การมาครั้งนี้ก็ทำให้เราได้เห็นตัวตนของตนเองมากขึ้นและต้องจัดการกับความเป็นตัวตนของตนเองให้เข้าใจคนอื่นมากขึ้น

        เมื่อวันที่ 14-15 ธันวาคม 2552 ได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมการจัดการความรู้โดยชุมชนนักปฏิบัติ ตอนก่อนจะเข้าอบรมก็ยังจำชื่อโครงการไม่ได้จำได้แต่เพียงว่าเป็นการอบรมเพื่อจัดการความรู้ แต่ก็ลงชื่อไปร่วมอบรมเพราะอยากให้ตัวเองมีระบบการเขียนมากกว่าที่เป็นอยู่ (ขี้เกียจเขียนหนังสือและพรรณาความ) เขาจัดที่ภูเขางามรีสอร์ท จังหวัดนครนายก บรรยากาศดีทีเดียวล่ะ

       เราเดินทางไปถึงสายเพราะรถติด (เป็นคำอ้างของคนในกรุงเทพฯ) ไปถึงก็รอเพื่อนๆ น้องๆ อีกสักพักจึงได้เริ่มการอบรม อาจารย์ที่มาอบรมเป็นชาวพุทธที่มีธรรมะในห้วใจ พอเริ่มอบรมก็เริ่มการ Shopping กระดาษที่มีเลข 1-9 ติดอยู่ที่ฝาผนังแล้วให้เราเดินอ่านว่าเราคิดว่ากระดาษแผ่นไหนตรงกับบุคลิกเรามากที่สุด ตอนไปหยิบอ่านเราหยิบแผ่นที่ 5 (คิดว่าเจ๋งที่สุดแล้ว) พอดีน้องเก๋ (น้องปฏิบัติการชุมชนภาคเหนือ) เดินมาทักแล้วก็บอกว่า "พี่ของพี่น่ะเลขนี้ถึงจะตรงที่สุด" แล้วเขาก็หยิบแผ่นเลขที่ 8 ให้มีการย้ำด้วยนะว่า นี่แหละตรงกับพี่ที่สุดแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยน (เราก็เลยเอา 8 ก้อ 8 วะ)

       แล้วอาจารย์ก็แบ่งกลุ่มเป็น 3 กลุ่ม ให้คนที่เลือกแผ่นที่ 2,3,4 อยู่ด้วยกันเป็นหนึ่งกลุ่ม  แผ่นที่ 5,6,7 เป็นกลุ่มที่สอง  แผ่นที่ 8,9,1 เป็นกลุ่มที่สาม พอมองหน้าเพื่อนในกลุ่มแล้ว โอ้......โอ พวกพันธ์เดียวกันชัดๆ เลย  นั่งคิดในใจว่าแล้วเราจะได้จัดการความรู้มั๊ยเนี่ยะ  แต่พอเริ่มกิจกรรมของกลุ่มตั้งแต่อธิบายความรู้สึกผ่านรูปภาพ การคิดจินตนาการผ่านเพลงบรรเลง รวมถึงการเป็นจิตรกรขีดๆ เขียน แล้วอธิบายความหมาย  จนครบกระบวนการจากนั้นอาจารย์จึงอธิบายถึงลักษณ์แต่ละลักษณ์  แล้วก็ถึงบางอ้อ ว่าทำไมที่ผ่านมาเรามักจะชวนกลุ่มสอง (ลักษณ์ 5,6,7) ทะเลาะด้วยเสมอ ด้วยความที่เขาทำอะไรไม่ทันใจเรา ถามหนึ่งประโยคกว่าเพื่อนจะตอบเราได้เราเดินลงจากชั้นห้าถึงชั้นหนึ่งแล้ว แต่การมาครั้งนี้ก็ทำให้เราได้เห็นตัวตนของตนเองมากขึ้นและต้องจัดการกับความเป็นตัวตนของตนเองให้เข้าใจคนอื่นมากขึ้น ในขณะเดียวกันเพื่อนๆ น้องๆ ที่มาอบรมก็ดูมีความกระตือรือร้นและพร้อมที่จะแสดงออกกันมากขึ้น (บางคนเวลาอยู่ในองค์กรไม่ยอมแสดงความเห็นเลย)  เป็นบรรยากาศที่ดี ละลายพฤติกรรมได้ดี  

        ในช่วงระหว่างการอบรมอาจารย์ก็มีการเชิญชวนให้ทุกคนฝึกการเขียน การจัดการความรู้ของตนเอง หรือสิ่งที่ได้เห็นได้พบมา ผ่านทาง blog Gotoknow ทำให้เรานึกได้ว่าเคยสมัครเป็นสมาชิกอยู่เหมือนกันแต่จำ user name และ password ไม่ได้แล้ว ก็เลยเข้าระบบไม่ได้แต่จำได้ว่าเรามักจดไว้ในสมุดเสมอไม่รู้เล่มไหน  เย็นวันที่ 15 อบรมจบเดินทางกลับบ้าน ก็เกิดมหกรรมการรื้อ ค้น กองเอกสาร สมุดนัดโบราณ (เก็บไว้ตั้งแต่ปี 2547 เท่าที่เจอนะ) นั่งเปิดอ่านทีละเล่ม ที่เราก็เป็นนักจดจริงๆ จดทุกอย่าง ไปที่ไหน นัดเรื่องอะไรวันไหน เนื้อหาเป็นยังไง เป็นนักจดแต่ไม่ใช่นักเรียบเรียง ที่สุดชัยชนะก็เป็นของเรา หา user name และ password เจอจริงๆ ด้วย  แล้วเราก็ได้มาบันทึกใน blog นี้แหละ แต่ก็มึนตึบอยู่เป็นนานเพราะเปิดแล้วใช้ไม่เป็น งง  เดือดร้อนถึง พี่สุเทพ ไชยขันธ์ ต้องนั่งสอนวิธีเขียน วิธีทำ ต้องขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้งนะค่ะ