ข่าว...เครือข่ายสมาคมวิชาชีพครู 12 แห่ง เช่น สมาคมนักพัฒนาการศึกษา แห่งประเทศไทย, สหภาพครูแห่งชาติเครือข่ายอีสานใต้, เครือข่ายสภาครูอีสาน และสภาครูอีสานแนวร่วมธรรมาภิบาล นำโดย นายประภาส จันทร์เอิบ ประธานสภาครูอีสานแนวร่วมธรรมาภิบาล และ นายประสิทธิ์ รักญาติ เลขาธิการสภาเครือข่ายครูอีสาน พร้อมคณะร่วมกว่า 10 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนจรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ นายสุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานคณะกรรมการติดตาม ดูแลการสรรหาและการเลือกตั้งคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.ส่วนราชการ กระทรวงศึกษาธิการ หรือ (กกต.ศธ.) เพื่อขอให้มีการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการคัดเลือกผู้แทนคุรุสภา ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ว่าการคัดเลือกผู้แทนคุรุสภา ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ของคณะกรรมการคุรุสภาที่ไม่โปร่งใส โดยส่อว่ามีการเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง ด้วยการคัดเลือกบุคคลที่ถูกดำเนินการทางวินัยร้ายแรงในข้อหาทุจริตต่อหน้าที่ให้ได้รับตำแหน่ง ที่สำคัญยังมีการซื้อขายตำแหน่งในราคา 400,000-500,000 บาท โดยมีเงินสะพัดกว่า 80 ล้านบาท มีการเดินสายแบ่งโซนเก็บเงินกันอย่างโจ่งแจ้ง บางรายมีการโอนเงินเข้าบัญชี ซึ่งสามารถที่จะตรวจสอบได้ และยังแต่งตั้งตัวเองไปเป็น อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา นำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิวิชาชีพครูในฐานะที่คุรุสภาเป็นองค์กรที่ส่งเสริมมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ
ผมอ่านข่าวนี้ด้วยความชื่นชมนายประภาส จันทร์เอิบและคณะ โดยที่ผมไม่เคยรู้จักบุคคลกลุ่มนี้มาก่อน เนื่องจาก ผมได้เห็นความสำเร็จในการต่อต้านการคอรัปชั่นของชมรมแพทย์ชนบทแห่งประเทศไทย ที่ให้ข้อมูลการคอรัปชั่นของกระทรวงสาธารณสุขแก่นายกรัฐมนตรี จนสามารถตัดวงจรการคอรัปชั่นบางส่วนไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติได้ ผมจึงอยากให้วงการครูของเรามีองค์กรที่เข้มแข็งแบบชมรมแพทย์ชนบทบ้าง ไม่ใช่มีแต่องค์กรที่อุปโลกน์กันขึ้นมาเพื่อแสวงหาตำแหน่งให้กับตนเองและพรรคพวกเท่านั้น ก้เลยเกิดความหวังขึ้น และยินดีจะร่วมมือด้วย
ทำไมการเลือกตั้งผู้แทนครู (อ.ก.ค.ศ.)โดยเฉพาะในภาคอีสานจึงมีการซื่อเสียง?
1. ครูภาคอีสานมีความเกี่ยวพันกับนักการเมืองระดับชาติ ทั้งการเป็นหัวคะแนน การอาศัยการเมืองไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น หรือเข้าเป็นบอร์ดทางการศึกษาระดับชาติ หรือเป็นฐานให้ตนเองเล่นการเมืองระดับชาติ จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า เขตพื้นที่ใดที่มี ส.ส.หรืออดีต ส.ส.เป็นครู เขตพื้นที่นั้นจะมีปัญหาเหล่านี้มาก
2. การซื้อเสียงเป็นวัฒนธรรมอันชั่วร้ายในการเลือกตั้งทุกระดับไม่ละเว้นแม้กระทั่งการเลือกตั้งในวงการของครู ผู้ที่ได้รับเกียรติจากสังคมว่าเป็น ปูชนียบุคคล ครูปลูกฝังวัฒนธรรมอันชั่วร้ายดังกล่าวมาทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว ครูขาดความกล้าหาญทางจริยธรรมในการปฏิเสธและต่อต้านเรื่องนี้อย่างเอาจริงเอาจัง
การไปไล่จับผิดการเลือกตั้ง การซื้อเสียงคงเป็นไปได้ยากเพราะเป็นการสมยอมทั้งผู้ให้และผู้รับ แต่การเอาจริงเอาจังทางวินัยกับบุคคลที่เข้ามาเป็นผู้แทนครูแล้วมีพฤติการณ์ทุริต เช่น เรียกเงินสอบบรรจุครู / ผู้บริหาร เรียกเงินแต่งตั้งโยกย้าย โกงข้อสอบ แก้คะแนน เรื่องที่มีหลักฐานชัดเจนอย่างนี้เกิดขึ้นหลายเขตพื้นที่ ราชการยังทำแบบลูบหน้าปะจมูก ช่วย ๆ กันไปอย่างเสียมิได้ ครูข่มขืนเด็ก ครุถูกออกจากราชการ หลายคนยังกลับมาลอยหน้าลอยตา ได้ดิบได้ดีกว่าเดิมเสียอีก แล้วจะไปหวังอะไรกับประชาชน...