มันจะเหนื่อยนะ
คำ ๆ นี้ของครูก้องอยู่ในหูตลอด การทำดีมันเหนื่อยจริง ๆ ก่อนหน้านี้ที่รู้สึกสบาย ๆ เพราะทำตัวเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย ขยันก็ทำ ขี้เกียจก็ไม่ทำ เอาแต่ใจตนเองไปเรื่อย ทุกคนต้องเอาใจใส่ฉัน
ที่ผ่านมามันเป็นแบบนั้น พอมาปฏิบัติภาวนา และตั้งใจทำหน้าที่ ๆ ที่รับปากกับครูให้เต็มที่เต็มกำลัง ใน 3 ข้อ คือ 1. ตั้งใจทำงานค่ะ 2. ตั้งใจทำกิจวัตร 3.ตั้งใจเรียนรู้ พอมาเจอของจริง ตั้งใจทำเอาจริง ๆ ทุกอย่างมันดูเยอะไปหมด จากที่มีอะไรก็ทำไป ต้องมานั่งจัดลำดับความสำคัญ ไม่จัดการไม่ได้จริง ๆ
ข้อบกพร่องของหนูเพื่อการพัฒนา
- ละเลยการเขียนครูเพื่อศิษย์ใน G2K
- พอกลับมาบ้านละเลยการวิ่งออกกำลังกาย
- ละเลยการทำวัตร
- ลืมหายใจสบาย
- ภารกิจที่ไปทำงานกับครูละเลยการถอดบทเรียน
ที่ผ่านมาหนูใช้ชีวิตภายนอก แต่ขาดการถอดบทเรียน สรุปทำความเข้าใจ ทบทวนในตนเองน้อย ใช้ข้ออ้างของความอ่อนแรงทางร่างกาย ซึ่งเป็นธรรมชาติธรรมดาของมัน ก่อนหน้านี้ที่ครูสอนว่า
“การละความเห็นแก่ตัว ทำความดี มันเหนื่อยนะ”
ไม่เคยเข้าไปในใจ มีแต่เข้าหูผ่านสมองแล้วทะลุเลยไป แต่ครานี้มันเหนื่อยจริง ๆ มันทุกข์อย่างนี้จริง ๆ มิน่าหล่ะ ครูท่านถึงเข้มงวดในการสอน และการภาวนา
แม่หนูไม่สบายสองวันนี้ได้มีโอกาสดูแลแม่อย่างเต็มที่ ก่อไฟย่างสมุนไพร ให้ร่างกายท่านหายจากอาการเจ็บปวดที่ท่านล้ม หนูตื่นทั้งคืน ทำคืนแรกก็ทำเต็มที่ มาคืนที่สองรู้สึกเหนื่อยเผลอหลับไปตื่นขึ้นมาอีกทีได้ยินเสียงแม่ขยับ หันไปมองไฟ อ้าวไฟแทบจะดับ เขี่ย ๆ ดูเหลือเพียงขี้เถ้า แม่เอ่ยอย่างเป็นห่วงลูกว่า “ไม่เป็นไรลูก พอแล้วก็ได้” แต่ดูเหมือนว่าท่านยังต้องการความอบอุ่นจากไฟและความผ่อนคลายจากสมุนไพรอยู่
ประมาณตีสองคืนนี้อากาศหนาวซะด้วยหนูจึงค่อยนั่งพิจารณาเตาถ่าน เขี่ย ๆ ไปเจอไฟก้อนเล็ก ๆ จึงเติมถ่านลงแล้วค่อย ๆ พัดดูท่าทางจะลำบากจึงใส่กระดาษบางอย่างเพื่อช่วยโหมไฟให้แรง พัด ๆ ไปมีแต่ควัน หนู จึงลองจุดไม้ขีดไฟลงไปเพิ่มครานี้ได้ผล แล้วค่อย ๆ นั่งพัดไปเรื่อย ๆ อยู่ ๆ ก็ได้คิดขึ้นมาว่า
“แม้ไฟมันดูเหมือนใกล้จะดับ แต่ถ้าเราค่อย ๆ เติมถ่าน เติมไฟ มันก็สามารถกลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม การปฏิบัติภาวนาก็เช่นกัน แม้บ่างครั้งมันจะเหนื่อยจนรู้สึกท้อ แต่ก็ประคับประคองตนเอง แม้เราจะต้องพัดเตาที่มีแต่ควัน ก็เชื่อว่าพัดไปเรื่อย ๆ เมื่อถึงจุดเปลี่ยนของมันก็จะลุกเป็นไฟได้เอง”
น่าทึ่งมากวิธีนี้เป็นวิธีที่ครูท่านพร่ำสอนหนูมาตลอด เรื่องการพิจารณาสิ่งรอบตัวท่านเคี่ยวเข็นให้หนูหัดรู้จักช่างสังเกต เพราะทุกอย่างไม่มีเรื่องบังเอิญ สติปัญญาก็ต้องมาจากการฝึกฝนอยูงอดทน ไม่ได้มาลอย ๆ กราบขอบพระคุณครูค่ะ ไม่ว่าอย่างไรหนูก็จะอดทนทำธรรม เพื่อให้เข้าถึงธรรม อย่างที่พระอาจารย์ท่านเคยสอนไว้ว่า
“ถ้าเราลงมือทำ ก็ดีทั้งนั้นแหละ อยู่ที่ว่ามันจะดีมากหรือดีน้อย”
กราบขอบพระคุณครูค่ะ

น่ารักจัง บันทึกนี้
อ่านแล้วได้ข้อคิดดีจัง
ขอบพระคุณค่ะ ครูอ้อย แซ่เฮ
และพี่แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
คุณครูท่านเมตตาชี้แนะหนูตลอดมา ตักเตือนก่อนที่เหตุการณืหลายอย่างจะเกิดขึ้น แต่หนูก็ยังประมาท หลายครั้งยังพลาด จนทำให้ท่านเหนื่อยหลายทีค่ะ
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากครูเป็นสิ่งล้ำค่ามาก ๆ ค่ะ ข้อคิดดี ๆ ได้จากการปลูกฝังของครูผู้งดงาม แทบทั้งสิ้นเจ้าค่ะ
(^__^)