ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ผู้วิจัย มณกาญจน์ ทองใบ
ปีที่วิจัย 2549
วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
กลุ่มตัวอย่าง
ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 377 คน และครูผู้สอน จำนวน 377 คน รวมจำนวน 754 คน การสุ่มตัวอย่างได้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
1. เลือกโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 18,524 โรงเรียน
2. ใช้จำนวนกลุ่มตัวอย่างจากตารางขนาดตัวอย่างของ เครจซี่และมอร์แกน จำนวนโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการวิถีพุทธ จำนวน 18,524 โรงเรียน และครูผู้สอน จำนวน18,524 คน
ได้กลุ่มตัวอย่างผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 377 คน และ ครูผู้สอน จำนวน 377 คน รวม 754 คน
3. สุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงจากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตามภาค จำนวน 5 ภาค คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก จำนวนภาคละ 60 โรงเรียน และกรุงเทพมหานคร จำนวน 77 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 377 โรงเรียน แยกเป็นผู้บริหารโรงเรียนจำนวน 377 คน และครูผู้สอนจำนวน 377 คน รวม 754 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1. แบบบันทึกผลการประชุมสัมมนาการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคในการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. แบบสัมภาษณ์การพัฒนารูปแบบการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. แบบสอบถามความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของการพัฒนารูปแบบการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
4. แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อการพัฒนารูปแบบการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
การเก็บรวบรวมข้อมูล
1. การประชุมสัมมนาการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคในการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ ผู้วิจัยเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยการจัดการประชุมสัมมนาร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 2 เรื่องโรงเรียนวิถีพุทธแกนนำของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยจัดประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน รวมทั้งสิ้น 60 คน ในวันที่ 4 สิงหาคม 2548 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ วัดไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
2. แบบสัมภาษณ์การพัฒนารูปแบบการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้วิจัยดำเนินการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้วยตนเอง รายละเอียดของจำนวนผู้เชี่ยวชาญที่ให้การสัมภาษณ์
3. แบบสอบถามความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสอบถามผู้เชี่ยวชาญ ผู้วิจัยเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง
4. แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อการพัฒนารูปแบบการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสอบถามผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน ผู้วิจัยเก็บข้อมูลด้วยตนเองและส่งทางไปรษณีย์
การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล
1. แบบบันทึกการประชุมสัมมนาวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคในการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้วิจัยตรวจสอบประมวลผลการประชุมสัมมนาเป็นรายด้านและบันทึกข้อมูลเพื่อหาความถี่และค่าร้อยละ เสนอข้อมูลเป็นตารางประกอบคำอธิบาย
2. แบบสัมภาษณ์การพัฒนารูปแบบการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นฐาน โดยสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม ผู้วิจัยประมวลผลการสัมภาษณ์ เป็นรายบุคคลและบันทึกสรุปสัมภาษณ์
3. แบบสอบถามความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของการพัฒนารูปแบบการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน วิเคราะห์หาค่ามัธยฐาน ค่าพิสัยระหว่าง
ควอไทล์ของกลุ่ม ใช้เกณฑ์การพิจารณาข้อที่มีค่ามัธยฐานตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไป และมีค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ไม่เกิน 1.50 เสนอข้อมูลเป็นตารางประกอบคำอธิบาย กำหนดเป็นรูปแบบที่เหมาะสม
4. แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อการพัฒนารูปแบบการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนเพื่อหาความเหมาะสมในการนำรูปแบบการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาไปปฏิบัติ วิเคราะห์ด้วยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เสนอข้อมูลเป็นตารางประกอบคำอธิบาย
เกณฑ์การแปลความหมายของค่าเฉลี่ยดังนี้
ค่าเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายถึง มีความเหมาะสมมากที่สุด
ค่าเฉลี่ย 3.51-4.50 หมายถึง มีความเหมาะสมมาก
ค่าเฉลี่ย 2.51-3.50 หมายถึง มีความเหมาะสมปานกลาง
ค่าเฉลี่ย 1.51-2.50 หมายถึง มีความเหมาะสมน้อย
ค่าเฉลี่ย 1.00-1.51 หมายถึง มีความเหมาะสมน้อยที่สุด
การพิจารณาความเหมาะสมในการนำรูปแบบการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอนเห็นว่าเหมาะสมในการนำไปปฏิบัติ ใช้เกณฑ์การพิจารณาข้อที่มีค่ามัธยฐาน ไม่ต่ำกว่า 3.51 และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานไม่เกิน 1ค่าเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายถึง มีความเหมาะสมมากที่สุด
ผลการวิจัย
รูปแบบการบริหารโครงการโรงเรียนวิถีพุทธของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสรุปได้ดังนี้ ด้านโครงสร้างการบริหาร ได้แก่ การกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารอย่างชัดเจน สามารถปรับโครงสร้างขององค์กรให้สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหารและคณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง พระสงฆ์ องค์กรทางราชการและองค์กรในชุมชน ด้านบทบาทหน้าที่ของผู้บริหารสถานศึกษา องค์กรทางราชการและองค์กรในชุมชน ร่วมกันรับผิดชอบในการดูแลเยาวชนให้ประพฤติตนเป็นคนดี ด้านกระบวนการดำเนินงาน มีการสรุปและรายงานผลการดำเนินงานตามโครงการอย่างสม่ำเสมอ ด้านผลสำเร็จที่คาดว่าจะได้รับ โดยการสร้างเยาวชนให้มีขันติ มีความอดทน อดกลั้น มีวิริยะอุตสาหะ รู้จักการให้และทำกิจกรรมต่าง ๆ เป็นหมู่คณะได้
ทำงานได้เร็วดีจ๊ะ
ตามมาติด ๆ
ดีมากเลยครับ
ขอบคุณมาก ที่นำสี่งที่ดี สู่พี่น้อง