สองวันที่บ้านผู้หว่าน จังหวัดนครปฐม พวกเราได้เดินทางห่างจากบ้านเป็นระยะทางประมาณ 400 กม. ใช้เวลาเดินทางไปกลับประมาณ 8 ชม. แล้วยังต้องนั่งฟังตั้งแต่เช้าจรดเย็น แถมชาวตะวันออกต้องไปพูดคุยกันต่ออีกจนเกือบสามทุ่ม ถามว่าเหนื่อยไหม คงต้องตอบแบบตรงๆ (ไม่ต้องอ้อมค้อมแบบคุณอำนวย) ว่า "เหนื่อยมาก" แต่ไม่มีใครกล้าบ่น จะบ่นได้อย่างไรล่ะ ก็ไม่ได้สังเกตกันหรือว่า อาจารย์วิจารณ์ ท่านนั่งอยู่กับพวกเราตลอด ท่านไม่มีทีท่าจะอ่อนเพลียเลย แล้วจะให้พวกเรากล้าบ่นได้อย่างไร
ขอบคุณอาจารย์วิจารณ์ท่านเป็นอย่างสูงที่เป็นตัวอย่างของความอดทนให้พวกเราได้ประจักษ์ พวกเราขอตั้งใจมั่นว่าจะเรียนแบบอย่างท่าน จะอดทน และฝ่าฟันอุปสรรคในการทำ R2R ของพวกเรา
พูดถึงอุปสรรค วันนี้มีวิทยากรหลายคนได้พูดถึงอุปสรรคในการทำ r2r มีการเปรียบเปรยอุปสรรคในแง่มุมต่างๆ บางท่านบอกว่า อุปสรรคเป็นของขวัญของคนฉลาด อุปสรรคมีไว้ให้แก้ไข อุปสรรคทำให้เราแข็งแกร่ง ฯลฯ ทำให้ผมนึกถึงเมื่อคืนตอนที่เหน็ดเหนื่อยจากการประชุมแล้วล้มตัวลงนอน ตรงเหนือศีรษะเป็นไม้เกงเขน ความหมายของไม้กางเขนคืออะไร? หลายท่านอาจจะไม่ทราบ จึงอยากจะยกบทความเกี่ยวกับไม้กางเขนมาให้อ่าน
ชายคนหนึ่งฝันว่า เขาเห็นพระเยซูแบกกางเขน เขาก็วิ่งไปหาพระองค์ทูลว่า
“ผมจะช่วยแบกกางเขนของพระองค์ให้ครับ” แต่พระเยซูกลับเมินเฉย พระองค์ยังคงแบก
กางเขนของพระองค์ต่อไป แต่ตัวเองยังไม่ละความพยายาม ยังทูลพระองค์ต่อไปว่า
“ผมขอช่วยแบกกางเขนของพระองค์ให้ครับ” พระเยซูก็ยังคงเดินแบกกางเขนต่อไปด้วยความยากลำบาก….. แต่หลังจากที่ตนเองเซ้าซี้พระองค์อยู่นาน พระเยซูจึงหยุด หันมาตอบว่า:-
“ลูกเอ๋ย ขอบใจที่รับอาสาจะแบกกางเขนของเรา กางเขนนี้เป็นของเราที่เราต้องแบก
ส่วนของเจ้ายังวางอยู่บนพื้นตรงที่เราพบกันครั้งแรก เจ้าจงกลับไปแบกของเจ้าเถิด”
ชายคนนั้นก็มองกลับไปที่ที่ตนพบพระเยซูตอนแรก ก็จริงอย่างที่พระองค์พูด กางเขนของเขาถูกทิ้งไว้บนถนน เขาจึงวิ่งกลับไปแบกกางเขนของเขา และรีบเดินตามพระองค์ และเมื่อไล่ตามพระองค์ทันเขาก็ประหลาดใจ และถามพระเยซูว่า
“พระเยซูเจ้าข้าผมแบกกางเขนของผมมาแล้ว และกางเขนของพระองค์อยู่ไหนครับ ผมไม่เห็นกางเขนบนบ่าของพระองค์แล้ว”
พระเยซูก็ยิ้มและตอบว่า “ลูกเอ๋ย เมื่อเจ้าแบกกางเขนของเจ้าอย่างดีแล้ว นั่นคือกางเขน ของเราเอง กางเขนของเราก็จะอยู่บนบ่าของเจ้าแทน”
“เจ้าจงแบกกางเขนของเจ้าให้ดีๆ เถิด”
การแบกกางเขนแห่งศตวรรษที่ 21 ของเราก็คือ :
--- การเน้น “การมี” (having) มากกว่า “การเป็น” (being)
--- ความอยุติธรรมในสังคม
--- การใช้ความรุนแรง ใช้กำลัง
--- การถือตัวเองเป็นเอก
--- ความใจแคบเห็นแก่ตัว
--- ขาดเมตตาจิต ไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
--- ไม่แบ่งปันให้คนอื่นที่ขาดแคลนมากกว่าตน
--- ความไม่ซื่อสัตย์ การคดโกง เอาเปรียบคนอื่น
ฯลฯ ฯลฯ
สำหรับผมกางเขนของพวกเราตอนนี้ก็คืออุปสรรคข้างหน้าที่เราจะต้องแบกรับในงาน R2R นั่นเอง ขอพระเจ้าช่วยประทานพรให้พวกเราได้มีจิตใจที่เข้มแข็งและมั่นคงในการที่จะแบกกางเขนนี้ด้วยเทอญ
กะปุ๋มเชื่ออย่างหนึ่งว่า...
"ความอดทน"...จะเป็นเสมือนตัวผลักให้เราก้าวเดินไปได้ และเครือข่ายจะเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงใจของเราพวกเราทุกคน...ไม่ให้ย่อท้อต่อเส้นทางแห่งการก้าวเดินนี้...
การทำ R2R - Farcilitator นี้...
เป็นหนทางแห่งการฝึกฝนทุกๆ เรื่องในชีวิต และที่สำคัญ คือ การฝึกฝนเรื่องการ "ละความเห็นแก่ตัว"... เมื่อเราพึงน้อมลงรับว่า เรากำลังอาศัยโอกาสนี้ฝึกฝนตนเองให้ละความเห็นแก่ตัวแล้ว จะยิ่งทำให้เรามีความมุ่งมั่นและพยายามต่อไปได้ค่ะ
กะปุ๋มรู้สึกชื่นชมและเชื่อมั่น...ในทีมเครือข่าย R2R ตะวันออกค่ะว่า...จะสามารถนำพาคนหน้างานในแถบนี้ต่อไปได้อีก...นานแสนนานค่ะ