คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย, ลอส แอนเจเลส, US ทำการเปรียบเทียบสมรรถภาพสมองกลุ่มตัวอย่างวัยกลางคน [ Mailonline / Dailymail.co.uk ]

โดยเปรียบเทียบนักเล่น (อินเตอร์) เน็ตชั้นเทพ (experienced internet users; experience = ประสบการณ์; experienced = ซึ่งมากไปด้วยประสบการณ์; user = ผู้ใช้ ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ หรือนักวิเคราะห์ระบบคอมพิวเตอร์) หรือใช้เน็ตประมาณ 1 ชั่วโมง/วัน เทียบกับคนที่นานๆ จะใช้สักครั้ง

...

ผลการศึกษา โดยใช้เครื่องตรวจสแกนสมองพบว่า คนที่เล่นเน็ตนานตั้งแต่ 5 วันขึ้นไป... จะมีสมองส่วนนอกด้านหน้า (ใกล้หน้าผาก - prefrontal cortex) ซึ่งมีสมรรถนะในการตัดสินใจ (make decisions) และรวมรวบ (integrate) ข้อมูลที่ซับซ้อน มีการทำงานแบบกระฉับกระเฉง ("ถีบ" หรือ 'active') มากกว่า

ศ.แกรี สมอลล์ จากสถาบัน UCLA กล่าวว่า การศึกษานี้สนับสนุนแนวคิดที่ว่า IQ เฉลี่ยมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในสังคมที่มีวัฒนธรรมในการสืบค้นข้อมูลแบบ ดิจิตอลมากขึ้น

...

ข้อดีของการ ใช้เน็ตอย่างพอดี (ไม่ใช้นาน ลุ่มหลง หมกมุ่น หรือใช้ผิดประเภท) คือ จะทำให้สมองประมวลผลได้เร็ว ทำงานหลายอย่างได้ในเวลาใกล้เคียงกัน (multitask; multi- = มาก หลาย; task = งาน; หมายถึงทำงานหลายๆ อย่างสลับกันจนดูเหมือนทำพร้อมกัน) ได้ดีขึ้น

ตรงกันข้ามการเล่นเน็ตมากไป (prolonged use; prolong = ทำให้นาน; prolonged = ถูกทำให้นาน) อาจทำให้ความชำนาญในการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล (interpersonal skills; inter- = ระหว่าง; person = บุคคล; personal = เกี่ยวกับบุุคคล; skill = ความชำนาญ) ลดลง

...

คนที่มีทักษะ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลลดลงจากการหมกมุ่นกับเน็ตมากเกิน อาจทำให้สมาธิ (attention) ลดลงได้คล้ายเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น มีความสัมพันธ์หรือมิตรภาพ (bonding) กับคนอื่นน้อยลง และมีมนุษยสัมพันธ์ (human relationships) แย่ลงได้

เรื่องนี้ก็คล้ายกับอีกหลายๆ เรื่องใีนชีวิต คือ อะไรที่ "ดี" นั้นดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องขอความ "พอดี" กำกับไว้เสมอ จึงจะได้ผลดีจริงๆ

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

 ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]

ที่มา                                                         

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. > 15 ธันวาคม 2552.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.