นิทานคุณธรรม

สวัสดีค่ะ...

     น้ำชาส่งนักเรียนเข้าแข่งขันเล่านิทานคุณธรรมได้รับเหรียญทองนะคะ  ส่งมาให้ดูกันค่ะแต่เรื่องนี้ได้เหรียญทองระดับเขตนะคะ  เรื่องที่ได้เหรียญทองระดับภูมิภาคยังเรียบเรียงอยู่นะคะ  ตามที่สอนนักเรียนเล่านิทานมามีข้อเสนอแนะคือนิทานที่คัดลอกมาควรเรียบเรียงใหม่เป็นภาษาของเราเองและใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องนะคะ  จากที่ได้ฟังข้อเสนอแนะของกรรมการท่านแนะนำว่าบางโรงเรียนพูดได้ดีมาก ๆ  แต่ใช้ภาษาไม่เหมาะสม  เช่น โอเคค่ะ  แอ๊บแบ๊ว   เริ้ดค่ะ ฯลฯ คำเหล่านี้ไม่ควรมีในนิทานที่นำไปเล่า  น้ำชาเองก็ทำได้แค่เหรียญทองอันดับที่ 5  จาก 61 เขตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ไม่ได้เป็นหนึ่งหรอกนะคะแต่ก็แบ่งปันกันตามวิสัยคน  Gotoknow บ้านเดียวกันค่ะ  ติชมด้วยนะคะ

           เรียน  คณะกรรมการที่เคารพ  และสวัสดีท่านผู้ฟังทุกท่าน  ดิฉัน  เด็กหญิงXXXนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  โรงเรียนXXX จะมาเล่านิทานคุณธรรมเรื่อง

กองฟืนเท่าภูเขาก็ไม่อาจทดแทนคุณมารดาขอเชิญรับฟังได้  ณ  บัดนี้

        กาลครั้งหนึ่ง ณ หมู่บ้านชนบทอันไกลแสนไกล  มีครอบครัวเล็กๆอาศัยอยู่ริมเชิงเขา  พ่อมีอาชีพเก็บฟืนไปขายที่ตลาดทุกๆเช้า  แม่ทำงานบ้าน ส่วนลูกชายอยู่ในวัยหนุ่มเป็นคนเกียจคร้านไม่ยอมช่วยการงานพ่อแม่ พอถึงเวลาอาหารก็เอะอะโวยวายโมโหหิว 

        “หิวข้าวโว้ย ! แม่ๆๆๆๆๆๆๆ  ทำกับข้าวให้กินด้วย  แม่หุงข้าวหรือยัง  ผมหิว”

        “แม่ ๆ ๆ ๆ  หุงข้าวหรือยัง  ได้ยินไหมผมหิว  หิวโว้ย ๆๆๆๆๆ” แม่พูดว่า “ข้าวก็อยู่ในถัง น้ำก็อยู่ในตุ่ม หม้อก็อยู่ข้างฝา ลูกก็ช่วยแม่หุงหาบ้างสิ”   ไม่มีคำตอบจากลูก  แต่ความหิวยังไม่หายไป และความโมโหก็รุนแรงขึ้น        

          อยู่มาวันหนึ่งขณะที่พ่อไปเก็บฟืนถูกสัตว์ป่าทำร้ายจนเสียชีวิต  แล้วแม่ก็ต้องทำงานทุกอย่างแทนพ่อ ทั้งเก็บฟืนและยังต้องทำงานบ้าน  “โอ้ย  ฟืนท่อนนี้หนักเหลือเกิน  ลูกเอ๋ยช่วยแม่ทีเถิด”     ลูกชายยังไม่สำนึก ยังคงเกียจคร้าน และใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าไปวันๆ  ภาระของแม่นั้นหนักหนานัก และด้วยวัยที่ชราแล้ว จึงล้มป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เมื่อลูกชายกลับมาพบว่าแม่นอนไอเป็นเลือด  เขาตกใจมาก “แม่  แม่เป็นอะไร”  “ลูกเอ๋ยแม่เจ็บ  แม่ปวด  วันนี้คงจะได้เห็นหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว   ลูกรักของแม่  ถ้าแม่ตายจากไปให้ลูกดูแลตัวเองให้ดีนะ  แม่ห่วงลูกยิ่งนัก  แม่รักลูกยิ่งนัก  “โธ่ แม่จ๋า  ฉันขอโทษ  ฉันมันเลวจริง ๆ เลวอย่างไรแม่ก็ยังรักฉัน” แล้วแม่ก็จากไป

          ฝ่ายลูกชายรู้สึกเสียใจมาก เกิดความสำนึกผิด  เขาตื่นแต่เช้าเดินทางไปป่าเก็บฟืนแล้วนำมากองไว้  แล้วก็เดินเข้าป่าไปเก็บฟืนกลับมากองไว้อีกทำอย่างนี้ซ้ำๆ ๆ ๆ  จนกองฟืนสูงเท่าภูเขาลูกใหญ่  เพื่อหวังจะทดแทนความเกียจคร้าน  ที่ผ่านมาแต่ก็ไม่ได้ทำให้แม่ฟื้นขึ้นมาได้  เขาได้แต่เสียใจ