เรื่องแรกสุดครับ ก่อนที่เราจะวิจารณ์หรือตรวจสอบใคร นั่นคือ...

          การทำงานในปัจจุบันนี้ จะว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างหนักอกหนักใจอยู่เหมือนกันครับ แต่ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใดก็ตาม  ผมเชื่อว่าย่อมมีการแข่งขันกันเป็นปกติ เพียงแต่สถานการณ์ในปัจจุบันนี้ เกิดการแข่งขันกันมากกว่าปกติ เหตุเพราะเครื่องไม้เครื่องมือ และเทคโนโลยีอันทันสมัย ทำให้มนุษย์ต้องรีดเอาความรู้ในสมองออกมาใช้ให้มากๆ ยิ่งใครที่รีดความรู้ภายใน (Tacit Knowledge) ออกมาได้มาก ก็จะกลายเป็นผู้ที่มีชัยเหนือเพื่อนๆ หรือผู้ที่ทำงานด้วยกัน

          ดังนั้นเรื่องเช่นนี้ จึงถือเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งครับ ประเด็นสำคัญที่ว่าคือ ปัญหาการอิจฉาและพยายามกีดกันงานกัน เพราะแต่ละคนก็ไม่อยากให้ใครเด่น ล้ำหน้ากว่าตนเอง โดยเฉพาะผู้ที่ร่วมทำงานอยู่ด้วยกัน สถานที่ทำงานเดียวกัน

          ถือได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว หากจะเกิดการอิจฉากันขึ้น ถ้าสืบหาสาเหตุที่แท้จริงก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แล้วที่จริงก็ไม่มีอะไรต้องอิจฉาริษยากันด้วย ซึ่งการจะทำงานให้มีความสุขนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งผมจะขอแนะนำดังนี้

1. พิจารณาตัวเอง 

          เป็นเรื่องแรกสุดครับ ก่อนที่เราจะวิจารณ์หรือตรวจสอบใคร นั่นคือ การดูตัวเองให้ละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน พิจารณาความสามารถของตัวเอง อย่าลำเอียงหรือเข้าข้างตัวเองจนเกินไปนัก ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับที่เราจะเข้าข้างตนเอง แต่ก็อย่ามากจนกลายเป็นโรคหลงตัวเองเสียก่อนดูข้อลบของเราให้มากๆ แล้วปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นโดยเร็ว

2. มองส่วนดีของตนเอง 

          คนทุกคนมีส่วนดีทั้งนั้นครับ ให้มองที่ส่วนดีของเราเอง แล้วนำส่วนดี มีความสามารถแสดงออกมาด้วยการทำงานให้เต็มประสิทธิภาพมั่นใจในความสามารถของเราคือส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การทำงานมีความสุข

3. ทำลายสถิติงานเดิมของตัวเอง  

          ถือเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งและสำคัญต่อความก้าวหน้าในอาชีพการงาน เพราะมนุษย์ต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องของการทำงาน หากไม่มีการพัฒนาฝีมือแล้ว สิ่งที่จะตามมาคือ รายได้ก็จะน้อยตามไปด้วย และที่สำคัญคือ การจดจ่อกับงานของตนเองอย่าเปรียบเทียบงานของเรากับงานของเพื่อนเพราะแต่ละงานย่อมมีความแตกต่างกันออกไปหากเรามัวเปรียบเทียบงานของเพื่อน ก็ทำให้เรามีเวลาลงทุนในการทำงานของเราน้อยลง เพราะมัวกังวลแต่ว่าเพื่อนจะทำงานแซงหน้าเราแล้วพอเพื่อนทำงานแซงหน้าเราจริงๆ เราก็ไปว่า ไปตำหนิ ไปกล่าวร้ายกับเขาซึ่งแท้จริงแล้ว เพื่อนก็ทำงานเหมือนเดิมนั่นล่ะครับแต่เราตะหากที่หยุดทำงาน มัวแต่เอาเวลางาน ไปนั่งคิดถึงความก้าวหน้าของคนอื่น แล้วก็มาโกรธ พาลคนอื่น ทำแบบนี้แล้ว ประสิทธิภาพงานจะยิ่งลดลงเพราะสมองต้องเอาเวลาส่วนหนึ่งมาคิดเรื่องพวกนี้ ความกระตือรือร้นหายไปเองจะโทษใครไม่ได้ครับ...นอกจากตัวเอง!!

4. คิดพัฒนาปรับปรุงความสัมพันธ์ของตนเองกับคนรอบข้าง

          เป็นเรื่องของมนุษยสัมพันธ์เพราะการงานที่ราบรื่นได้นั้นไม่ใช่เป็นเพราะเราเก่งอยู่คนเดียวครับแต่ต้องอาศัยความเก่งกาจของเพื่อนร่วมงานด้วยงานที่เราทำจึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ชัดเจนแน่นอนและที่สำคัญมีผู้ให้การสนับสนุนเวลาที่เกิดปัญหาการทำงานในองค์กรต่างๆ นั้น การประสานงานที่ดีต่อกันถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนๆคือประเด็นหลักเพื่อความเป็นมิตรภาพไม่ใช่เพื่อนเสนออะไรมา ก็ปฏิเสธหรือคอยขัดคอท่าเดียวแบบนี้ก็อยู่ด้วยกันลำบากครับยิ่งปัจจุบันมีแค่การสื่อสารทางเดียว (One Way Communication)ทำให้เราไม่รับรู้ความเป็นไปใดๆ ได้เลยไม่รู้ด้วยว่า เพื่อนของเรา มองงานหรือมองเราอย่างไร ควรส่งเสริมให้บุคลากรมีการสื่อสารโต้ตอบระหว่างกันด้วยครับ

          สิ่งสำคัญที่สุดนอกจากการมองตัวเองให้มากกว่าการมองคนอื่นหรือจับผิดผู้อื่น ลองจับผิดตัวเองก่อน ว่ามีอะไรบกพร่อง สมควรให้เขาจับผิดหรือไม่? ถ้าหากมีรีบแก้ไขปรับปรุงเสียแต่เนิ่นๆเพราะการทำงานร่วมกัน หากมัวแต่คอยจับผิด ก็ไม่ต้องทำงานกันพอดี เพราะมัวแต่กลัวว่าจะถูกเพ่งเล็ง อย่ากลัวที่จะทำอะไรผิด เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่า เรามีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา คนที่ไม่เคยทำอะไรผิดตะหาก เป็นคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย!!! อย่ากลัวที่จะถูกจับผิดครับ ใครจะจับผิด ก็ให้เขาจับไปเถอะ เดี๋ยวเขาเหนื่อยกับความผิดของเรา (ที่เขาอุปโลกขึ้นมาเองว่าผิด!!!) เขาก็จะเหนื่อยและเลิกไปเองในที่สุด อย่าไปฟังคำให้ร้ายหรือบั่นทอนกำลังใจจากคนที่ไม่ปรารถนาให้เราก้าวหน้า เพราะเรากำลังจะแซงหน้าเขาไงล่ะครับ หรือผลงานเราอาจจะโดนใจจริงๆ แต่ก็ไม่อยากให้เกิดความก้าวหน้ากับเรา

          จงใช้ชีวิตด้วยความสดชื่น ใช้ชีวิตในด้านบวก จะทำให้เรามีความสุขในการทำงานทุกๆ วัน สนใจตนเองให้มากๆ ครับ ปรับปรุงตนเองตลอดเวลา พยายามปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อย่าเที่ยวได้สอนใคร หากตัวเองยังพัฒนาได้ไม่ดีกว่าที่เคย เพราะเราเองก็อาจจะกำลังถูกจับผิดหรือเพ่งเล็งอยู่ด้วยก็ได้ ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย และต่อยอดความสามารถที่ได้รับให้เกิดนวัตกรรม (Innovation) หากทำได้ตามนี้ รับรองได้ว่า ความสุขในการทำงานอยู่กับเรา ไม่หนีหายไปไหนหรอกครับ!!!