•Chief Complain (CC): –รู้สึกเบื่อ ไม่อยากทำงาน และอยากแยกตัวอยู่คนเดียว –จิตแพทย์เพิ่มขนานยาแก้ซึมเศร้าและคลายกังวล รู้สึกนอนหลับลึกหลังทานยา แต่ตื่นขึ้นมาไม่สดชื่นบางวัน –เคยค้นหาความรู้เพื่อจัดการปัญหาจิตใจ เช่น วางแผนเรียนฝึกอาชีพในการทำเบเกอร์รี่ช่วงปีใหม่
•Prioritization of Performance: OT ให้ pt เรียงลำดับปัญหา - การแก้ไขปัญหา 3 ข้อ พบว่า
1.กังวลว่าจะหายจากโรคนี้หรือเปล่า – ต้องรักษาโดยไปพบแพทย์และทานยาต่อไปเพื่อให้โรคนี้หายไป
2.จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร – ต้องพยายามปล่อยวางและพยายามมองโลกในแง่บวก ต้องหางานอดิเรกทำเพื่อจะได้ไม่ให้คิดสิ่งที่ตัวเราเป็นอยู่
3.จะต้องกินยาไปอีกนานเท่าไหร่ – ไม่รู้...
•General Appearance (GA): pt คิดทบทวนตนเองได้ดี แต่จิตใจกังวลและย้ำคิดย้ำทำ เข้าใจว่าต้องทำอะไร แต่เบื่อง่ายและไม่อยากทำตามที่วางแผนไว้ ยังคิดปัญหาและการแก้ไขกว้างๆ แต่ไม่ค่อยได้จัดลำดับปัญหาและเตือนความคิดของตนเอง รู้สึกอยากให้มีคนอื่นเตือนมากกว่าเตือนตัวเอง
•Psychoanalysis –Complex
1. Past: ขาดความรักที่ได้จากครอบครัว, ให้ความรักกับคนอื่นมากไป, สนใจตัวเราน้อยไป, รักตัวเองกลางๆ, สนใจตนอื่นมากไป
2. Present: กังวลเกี่ยวกับเรื่องการนอนไม่หลับ, ไม่อยากรับโทรศัพท์ของใครเลย, ดูละครเกี่ยวกับเรื่องฆ่าตัวตายแล้วคิดถึงตัวเอง, ไม่ค่อยกล้าสบตาใครในตอนนี้, กังวลเรื่องเกี่ยวกับการกินยาอยู่คนเดียวแล้วคิดฟุ้งซ่าน
3. Future (tomorrow): คิดถึงเรื่องงานแล้วไม่อยากไปทำงาน, กังวลเกี่ยวกับการเผชิญหน้ากับเพื่อนร่วมงานและเพื่อนเก่าๆ
4. Intersection: ใส่ใจตัวเราน้อยไป
•SEIQOL หรือ Schedule for the Evaluation of Individual Quality of Life (อ้างอิงจาก O'Boyle C, McGee H, Hickey A, et al. Individual QOL in
patients undergoing hip replacement. Lancet 1992;339:1088-1091.)
–สุขภาพ 70/100 x 3/10 = 0.24
–ครอบครัว 90/100 x 2/10 = 0.18
–การงาน 60/100 x 2/10 = 0.12
–สิ่งแวดล้อม 60/100 x 1/10 = 0.06 ดูน้อยมาก ควรให้ pt ระบุให้ชัดเจน
–ความรัก 80/100 x 2/10 = 0.16
–รวม 0.76 หรือ 76% = ความคิดทบทวนตนเองด้านบวก OK
–อีก 24% น่าจะเป็นปัญหาความคิด (จิตใจ + สิ่งแวดล้อม) ด้านลบ
–pt ไม่ชอบแบบประเมินตนเองอันนี้เพราะจำกัดความคิดเพียง 5 มิติ และอยากทำแบบประเมินที่มี Rating scale ที่ละเอียดเช่น WHO-QoL –ผมวิเคราะห์ว่า pt คิดสับสนและไม่มีการลำดับความคิดจัดการจิตใจตนเอง
•Reprioritization of Performance: ผมให้ pt ประเมินคุณภาพชีวิตสากล หรือ WHO-QoL พบว่า ร่างกาย จิตใจ สัมพันธภาพทางสังคม และสิ่งแวดล้อม มีคุณภาพชีวิตกลางๆ โดยรวมคะแนนคุณภาพชีวิตดี (อ้างอิงแบบประเมินจาก สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล และคณะ. เปรียบเทียบแบบวัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกทุก 100 ตัวชี้วัด และ 26 ตัวชี้วัด, โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่, 2540.)
จากนั้นผมให้ pt เรียงลำดับปัญหา - การแก้ไขปัญหา 3 ข้อ อีกครั้ง หลังจากแปลผลการประเมิน พบว่า
1.ระบุไม่ได้ว่าความคิดด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมด้านใด – ต้องคิดให้น้อยลง คิดเชิงบวก (ความคิดเตือนตนเอง 76%)
2.เมื่อวิเคราะห์ว่าเบื่อสิ่งแวดล้อมโดยระบุกิจกรรม สถานที่ บุคคล เวลา – ต้องพยายามปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมนั้นๆ เพื่อดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข (ฝึกปรับความคิดเตือนตนเองจากข้อ 1 และ 3 มาบ้าง)
3.กังวลว่าจะหายจากโรคนี้หรือเปล่าและจะต้องกินยาไปอีกนานเท่าไหร่ – รู้ว่าต้องหากิจกรรมทำ และเขียนเตือนจัดการตนเอง (ปรับความคิดเชิงลบ 24% มาเตือนตนเองเชิงบวก)
ดร. ป๊อบครับ เพิ่งจะได้มีโอกาสได้อ่านในบอร์ด อ้างถึงข้อความในวงเล็บ-(ฝึกปรับความคิดเตือนตนเองจากข้อ 1 และ 3 มาบ้าง)หมายถึงข้อ 1 - 3 ไหนครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับคุณ sit
ข้อ 1-3 จากหัวข้อปัญหาของ pt ใน Prioritization of Performance
โชคดีปีใหม่ครับ
- ออกไปเจอสิ่งแวดล้อมภายนอก แล้วมองผู้ที่ด้อยกว่าแล้วย้อนกลับมาคิดถึงตนเอง มองปัญหาของผู้อื่น
- เปิดใจยอมรับให้คนใกล้ตัว สามารถรับฟังปัญหาได้ เช่น เพื่อนร่วมงาน
- มีการทำกิจกรรม เช่น ออกกำลังกายตอนเย็น เพื่อให้นอนหลับง่าย
- ให้ความสำคัญกับคนในครอบครัว เช่น พูดคุยกับพ่อแม่ เพราะที่สุดแล้วพ่อแม่คือที่พึ่งที่ดีที่สุดของเรา
- เลี้ยงสัตว์เพื่อ
1. จะได้ไม่อยู่ว่าง
2. มีที่ระบายและผ่อนคลาย
3. ได้รู้จักมอบความรักและการดูแลเอาใจใส่
- ให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าเมื่อรู้ว่ามีคนที่เรารักและรักเรารออยู่
- รู้จักเป้าหมายของตนเองว่าสิ่งที่ทำไป ทำเพื่ออะไร เช่น ไปทำงาน เก็บเงิน เลี้ยงดูพ่อแม่ เป็นต้น
การปรับสิ่งแวดล้อมมีทั้ง การปรับตนเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม และปรับสิ่งแวดล้อมให้เข้ากับตนเองโดยยกตัวอย่างเช่น
1. ให้มีสติรับรู้ตนเอง ใส่ใจตนเอง
2. หากมีความสนใจทางด้านศาสนา แนะนำโดยการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัว เช่น การเข้าวัด สนทนาธรรม ใช้หลักศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ปฏิบัติธรรม
3. อ่านหนังสือธรรมะหรือนั่งสมาธิก่อนนอน
4. ปรับสภาพแวดล้อมภายในห้องนอนให้น่านอนมากยิ่งขึ้น เช่น ปรับแสงในห้องนอน และจัดห้องนอนให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพิ่มกลิ่นภายในห้องนอนเพื่อความผ่อนคลาย
5. ปรับสิ่งแวดล้อมตามหลักฮวงจุ้ย
6. ฟังเพลงที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เช่น เสียงน้ำตก เสียงธรรมชาติ เสียงนก เป็นต้น
1. นั่งสมาธิ วิปัสสนา รับรู้ตนเอง
2. ทำจิตใจให้สงบ ผ่อนคลาย
3. หากิจกรรมที่ระบายแรงขับโดยเป็นกิจกรรมที่เขาต้องการ
4. ปรับสถานที่ทำงาน สร้างสัมพันธภาพกับเพื่อนร่วมงาน
5. สร้างความพันธ์กับคนในครอบครัว เช่น การทำกิจกรรมร่วมกัน
6. หาเทคนิคการคลายเครียด เพื่อให้นอนหลับสบาย
7. ควบคุมปริมาณการรับประทานสิ่งที่ส่งผลต่ออาการนอนไม่หลับ เช่น ชา กาแฟ แอลกอฮอล์
8. นั่งคิดทบทวนอยู่กับตนเอง โดยมองและคิดในเชิงบวก
9. ส่งเสริมการรักษาสุขภาพของตนเอง รักตนเองให้มากขึ้น
รักตัวเองก่อนที่จะรักคนอื่น
ปรับเปลี่ยนความคิดที่ไม่กล้าเปิดใจยอมรับความจริง หรือปัญหาด้านความรัก
มอบความรู้สึกให้ผู้อื่นเพียงเท่าที่เราสบายใจ ไม่ให้มากเกินไปจนเกิดความทุกข์
หากิจกรรมที่ทำแล้วมีความสุข และรู้จักตนเองมากขึ้น
หากิจกรรมเพื่อไม่ให้อยู่ว่าง ลดการคิดฟุ้งซ่าน
หากิจกรรมเพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน
เพิ่มความมั่นใจในตนเองโดยการทำกิจกรรมง่ายๆให้สำเร็จ
สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน
ไปสังสรรเพื่อทำความรู้จักกับเพื่อนหลายๆกลุ่มเพื่อค้นหาว่าเพื่อนกลุ่มไหนที่ทำให้มีความสุข
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการที่เป็นอยู่ และยอมรับ เพื่อหาวิธีลดอาการที่เป็นอยู่
ปรับตัวให้มีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ และหาวิธีดำเนินชีวิตที่ต้องการ
ขอบคุณทุกความคิดเห็นที่พยายามช่วยเหลือกรณีศึกษาท่านนี้ หวังว่ากรณีศึกษาจะมีโอกาสได้อ่านบันทึกนี้ครับ
ขอบคุณความคิดเห็นที่ 3-6 ซึ่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากชั้นเรียนคุณภาพชีวิตทางจิตวิญญาณของนักศึกษากิจกรรมบำบัดรุ่นแรก ม.มหิดล