ในตู้ชั้นสามของรถไฟ มีมากมายเรื่องราวให้ศึกษาเรียนรู้และแลกเปลี่ยน

       การเดินทางสัญจรตามปกติ ถ้าไม่ติดเงื่อนเวลาของการเร่งรีบในข้อจำกัดของเวลา  ผู้เขียนจะเลือกเดินสัญจรด้วยบริการของรถไฟ และนิยมไปแบบประชาชนชั้นสาม เพราะในตู้ชั้นสามของรถไฟ มีมากมายเรื่องราวให้ศึกษาเรียนรู้และแลกเปลี่ยน ได้เห็นการทำมาหากิน การค้าขาย การเอาเปรียบ(ทศกัน)* ได้พบอธิบดีกรมเจ้าท่า*บางคน ได้เห็นการแบ่งปันน้ำใจ   และได้ทำบุญ

     ครั้งหนึ่งผู้เขียนเดินทางของบริการรถไฟนั่งติดกับผู้หญิงคนหนึ่งสนทนากันได้ความว่าขึ้นมาซื้อเสื้อผ้าที่ตลาด โบเบ้เพื่อไปขายในงานเดือนสิบ  ตกดึกเธอปูหนังสือพิมพ์ลงนอนกับพื้น หลับ พลิกไป พลิกมา  กระเป๋าสตางค์ตกที่พื้น  ผู้เขียนปลุกให้แกเก็บของๆไว้  แกสรรเสริญ เยิรยอขอบคุณให้พร  ทั้งที่ผู้เขียนเพียงแค่ปลุกให้แกเก็บเงินของแกไว้ ก็ได้ทำดีแล้ว 

   เดินทางถึงหัวลำโพง  รีบไปซื้อตั๋วขึ้นไปพิษณุโลกและจะแวะชิมน้ำชาที่โรงพยาบาลแก่งคอย นัดกับน้องน้ำชาเพื่อสนทนางานคุณภาพของโรงพยาบาล 

แต่มีโทรศัพท์จากคณะทำงานของศูนย์ประสานฯงานพัทลุง บอกให้แวะไปร่วมกันประกาศเจตนารมย์ การขับเคลื่อนแผนชีวิตร่วมกัน ทั้งสี่ภาค ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช หัวหน้าแก้ว สังข์ชู กำลังอภิปรายอยู่บนเวที

 

   ต้องแวะรายทางเพื่อทำภาระกิจของพี่น้องชาวชุมชน มุ่งหน้าสู่ มสธ.ขอทำหน้าที่ภาคประชาชน  ทั้งๆที่งานแผนชิวิตชุมชนให้คนอื่นทำแทนแล้ว ก็ต้องมาเองอีกครั้ง 

*ทศกัณท์    =คำเรียกคนกันท่าไม่ใด้ทำในสิ่งที่ต้องการในที่นี้คือคนที่นั่งเก้าอี้คนเดียวแล้วเอาสัมภาระมาวางหรือไม่นอนจองที่เสีย  กันไม่ให้คนอื่นมานั่ง

* อธิบบดีกรมเจ้าท่า    =คือคนที่วางมาดท่าท่าทางวางก้ามให้เกรงขาม ทำให้คนอื่นไม่กล้ามานั่งใกล้

รอเวลาออกจากสถานี

นอนรอ

ชาวค่ายก๊รอ

ชาวค่ายม.สยามรอรถจะไปออกค่าย

นี่ก็รอไฟแดงที่รพ.หัวเฉียว