ชื่อกระนวนนี้ มีตำนานเล่าขาน

มาแต่อดีตกาลนมนานมาแล้ว ถึง 63 ปี (ปัจจุบัน พศ.2552)

                 พี่น้อง GTK ที่รักทุกท่านคะ ไหนๆผู้เขียนได้เขียนประวัติความเป็นอยู่ของชาวอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ในบทความที่ผ่านมาแล้ว ผู้เขียนก็อยากรู้เหมือนกัน  ทำไม ถึงตั้งชื่อว่า  กระนวน แล้วมีเรื่องเล่าขานสาเหตุของการตั้งชื่อ ว่า กระนวน ความเป็นไปเป็นมาอย่างไร ผู้เขียน พยายามค้นหาในเว็บไซท์เรื่องราวของอำเภอกระนวน มากมาย แต่ทุกเว็บเขียนเรื่องราวเพียงสั้นๆ  อาจจะเป็นเพราะว่า ข้อมูลอาจจะเป็นอดีตนานเกินไป ถูกลบไป เมื่อมีการปรับปรุงเว็บในแต่ละครั้ง ทำให้เรื่องบางเรื่องหายไป ถ้ามีก็มีแบบสั้นๆ ที่เจ้าของท้องถิ่น เป็นผู้อยู่ในท้องถิ่น  คิดว่า น่าจะมีเรื่องราว อำเภอกระนวน ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต ยาวมากกว่านี้  ผู้เขียนก็คงจะมีหน้าที่  เป็นผู้เขียน ผู้ที่จะนำกิจกรรมดี ศรีสังคมมาเขียนสู่กันฟังต่อยอดไป

              พี่น้อง GTK ทุกท่านคะ เป็นการดีนะคะ ท้องถิ่นเราเอง ถ้าเราไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย ก็ไม่สมควรจะเป็นคนในท้องถิ่นนั้น เพราะแสดงให้เห็นว่า  เราไม่มีความสนใจท้องถิ่นตนเลย ว่ามีความเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด

             ผู้เขียนมีความคิดว่า อยากจะให้มิตร GTK ได้เล่าเรื่องในท้องถิ่นของตน ที่มีอะไรดีๆ น่าสนใจ มาเล่าสู่กันฟัง ก็จะทำให้คนที่ได้อ่าน ได้รู้ว่า เพื่อนGTK คนไหนอยู่จังหวัดอะไร  ในจังหวัดมีอะไรที่น่าสนใจ  หรือ มีอะไรที่ควรจะปรับปรุง ตามแนวความคิดของตนเอง แม้จะถูกหรือไม่ถูก  ก็จะนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน  นอกเหนือจากรู้ประวัติ ว่าท่าน ทำงานอะไร หรือรับผิดชอบหน้าที่อะไรแล้ว

          ผู้เขียนขอเล่าประวัติความเป็นมาของอำเภอกระนวน ให้ท่านทั้งหลายได้รับรู้ไว้  ว่า กระนวน หรือเป็นอำเภอกระนวน ได้อย่างไร  น่าสนนะคะ ผู้เขียนยังอยากรู้เลย ค้นๆ  ไม่เห็นในเว็บ  ไปที่ว่าการอำเภอกระนวน  ไปขอปริ๊นมา แล้วก็ให้แผ่น CD มาด้วยหนึ่งแผ่น  ผู้เขียนยังไม่ได้เปิดดู ว่า แผ่น CD นั้น เขาเขียนว่าอย่างไร แล้วจะมานำเสนอภายหลังนะคะ อย่าพึ่งตาลายคะ พี่น้องบางท่านไม่อ่านก็ได้นะคะ ผ่านๆ ไป  เพราะจุดมุ่งหมายของผู้เขียน อยากเก็บไว้เป็นตำนาน โดยใช้คำหลักว่า ที่มาของชื่อ ประวัติ  อำเภอกระนวน  เพราะคิดว่า คนรุ่นหลัง จะได้นำไป สืบค้นหาในภายหลัง ในเรื่องของอำเภอกระนวน และก็อาจจะมี พี่น้อง GTK บางท่านที่สนใจ ตำนาน แต่ละท้องถิ่น  แม้แต่ท้องถิ่นของท่าน ท่านก็ต้องไปหา ตำนานมาเล่าแลกเปลี่ยนเช่นกัน  น่าสนนะคะ เปิดโลกทรรศน์

        "อำเภอกระนวน"  ท่านผู้อ่านคงไม่ทราบเหมือนผู้เขียน ผู้เขียนก็พึ่งรู้ว่า แต่เดิมนั้น  กระนวนเป็นตำบลหนึ่งในเขตการปกครองของอำเภอน้ำพอง ใกล้เคียงในปัจจุบันนี้เอง ซึ่งอำเภอน้ำพองในสมัยนั้น เป็นเพียง หนึ่งในห้า ของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นยุคแรกของการก่อตั้งจังหวัด นานมากๆ ทีเดียว

          ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช 2489 เมื่อหักกันกับพุทธศักราชปัจจุบัน 2552 เป็นเวลานานมาแล้วถึง 63 ปี นั่นกล่าวได้ว่า เมื่อ 63 ปีผ่านมาแล้ว ได้มีนายเลื่อน นิลประพันธ์ นายอำเภอน้ำพองในสมัยนั้น มีความเห็นว่า เขตการปกครองอำเภอน้ำพองกว้างขวางมากเกินที่จะดูแลได้ทั่วถึง ซึ่งสมัยแต่ก่อน ถนนยังเป็นลูกรัง การไปมาหาสู่กัน การสัญจร ดูแลกันก็ลำบาก  รอนแรมหลายวัน ไม่สะดวกสบายเหมือนเช่นทุกวันนี้ รถโดยสารก็ไม่มี นั่งเกวียน รถมีก็มีน้อยมาก ยากแก่การปกครองและพัฒนา และช่วงนั้นโรคระบาดไข้ทรพิษ ไข้ป่าหรือ มาเลเรีย  โรคต่างๆ  ฯลฯ ยังคงชุกชุม การเดินทางไม่สะดวก ล่าช้า

          ในที่สุด ก็ได้ร่วมประชุมหารือกัน โดยเรียกประชุมข้าราชการ พ่อค้า คหบดี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อขอความเห็นในการดำเนินการแยก ขอแยกตำบลกระนวนไปเป็นกิ่งอำเภอกระนวน โดยถือเอาเขตตำบลกระนวน ตำบลบ้านโนน รวมเข้ากัน ยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอำเภอกระนวน อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โดยได้รับอนุมัติให้ตั้งกิ่งจากกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 1 มกราคม พุทธศักราช 2491 หักกับ พุทธศักราชในปัจจุบัน 2552  ผ่านมา แล้ว   61  ปี  ผู้เขียนยังไม่เกิดเลย 

        รตท. มุข ประสริฐวงษ์ ในอำเภอน้ำพองในสมัยนั้น  ได้เลือกบริเวณดอนเมือง-ดอนตาปู่   บ้านหนองโน บ้านศรีสุข ตำบลกระนวน  เป็นที่ตั้งว่าการกิ่งอำเภอ โดยมี ขุนบำรุงรัตน์บุรี ข้าหลวงประจำจังหวัด เป็นประธานในการเปิดที่ว่าการกิ่งอำเภอ  และได้แต่งตั้งนายประยุทธ์ เมืองครุฑ เป็นปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอกระนวน คนแรก ในสมัยนั้น

         ต่อมาเมื่อปี 2501 (51 ปี ผ่านมาแล้ว ปัจจุบันที่เขียน 2552 ) ในช่วงเวลาที่ นายอภัย หล้าสุวงษ์ ดำรงค์ตำแหน่งปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ ตำบล หมู่บ้านของกิ่งอำเภอกระนวน ได้มีการแบ่งแยกเขตการปกครองหมู่บ้าน ตำบลเพิ่มขึ้นได้ถึง 7 ตำบล นายอภัย หล้าสุวงษ์  จึงได้ยกฐานะกิ่งอำเภอกระนวนขึ้นเป็นอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น โดยกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอกระนวน และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 75 ตอนที่ 55 ลงวันที่ 22 กรกฎาคม พุทธศักราช 2501

        ปัจจุบันอำเภอกระนวน มีหมู่บ้าน  ตำบล ประกอบด้วย 9 ตำบล 98 หมู่บ้าน 

        นี่คือประวัติเดิม ความเป็นมา ของอำเภอกระนวน

            พี่น้อง GTK ที่รักทุกท่านคะ ท่านทราบไหมว่า จากคำบอกเล่าของปราชญ์ชาวบ้าน นั้น คำว่า "กระนวน"ไม่มีหลักฐานการตั้งชื่อว่าได้มาจากสิ่งสำคัญหรือสถานที่สำคัญอย่างใด บางคนสันนิฐานว่า มาจากบริเวณที่ตั้งกิ่งอำเภอมีต้น "ขนวน" เป็นจำนวนมาก จากการสืบค้น คำว่าขนวน คือบริเวณที่มีต้นไม้ยืนต้น จำพวก ต้นมะค่า  มะค่าโมง  เป็นป่ามะค่าจำนวนมาก ซึ่งเป็นต้นไม้ยืนต้น แต่เป็นต้นที่มีใบเล็กรวมกันเป็นช่อ     (ภาษาอีสาน จะเรียกต้นนี้ว่า ต้นขนวน) จึงเรียกตามต้นไม้ ภาษาอีสาน ป่าขนวน

           แต่ก็ยังมีปราชญ์ชาวบ้านบางท่านเล่า เป็นตำนานนมนานมาแล้ว สมัยครั้งที่มีพระยาขอม เจ้าเมืองชะตีทา มีมเหสีชื่อนางจันทรา และมีธิดา ชื่อ นางไอ่ (ไม่ใช่ นางไอ่เดียวกันกับเรื่องผาแดงนางไอ่ ตามนิทานพื้นบ้านโบราณ เรื่องผาแดงนางไอ่ เพราะเรื่องนี้เป็นตำนานของจังหวัดสกลนคร)ได้จัดให้มี การแข่งขันบั้งไฟหรือบ้องไฟสูง โดยมีเงื่อนไขและข้อตกลงว่า ถ้าบั้งไฟใครขึ้นสูง ถือว่าชนะ จะยกธิดานางไอ่ของตนให้อภิเษกสมรส แล้วจะแบ่งเมืองอีกครึ่งหนึ่งให้ปกครอง

                ในการแข่งขัน บั้งไฟ ปรากฏว่า

          - บั้งไฟเซียงเหียน (เซียง หมายถึง ชายที่บวชเป็นพระ หรือเป็นสามเณรแล้ว สึกออกมาเป็น ฆาราวาส) แห่งเมืองฟ้าแดดเป็นผู้ชนะ โดยเลาบั้งไฟเซียงเหียน (เลาบั้งไฟ หมายถึง  กระบอกบั้งไฟที่บรรจุดินปืน อีสานเรียกว่าดินปืนว่า หมื่อ เลาบั้งไฟเซียงเหียน มีเส้นผ่าศุนย์กลาง 6 นิ้ว ยาว 13 ศอกคืบ ได้ตกแต่งเป็นพระยาหงส์ดสวยงามด้วย) ได้ขึ้นสู่ฟ้าเพียงผู้เดียว

           -ส่วนบั้งไฟคู่แข่งอีกคนหนึ่งคือ บั้งไฟของพระยาขอมซูคาไม่ยอมขึ้นฟ้า โดยยังตั้งอยู่ที่นั่งร้านบั้งไฟเหมือนเดิม

         - มีอีกส่วนหนึ่งคือท้าวผาแดงแห่งเมืองผาพงษ์  จากฝั่งซ้าย (คือประเทศลาวในปัจจุบัน)บั้งไฟแตก "ขนวนบั้งไฟ"  (อีสานเรียกกระหนวนบั้งไฟ หรือ  ชนวนบั้งไฟ ใช้สำหรับเป็นตัวจุดให้บั้งไฟเกิดการเผาไหม้ดินปืน) แล้วชนวนหรือขนวนบั้งไฟ  กระเด็นมาตกที่บึงกระชา ด้านทิศตะวันตกบ้านกระนวน (อยู่ในซำสูง) เลยตั้งชื่อหมู่บ้านตามชิ้นส่วนของบั้งไฟที่กระเด็นมาตกว่า "บ้านกระหนวน" ต่อมาจึงเพี้ยนเสียงและรูปเป็น "บ้านกระนวน"อยู่ในอำเภอซำสูงก็มี

        -ส่วนเลาบั้งไฟ กระเด็นมาตกที่ที่ด้านทิศตะวันออก ทำให้หมู่บ้านนั้นเป็นหลุม เป็นหลุบ ชาวบ้านจึงตั้งชื่อหมู่บ้านนั้น ว่า บ้านหลุบเลา ก็อยู่ในอำเภอซำสูงเช่นกัน จะเห็นได้ว่า แต่ก่อนอำเภอซำสูง ก็แบ่งแยกออกมาจากอำเภอกระนวน เพราะ ที่ที่อำเภอซำสูง ก็มีบ้านหลัก ว่าบ้านกระนวน อาจจะเกี่ยวข้องกัน เพราะเป็นอาณาเขตที่ติดต่อกัน  แม้แต่บ้านหลุบเลา ก็อยู่ในอำเภอซำสูงเช่นกัน

                 พี่น้อง GTK ทุกท่านคะ แม้มันจะยาว อ่านจนตาลาย แต่ตำนานเหล่านี้ ถ้าไม่มีผู้ไปสืบค้นหามาเขียนให้อ่าน อีกนานไป เรื่องเหล่านี้ ก็พลอยจะหายสาบสูญไปพร้อมๆ กับผู้เขียนก้ได้ล้มหายตายจากไป   ฉะนั้นก่อนที่มันจะหายสาบสูญไป  ผู้เขียน จึงขอตั้งใจลอก และเขียน มาให้ผู้อ่าน และคนรุ่นหลัง เก็บไว้ศึกษา ความเป็นมาและก็เป็นไป ให้เป็นตำนานสืบเนื่องไปคะ

                  บทความนี้ได้มา จาก  ขอ ปริ๊นมาจากที่ว่าการอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น นำมาเรียบเรียงใหม่ ให้น่าอ่านขึ้น เพราะเรื่องที่เขียนนี้ เป็นตำนานมานานแล้ว จำเป็นต้องค้น ต้องแปล เพราะภาษาอีสาน บางท่านจะไม่เข้าใจความหมาย 

             ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ พัฒนากร และเจ้าหน้าที่วัฒนธรรม ประจำอำเภอกระนวน  ที่ได้ ค้นหามามอบให้ เพื่อมาเป็นความรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทุกๆท่านคะ

          ผู้เขียนจะไม่เพิ่มรูปภาพ เพราะเรื่องก็ยาวมาก และเรื่องน่าสนใจอยู่แล้ว

   แผนที่ ถนน ในตัวอำเภอกระนวน

 ใครจะมาเยือน ลูกศรคือถนนหลักไปจังหวัดอื่นๆ ใกล้เคียง

ทิศทางต่างๆ อาณาเขตติดต่อ อยู่บทที่ผ่านมาแล้ว ดูประกอบกันได้