ถกขแมร์ ตอนที่ 2 :
เสนห่นครธม กับความลึกลับแห่งบายน
..........

 

สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นความประทับใจ
เมื่อไปเยือนมรดกโลกที่เขมรแห่งนี้
คือ
ความร่มรื่น และความเขียวขจีของหมู่ต้นไม้น้อยใหญ่
ทั้งที่อยู่ระหว่างทางถนนที่วิ่งไปสู่พื้นที่แห่งการอนุรักษ์
และ
ระหว่างที่เดินชมหมู่ปราสาทต่างๆ ก็ยังรู้สึกว่าไม่ร้อนนัก
เพราะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ๆ ที่ถูกเก็บไว้ได้อย่างเหมาะสมให้ความร่มรื่น
ทำให้บรรยากาศในการเยี่ยมชม
และหาความรู้จากหมู่ปราสาทเป็นไปอย่างได้อรรถรส
 และเป็นสิ่งหนึ่งที่การฟื้นฟูโบราณสถานของไทยควรที่จะเอาอย่าง
(อย่าได้นำเอาอคติทางการเมืองมากีดกั้นการมองสิ่งดีๆ ที่มีอยู่)

 

 
 
การจัดภูมิทัศน์ที่เหมาะสม ร่มรื่น เขียวขจี มีส่วนสำคัญที่ทำให้มรดกโลกแห่งนี้
น่าท่องเที่ยว และเป็นที่เสน่หาสำหรับการกลับมาเยือนหลายๆ ครั้ง
ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
 
 
หมู่ปราสาทที่มีองค์ประกอบด้วยต้นไม้ ทำให้ไม่โดดเดี่ยว และไม่แห้งแล้ง
ทำให้เรารำลึกย้อนอดีตกลับไปถึงความอุดมสมบูรณ์ และความชุ่มชื้นของแผ่นดิน
 
 
สิ่งหนึ่งที่เป็นความตั้งใจแต่แรกที่นำฉันไปสู่การเยือน "นครธม"
ก็คือ การได้ไปเยือน หมู่ปราสาทบายน
ด้วยหลงไหลใน "รอยยิ้มแห่งบายน" ที่ดูลึกลับ น่าค้นหา และอยากเห็นว่า
เมื่อเห็นรอยยิ้มแห่งบายนที่แท้จริงแล้วจะรู้สึกเช่นไร
แล้ววันนี้...ฉันก็ได้ไปยืนอยู่ที่ปราสาทแห่งบายนมาแล้ว
 
 
ภาพแห่งความยิ่งใหญ่ของปราสาทขนาดใหญ่ ของ "นครธม"
ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
ซึ่งก็ถือว่าเป็นกษัตริย์ผู้เกรียงไกรในยุคนั้น
นครธม หรือ เมืองพระนคร ถือเป็นเมืองหลวงในยุคนั้น และเป็นเมืองแห่งความยิ่งใหญ่
(ธม ในภาษาเขมร แปลว่า ใหญ่)
เล่ากันว่า ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่ในตำแหน่ง ศูนย์กลางของเมืองพระนคร
ดังนั้นปราสาทแห่งนี้ จึงเป็นเสมือนหัวใจของเมือง
เมื่อเดินเข้าไปสู่ตัวปราสาทเรื่อยๆ แล้ว เราจะเห็นถึงความอัศจรรย์
ความลึกลับ และเสน่ห์แห่งบายน....
 
 
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ พร้อมทั้งเงยหน้าดูหมู่ปราสาท
เราจะพบภาพหน้าของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรมากมาย หันมองไปทุกทิศทุกทาง
แต่ละหน้ามีรอยยิ้มที่เรียกว่า "รอยยิ้มแห่งบายน" และเสมือนส่งสายตามองมายังเรา
ทำให้ต้องหยุดมองอย่างที่เรียกว่า "ตะลึง" ก็ว่าได้
 
 
เล่ากันว่า ภาพหน้าที่ปรากฏอยู่ในตัวปราสาทนั้น อีกนัยหนึ่ง ก็คือ หน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
(ซึ่งก็ถือว่าพระองค์ คือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร นั่นเอง)
ที่คอยดูแลเหล่าประชาชนในเมืองพระนครให้อยู่กับอย่างร่มเย็น
และอยู่ในสายตาของพระองค์ตลอดเวลา
(ทำให้ฉันนึกว่า...ฉันอยากจะถูกจ้องมองเช่นนี้ตลอดเวลาหรือ???)
 
 
หนึ่งเศียรจะประกอบไปด้วยพระพักตร์(หน้า) 4 ด้าน
ซึ่งมีจำนวนรวมกัน 54 เศียร และ 216 หน้า
ฉันสังเกตุว่าแต่ละหน้าไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน และนั่นเองทำให้มีเสน่ห์
ให้เราวิ่งดูหน้าโน้นที หน้านี้ที ไม่รู้จักเบื่อ
 
 
แต่ละหน้ามีขนาดใหญ่ มหึมา และตั้งอยู่ในที่สูง
หากมองจากเบื้องล่าง...คงทำให้พลเมืองรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์
และรู้สึกถึงความต่ำต้อยของความเป็นไพร่ เป็นทาส ของตนเอง
เหมือนที่ฉันก็รู้สึกต่ำต้อยเช่นกัน...ยามที่ได้มาอยู่ที่นี่
 
 
จบ ตอนที่ 2
อ่าน ถกขแมร์ ตอนที่ 1 : ทำไมฉันจึงไปเขมร?? ได้ที่นี่
http://gotoknow.org/blog/think-free/320119
.........................
pis.ratana บันทึก
ไปเยือนเมื่อ พย.2552