และเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ผู้นำทางวิชาการสร้างและส่งเสริมกิจกรรมด้านมีวิสัยทัศน์ และสร้างวิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision) ให้แก่บุคลากรของโรงเรียน รวมทั้งสนับสนุนส่งเสริมบรรยากาศเพื่อพัฒนาโรงเรียนสู่องค์กรแห่งการเยนรู้ในทุกด้าน ตามแนวคิดวินัย 5 ประการของ Peter M. Senge ซึ่งเป็นผู้นำด้านการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization : LO) ดังนั้น โรงเรียนจึงจัดโครงการฝึกอบรมปฏิบัติการและการสัมมนาตามความต้องการจำเป็นเพื่อพัฒนาบุคลากรและทีมงานให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการทำงาน เชิงระบบเพื่อพัฒนาไปสู่วิสัยทัศน์ของโรงเรียนที่ตั้งไว้ร่วมกัน คือ“เราจะเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้เพื่อสร้างคนดีสู่สังคม”
ปัญหาจากการดำเนินงานเพื่อพัฒนาโรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม จังหวัดตราด ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
1. การเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ (Personal Mastery)
ครูมีภาระงานมากเกินไป ขาดแหล่งเรียนรู้ ขาดนิสัยรักการอ่านเพื่อพัฒนาตนเอง มีหน้าที่รับผิดชอบในโรงเรียนหลายงาน บุคลกรยังไม่เห็นผลจากการเป็นคนใฝ่รู้ที่ชัดเจน ขาดความกระตือรือร้น เข้าอบรมน้อย ขาดงบประมาณ ระยะทางและระยะเวลาในการเดินทางออกนอกพื้นที่ไม่สะดวก
2. การมีรูปแบบจำลองทางความคิด (Mental Models)
ครูทุกคนคิดอย่างมีแบบแผน วิเคราะห์ แยกแยะได้ แต่ยังไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติจริง บางคนไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ยึดความคิดตนเองเป็นหลัก สร้างความคิดแนวร่วมเป็นเพียงหน้าที่ และมีความคิดเห็นแตกต่างกันและแตกแยกในความคิด
3. การสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน (Shared Vision)
เมื่อครูมีการอภิปรายก็ไม่ได้รับความสนใจ แตกต่างในวัยวุฒิทำให้ปิดกั้นในความคิด สื่อสารไม่ครบถ้วน ไม่กล้าอภิปราย ขาดความมั่นใจในตนเอง เกรงผลกระทบที่เกิดจากการแตกต่างในความคิด ทำงานเพื่อตนเองและกลุ่มเท่านั้น ขาดปฏิสัมพันธ์หลังงานเสร็จ และไม่รู้จักวิธีการนำเสนอที่เหมาะสม
4. การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม (Team Learning)
การเรียนรู้ของครูร่วมกันเป็นทีมมีข้อจำกัด ความแตกต่างระหว่างบุคคล เรื่อง วัยวุฒิ คุณวุฒิ คล้อยตามทางความคิดในบางครั้งเป็นพฤติกรรมเชิงลบขององค์กร ขาดแรงจูงใจ ไม่ได้รับการตอบสนองจากผู้บริหาร ทำงานเพื่อตนเองและกลุ่มเท่านั้น ขาดปฏิสัมพันธ์ และทำงานข้ามสายงาน
5. การคิดอย่างเป็นระบบ (Systems Thinking)
บุคลกรบางส่วนมักคิดเฉพาะด้าน เฉพาะงานที่รับผิดชอบ ยังไม่คิดเป็นระบบองค์รวม ขาดข้อมูลนำไปสู่การคิดเชิงระบบเชื่อมโยงภาพรวมขององค์กร ประสบการณ์น้อย วุฒิภาวะน้อย ไม่คิดหาเหตุผลที่จะทำความเข้าใจในปรากฏการณ์ต่างๆ บุคลากรบางส่วนไม่ได้ถูกฝึก หรือปลูกฝังแนวคิดเชิงระบบ ขาดความตระหนักในหน้าที่ของตนเอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อองค์กรโดยภาพรวม
แนวทางการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้โรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด
1. การเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ (Personal Mastery)
ควรลดภาระงานที่รับผิดชอบ จัดหาบุคลกรสนับสนุน มีกรจัดสรรเวลาในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ของตนเอง ผู้บริหารควรส่งเสริมการศึกษาต่อหรือการอบรมของบุคลากร กระตุ้นกิจกรรม ยกย่องบุคลากร สร้างแรงจูงใจส่งเสริมการรักการอ่าน เรียนรู้แบบค่อยเป็นค่อยไปด้วยความสมัครใจมากกว่าการบังคับ จัดหาสื่อ อุปกรณ์แหล่งเรียนรู้ ปรับวิธีการเรียนรู้ให้อยู่กับเนื้องาน อำนวยความสะดวกให้บุคลากร
2. การมีรูปแบบจำลองทางความคิด (Mental Models)
ผู้บริหารควรอำนวยความสะดวก สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์และคิดเชิงบวก แนะนำบุคลากรให้เปิดรับความคิดใหม่ๆ ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมในการทำงาน ยอมรับความคิดเห็นและการตัดสินใจของผู้อื่น สร้างความเข้าใจที่ตรงกันของบุคลากร สร้างความตระหนักและเจตคติเชิงบวก จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จัดศึกษาดูงาน ให้อำนาจการตัดสินใจแก่บุคลากร
3. การสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน (Shared Vision)
เปิดโอกาสการแสดงออกทางความคิด ประชุมทำความเข้าใจกันบ่อยมากขึ้น เคารพและรับฟังเหตุผลของผู้ปฏิบัติ ใส่ใจกับทุกความคิดเห็น คำนึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม จัดพื้นที่แสนอความคิดเห็นทางป้ายนิเทศ หรือเว็บไซต์ของโรงเรียน
4. การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม (Team Learning)
เสริมสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ร่วมกัน พิจารณาความดีความชอบจากการทำงานเป็นทีม ยอมรับในการร่วมกันเป็นทีม ระดับกลุ่มย่อยก่อนขยายสู่ภาพรวมขององค์กร หัวหน้าควรดูแลและร่วมกันแก้ไข เป็นเพื่อนร่วมงาน ไม่มีอคติส่วนตัว พัฒนาภาวะผู้นำทุกระดับ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล สร้างบรรยากาศการทำงานเป็นทีม กระจายความถนัด
5. การคิดอย่างเป็นระบบ (Systems Thinking)
ส่งเสริมความคิดเชิงระบบ ส่งเสริมการเรียนรู้ จัดอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจ ร่วมกันปรึกษาหารือ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สื่อสารระหว่างกันมากขึ้นโดยใช้ช่องทางหลายรูปแบบ สร้างเป้าหมายวิสัยทัศน์ร่วมกัน ฝึกมองปรากฏการณ์ต่างๆ ด้วยใจเป็นกลาง มีเจตคติที่ดี
ผู้สรุปรายงานการวิจัย
นายธนรัชน์ สุขโข รหัส 52920498 นิสิตปริญญาโท สาขา การบริหารการศึกษา ภาคพิเศษ
E-Mail : [email protected]/th
เรื่องนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีความน่าสนใจมากครับ