“ติ๋วเป็นคนที่เชื่อมั่นในพี่ แม้จะไม่ศรัทธา แต่ก็มีความเชื่อมั่น ไม่ว่าอย่างไร ติ๋วก็ไม่เคยเอาใจออกห่างจากพี่ จะโกรธจะไม่พอใจขนาดไหน ติ๋วก็ยังเชื่อมั่นในพี่ สิ่งนี้เองเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่เคยหลุดไปจากพี่ ส่วนคนที่ไม่เชื่อมั่นในเรา เขาก็จะหลุดไปของเขาเอง”

วันนี้ครูโทรมาแต่เช้า ท่านพาหนูคุยหลายเรื่อง และเตือนให้หนูภาวนาไปด้วย ย้ำว่าให้เร่งเขียนบันทึกทุกอย่างที่ท่านสอน ท่านเอ่ยอย่างเบิกบานว่า “สาธุ ซิ” “สาธุ สาธุ สาธุ”  ติ๋วพูดไปหัวเราะไป แต่ก็ งงไป ท่านพูดต่อว่า

                “ติ๋วเป็นคนที่เชื่อมั่นในพี่ แม้จะไม่ศรัทธา แต่ก็มีความเชื่อมั่น ไม่ว่าอย่างไร ติ๋วก็ไม่เคยเอาใจออกห่างจากพี่ จะโกรธจะไม่พอใจขนาดไหน ติ๋วก็ยังเชื่อมั่นในพี่ สิ่งนี้เองเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่เคยหลุดไปจากพี่ ส่วนคนที่ไม่เชื่อมั่นในเรา เขาก็จะหลุดไปของเขาเอง”

                “คนที่ศรัทธาและเชื่ออย่างไม่สงสัยในพี่ ติ๋วลองเดาซิว่าใคร” ติ๋วเดาว่า “เป็นพี่ท่านหนึ่งที่ครูเจอในวัดแล้วครูบอกว่ารู้สึกว่า ท่านคือพี่สาว” ครูบอกว่า “อันนั้นใช่อยู่แล้ว”

                ส่วนคนอื่นที่เชื่ออย่าไม่มีเงื่อนไขเลย คือ พี่นก (Giant bird)  และอีกคนคือ พี่ชายของเรา (ตอนนี้ท่านบวชที่วัดป่า)” ในใจหนูรู้สึก อ๋อ ใช่ ๆ พี่นกศรัทธาและเชื่อครูมาก ๆ ส่วนพี่ชายหนู ครูไม่เคยเจอ ไม่เคยพูดด้วยเลย แค่คำพูดของครูที่ฝากหนูไปบอก ท่านตัดสินใจ บวชเลย บวชแบบที่ครูพูดไว้ไม่ผิดเพี้ยน

                แปลกจังเลยค่ะ หนูถามและทบทวนในตนเองที่ผ่านมา จริง ๆ ก่อนหน้านี้ หนูมีความรู้สึกอิจฉาในครู แต่ว่าที่ลึก ๆ กว่านั้นคือ หนูเชื่อในท่านทั้ง ๆที่ก็อิจฉา ครูบอกว่า “อิจฉามันเป็นกิเลส พี่รู้ พี่รู้มาตลอด” “แต่ตอนนี้หนูเชื่อมั่น อย่างไม่รู้สึกสงสัย แล้วความอิจฉาก็เบาลง” ครูถามหนูอีกว่า

“ช่วงนี้ชีวิตเป็นไงบ้าง” “หนูรู้สึกว่า ใจสบายขึ้น จากเดิมที่เคยโมโหขุ่นมัวถ้าให้สักล้าน ตอนนี้เหลือสักประมาณร้อยได้ค่ะ “ดีมาก ๆ ดีมาก สาธุ สาธุ สาธุ”