อุนจิกระต่าย และองค์กรแห่งการเรียนรู้

Appreciative Inquiry เพื่อองค์กรแห่งการเรียนรู้ (16)

เมื่อสองวันก่อนผมได้คุยกับชาวชุมชนรุ่นใหม่ของ AI Thailand ที่ร้านกาแฟข้างๆคณะครับ ผมถามเธอว่าเธอชอบอะไร เธอบบอกว่าเธอชอบกระต่าย เธอเลี้ยงมันอยู่ห้าตัว และนี่คือคำพูดของเธอ "อาจารย์คะหนูรักกระต่ายค่ะ รักมันมาก ชอบเลี้ยง พอแค่มันอึแล้วเราเห็นว่าอึมันก้อนเล็กกว่าปรกติ หนูต้องไปรีบหาตำรามาอ่านเลยค่ะ ว่ามันเป็นอะไรหรือเปล่า"

ตัดภาพมาตรงนี้นะครับ สรุปแล้วการที่เธอรักกระต่าย ได้ดูแลมัน (เหมือนลูก) ทำให้เธอต้อง "เรียนรู้ด้วยตนเอง" เพื่อดูแลลูกรักของเธอเอง ไม่จำเป็นต้องไปฟังเลคเชอร์ เทคคอร์สอะไร เธอรักมัน (Love) เธอจึงเรียนรู้ (Learn) เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของมันเอง (life/performance)

เมื่อถอดสมการออกมา จะได้ความว่า รัก ทำให้เกิดการเรียนรู้ การเรียนรู้ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น  

ฟังดูคุ้นๆไหมครับ นี่คือรหัสขององค์กรแห่งการเรียนรู้ชัดๆ เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงบริษัทที่สร้างสรรนวัตกรรมเด่นๆของโลก เช่น 3M ที่ส่งเสริมในระดับนโยบายให้พนักงานมี Pet Project (เป็นโครงการที่พนักงานสนใจพัฒนาขึ้นมาเอง แม้จะไม่เกี่ยวกับธุรกิจปัจจุบัน แต่หลายๆโครงการทำมาแล้วกลายเป็นผลิตภัณฑ์อมตะ สร้างยอดขายและชื่อเสียงให้บริษัทไปเลยเช่น Post-it Note)   

ผู้ประกอบการในอุดรรายหนึ่ง ชอบเล่นเครื่องบินบังคับมาตั้งแต่เด็กๆ เล่นไปเล่นมาตอนนี้เลยสร้างโรงงานผลิตเครื่องบินเล็กส่งออกเองเสียเลย

ผมเคยได้ยินเรื่องบริษัท Sony ครับ ประธานบริษัทก็ชอบส่งเสริมให้พนักงานทำอะไรนอกเรื่องครับ แล้วเขารู้ด้วยว่า 99% ล้มเหลว แต่เขาพบว่าพนักงานเก่งขึ้นจมครับ

ในทางปฏิบัติผมก็ค้นพบจริงๆครับว่า เวลาชาวชุมชนทำอะไรแบบ Pet Project นี้ความยั่งยืนจะมากกว่า เรียนรู้ได้ดีกว่า เช่นกรณีโรงพยาบาลพล หรือคนที่ทำเครือข่าย Appreciative Business Consultant Club ซึ่งทำชมรมให้คำปรึกษา AI ครับ ล่าสุดเมื่อวานผม search ใน google ดูปรากฏว่าเจอชื่อชมรมของเขา ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง เก่งกว่าผมอีกครับ เขาเรียนรู้ของเขาเอง เพราะอะไรครับ พราะชมรมนี้เปรียบเสมือนกระต่ายน้อย ของสุภาพสตรีท่านแรกนั่นเอง เขาเรียนรู้อะไรเอง และได้ประสบการณ์สนุกๆมาเล่าให้ผมฟังเยอะทีเดียวครับ เวลามาคุยจะมีชีวิตชีวามากเลยครับ

ทำอย่างไรจะทำให้คนค้นพบ "Love" นี้ได้ ผมแนะนำนะครับ มานั่งคุยกันสนุกๆนี่แหละครับ ไม่ต้องตั้งหัวข้อก็ได้ ถามว่าเขาชอบอะไรครับ คุยกันหลายๆรอบครับ ลองคุยกันแบบนี้นะครับสัก 10 นัดหมายครับ อย่าคิดว่าเสียเวลาเลยครับ  คุ้มค่าจริงๆ อย่ารีบร้อน ถ้าคนในองค์กรเราได้ Pet Project เมื่อไร อันนี้รับรองหายห่วงครับ ระเบิดเถิดเทิงแน่อน

และอย่าลืมสมการนี้นะครับ

Love-> Learn = Life  

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน AI & Learning Organization

คำสำคัญ (Tags)#learning organization#appreciative inquiry

หมายเลขบันทึก: 320661, เขียน: 16 Dec 2009 @ 11:21 (), แก้ไข: 12 Feb 2012 @ 11:23 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก


ความเห็น (7)

ยิ่งอ่านยิ่งหลงใหลในความรู้ที่อาจารย์นำมาถ่ายทอดครับ น่าคิดมากครับการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณค่าโดยไม่ยึดกรอบแต่ตอบคำถามนี้ได้อย่างัดเจน

Love-> Learn = Life 

ดัชนีชี้วัดแบบ PMQA อาจเป็น จำนวนนักเรียน พนักงาน อาจารย์ที่ทำ Pet Project

oilly
IP: xxx.26.195.128
เขียนเมื่อ 

เรียน ดร.ภิญโญ และสมาชิกชาว AI ทุกท่านน่ะค่ะ

ช่วงนี้ออยไม่ได้เข้ามาเสพความสุขในการเรียนรู้กับชาว AI เลยค่ะ เพราะเป็นช่วงปลายปีต้องเคลียร์ระบบภายในค่ะ

วันนี้ได้มีโอกาสเข้ามาอ่านในเรื่องที่ออยรัก และชอบ คือ คนรักกระต่าย ก็ขออนุญาตเพิ่มเติมในหัวข้อนี้น่ะค่ะ

ออยเลี้ยงกระต่ายที่บ้าน เจ็ดตัวค่ะ เลี้ยงมาเป็นเวลา สามปีแล้ว รู้ไหมค่ะว่าการเลี้ยงสัตว์ที่เราชื่นชอบมันสร้างอะไรได้หลาย ๆ อย่างค่ะ สิ่งที่ออยได้รับจากการเลี้ยงกระต่าย สามารถบรรยายได้เป็นหัวข้อต่อไปนี้ค่ะ

1. เลี้ยงแล้ว...รู้จักรัก ครั้งแรกที่ออยเลี้ยงกระต่ายที่ซื้อมาจากสวนจัตุจักร ทำให้ออยเรียนรู้ว่าความรักคืออะไร เพราะออยจะอยู่กับสตางค์(ชื่อกระต่าย) ตลอดเวลา นอนด้วยกัน ทานอาหารเหมือนกัน เช่น มาม่า ทาโร่ห์ เป็นต้น แล้วมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เรียน MBA ออยจะเที่ยวกลางคืน กลับบ้านดึกบ่อยมาก จนไม่มีเวลาดูแลสตางค์ แล้วมีอยู่วันหนึ่ง ออยกลับดึก ออยเห็นสตางค์นั่งอยู่ประตูในบ้าน และมองออกมานอกบ้าน มันนั่งรอออย ทำให้ออยคิดได้ว่าสตางค์คงรอเราทุกครั้งที่กลับดึก และตั้งนั่งรอในมุมที่มืดตลอดทั้งคืน รอจนกว่าออยจะกลับมาเปิดไฟ และเล่นด้วย เราอยู่กันสองคนมานาน ทำให้ผูกพัน นี่แหละค่ะ ทำให้ออยปรับเปลี่ยนนิสัยจากการเที่ยวแล้วกลับดึก ก็เปลี่ยนเป็นกลับเร็วขึ้น หรือถ้าจำเป็นต้องไปกับเพื่อน หรือทำรายงาน ออยจะเข้าบ้านเปิดไฟไว้ก่อน เพื่อไม่ให้สตางค์ต้องอยู่ในความมืดตัวเดียว

2. เลี้ยงแล้ว...เป็นนักบริหารคนกับงานได้อย่างลงตัว หลังจากนั้นไม่นาน ออยก้อหากระต่ายสาวน้อยมาเป็นเพื่อนสตางค์ จนกระทั้งเวลาผ่านไปสามเดือน สตางค์ กับอั๊งอั้ง ก้อเป็นคุณพ่อคุณแม่ แต่ครั้งแรก ออยไม่เข้าใจว่ากระต่ายเลี้ยงลูกยังไง เหมือนสุนัขหรือเปล่าที่ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ซึ่งความจริงแล้วมันตรงกันข้ามกับสุนัขค่ะ กระต่ายจะคลอดลูกช่วงเช้ามืด และกลางคืนเท่านั้น และเวลาให้นมลูกจะให้เฉพาะช่วงเช้ามืด แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ตอนแรก ออยนึกว่าแม่กระต่ายจะทิ้งลูกไม่ให้นมลูก ก็พยายามบังคับข่มขืนคุณแม่กระต่ายให้นมแก่ลูก แต่ในที่สุด ออยก็ได้เรียนรู้ว่า การบังคับกระต่ายให้นมลูกนั้น เป็นการกระทำที่ผิดแม่กระต่ายจะไม่ยอมให้นมลูกเลย เพราะการที่แม่กระต่ายจะให้นมลูกต้องมีอารมณ์ที่แจ่มใส ไม่เครียด ไม่ถูกบังคับ ไม่ตกใจ ..... เพื่อน ๆ เชื่อไหมค่ะ ว่าพฤติกรรมที่ออยได้เรียนรู้จากกระต่ายครั้งนี้ ออยสามารถนำไปใช้ในการบริหารจัดการคนที่ทำงานได้ค่ะ โดยเรียนรู้จากชีวิตประจำวันของเพื่อนพนักงานด้วยกัน และดึงเอาส่วนที่ใช่ของพวกเค้ามาช่วยในการจัดงานปีใหม่ของบริษัทค่ะ โดยเรื่องมีอยู่ว่า ออยเสนอให้กรรมการผู้จัดการ จัดประชุมเพื่อมอบหมายภาระหน้าที่การจัดงานปีใหม่ แต่ผู้ใหญ่มองว่าเสียเวลา เพราะหน้าที่นี้ฝ่ายบุคคลของบริษัทเป็นผู้รับบผิดชอบอยู่แล้ว ออยจึงถามกลับไปว่า งานปีใหม่เป็นงานที่ถูกจัดขึ้นทุกปี ทำไมในแผนงานพัฒนาบุคคลากรของบริษัทจึงไม่มีการวางแผนงานปีใหม่ล่วงหน้า นั้นแสดงว่าฝ่ายบุคคลาต้องการจัดงานแบบเดิมทุกปี ทำไมเราไม่ลองให้ฝ่ายอื่น ที่อาจมีความสามารถส่วนตัวมาช่วยจัดงานบ้าง กรรมการผู้จัดการ จึงตอบออยกลับมาด้วยน้ำเสียงหัวเราะว่า คุณจะให้ฝ่ายการเงินทำอาหารเหรอ แล้วฝ่ายขายหาดนตรีหรือร้องเพลง เต้นรำเหรอ ออยยิ้มและบอกว่าใช่ค่ะ ท่านคงไม่เคยเห็นฝ่ายการเงินที่ก้มหน้าทำงาน จนคิ้วขมวดเข้าหากัน นำอาหารกล่องจากบ้านมาทาน เนื่องจากไม่มีเวลาออกไปทานข้าวกลางวันเพราะงานยุ่ง นั่นแสดงว่าพวกเค้าทำอาหารเก่ง และทำเป็นประจำ ส่วนฝ่ายขาย เป็นกลุ่มคนที่พบเจอกับบุคคลภายนอกมากที่สุด และมีโอกาสพาลุกค้าไปทานอาหารตามร้าน และสถานบันเทิงต่าง ๆ เค้าก้อจะช่วยตัดสินใจได้ว่าควรจ้างนักดนตรีที่ไหนดี และหลังจากงานปีใหม่สิ้นสุดลง ฝ่ายอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ฝ่ายบุคคล ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เหนื่อยดีจัง แต่สนุกมาก และได้มีส่วนร่วมในการจัดงานปีใหม่ ทำให้งานดูมีชีวิตชีวาอีกด้วย เพราะมีคนมาร่วมงานมากกว่าทุกปี (แหม จะไม่ให้มาแยะได้ไงค่ะ ก็ทุกคนมีส่วนร่วม ย่อมภูมิใจกับสิ่งที่ได้ทำไปค่ะ)

ดังนั้น กระต่ายไม่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกตลอดเวลาเหมือนสุนัข ฝ่ายบุคคลก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นผู้จัดงานปีใหม่เสมอไป

นี่เป็นเพียงบางส่วนน่ะค่ะ ที่ออยได้รับจากการเลี้ยงกระต่าย ออยสามารถเรียนรู้อะไรได้มากกว่าที่คิด และเพื่อน ๆ เชื่อไหมค่ะ ว่าตอนนี้ออยมีรายได้จากการเพาะพันธุ์กระต่ายขายด้วยค่ะ โดยออยจะตั้งกระทู้ขายในขอนแก่นลิงค์ ซึ่งออยตั้งกระทู้เป็นระยะเวลาประมาณ หนึ่งปีแล้วค่ะ เวลากระต่ายคลอดลูกก็จะเข้าไปประกาศขาย สิ่งที่ออยประทับ และภูมิใจคือ มีลูกค้าจำนวนมาก ที่เข้ามารอดูกระทู้ของออยเพื่อรอเวลาให้กระต่ายคลอดลูกทุกครั้ง พวกเค้าพูดว่า กระต่ายที่ซื้อจากออยมีสุขภาพดี แข็งแรง น่ารัก และที่สำคัญ ออยยังให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงกระต่ายกับลูกค้าทุกคน เปิดโอกาสให้ลูกค้าโทรมาถามได้ตลอดเวลาเกี่ยวกับอาการป่วยของกระต่าย และวิธีรักษาโรคกระต่ายด้วยตนเอง โดยไม่ต้องไปพึ่งหมอที่ไหน .... เอาเป็นว่าออยกลายเป็นสัตวแพทย์รักษากระต่ายไปโดยปริยายค่ะ แต่ที่สำคัญที่สุด คือ ความรักค่ะ ถ้าออยไม่รักสตางค์ ออยคงไม่เลี้ยงกระต่าย และไม่รู้จักที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่เรารักค่ะ

ขอบคุณครับ อ.โย

บริหารความรู้สึก.... บริหารความรัก(แบบมีสติ).... บริหารความรู้ ครับ

เขียนเมื่อ 

มาเรียนรู้ด้วยคนครับ

ขอบใจมากนะคุณ Oil สำหรับความรู้ น่าสนใจมากครับเรื่องกระต่าย

และขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชมเป็นกำลังใจครับ

Samu2ai
IP: xxx.157.147.14
เขียนเมื่อ 

รัก และ หลงไหล ครับ

ทำให้สนุก เพลินในการทำ

เหมือนเฮียเครื่องบินบังคับ