การสำรวจธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ

  ติดต่อ

  การสำรวจธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ  

การสำรวจธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ

คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจจากผู้ประกอบการธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ การสำรวจนี้จะดำเนินการในสถานประกอบการที่มีคนงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปในเขตกรุงเทพมหานคร และ ต่างจังหวัดทั่วประเทศ เฉพาะที่มีรูปแบบการบริหารงานเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ทั่วประเทศ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากธุรกิจประเภทต่างๆ ดังนี้
คือ การชายส่ง,การขายปลีก,โรงแรมและภัตตาคาร,หอพัก,การให้เช่าของใช้ในครัวเรือนและของใช้
ส่วนบุคคล,กิจกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์,นันทนาการ,วัฒนธรรม,การกีฬาและการให้บริการ เป็นต้น
เก็บรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง
เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับจำนวน ประเภท และขนาดของสถานประกอบการธุรกิจ จำนวนคนทำงาน ลูกจ้างและค่าตอบแทนแรงงาน มูลค่าซื้อสินค้าเพื่อการจำหน่ายหรือให้บริการ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน รายรับ สินค้าคงเหลือต้นปี ปลายปี และมูลค่าสินทรัพย์ถาวรของสถานประกอบการ
ดำเนินการอย่างไร
สำนักงานสถิติ จะส่งเจ้าหน้าที่ออกสัมภาษณ์หรือโทรศัพท์สอบถามเจ้าของ/ผู้ประกอบการหรือผู้ได้รับมอบหมายให้ตอบข้อมูล
ประโยชน์ที่ได้จากการสำรวจ
  • ใช้ในการวางแผนและกำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจด้านธุรกิจทางด้านการบริการของประเทศ
  • ใช้ในการพัฒนาระบบข้อมูล เพื่อการวางแผนและเตือนภัยทางเศรษฐกิจและสังคม
  • ใช้ประกอบการพิจารณากำหนดบทบาทของรัฐ จัดทำมาตรการทางการค้า ปรับปรุงระบบกฎเกณฑ์ วิธีการและเทคโนโลยี ในการส่งเสริมและกำกับการดูแลการประกอบธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆและเป็นมาตรฐานสากล
  • ใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
  • ใช้ในการทำดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจและภาวะการดำเนินกิจการ
  • เป็นเครื่องมือสำหรับผู้บริหารในภาคเอกชน สำหรับทำความเข้าใจสภาวะเศรษฐกิจทางด้านการค้าในภาพรวมเพื่อสามารถตัดสินใจลงทุน ปรับปรุง และพัฒนาการ ดำเนินกิจการ
  • เพื่อประโยชน์ในการนำไปศึกษาภาวะธุรกิจทางการค้าและธุรกิจทางการบริการ
ปัญหาและอุปสรรคในการเก็บรวบรวมข้อมูล
ในพื้นที่จังหวัดชุมพร
1.สถานประกอบการไม่ให้ข้อมูลที่เป็นความจริง
2.ให้ข้อมูลไม่ครบ
3.สถานประกอบการทำแบบสอบถามหาย

 

 

พระราชบัญญัติสถิติ
พ.ศ.2508
มาตรา 21
บรรดาข้อความหรือตัวเลขเฉพาะบุคคล หรือเฉพาะรายที่ได้กรอกในใบแบบหรือใบกำหนดข้อถามนั้นต้องถือเป็นความลับโดยเคร่งครัด ห้ามมิให้ผู้ซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้เปิดเผยข้อความหรือตัวเลขนั้นแก่บุคคลใดๆ ซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่เพื่อประโยชน์แก่การสอบสวน หรือการพิจารณาคดีที่บุคคลนั้นต้องหาว่ากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 22
ผู้ใดไม่กรอกรายการในใบแบบหรือใบกำหนดข้อถาม ตามวิธีการที่เลขาธิการสถิติแห่งชาติกำหนดตามมาตรา 16(1) หรือไม่ส่งคืนใบแบบหรือใบกำหนดข้อถามที่ได้กรอกรายการแล้วแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงาน หรือหน่วยสถิติ ภายในระยะเวลาที่เลขาธิการสถิติแห่งชาติกำหนดตามมาตรา 16(3) หรือไม่ให้ความสดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงาน ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา 18 ต้องวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
มาตรา 23
ผู้ใดกรอกข้อความหรือตัวเลขในใบแบบหรือใบกำหนดข้อถาม โดยรู้อยู่ว่าเป็นเท็จหรือชี้แจงข้อเท็จจริง หรือตอบข้อถามอันเป็นเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา 18 ต้องระวางโทษไม่เกินสามเดือนหรือไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 24
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 21 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ประเทศพัฒนา ประชาร่วมใจ ให้ข้อมูลที่เป็นจริง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน STATCHUMPHON

หมายเลขบันทึก: 32166, เขียน: , แก้ไข, 2012-06-02 10:16:16+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #uncategorized

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (0)