ช่วงนี้ใบสะเดาร่วงพรู ต้องปัดกวาดชานบ้าน3เวลาหลังอาหาร สะเดาไม่เหมือนไม้ชนิดอื่น ใกล้จะออกดอกจะสลัดใบทิ้งทั้งต้น จนเห็นกิ่งก้านทุกซอกทุกมุม สร้างปัญหาให้แก่มดแดงที่ไปแฝงทำรังอย่างมาก เพราะจู่ๆรังก็ร่วงโรยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเหมือน..“อาฟเตอร์ช็อค โคตรวิกฤติ”ดูไบ เวิลด์” แควนๆที่ดวลสะเดาเที่ยวที่แล้วอย่าเพิ่งเคืองนะครับ ที่ชวนมาล่วงหน้าก็เพื่อให้มาเลือกดูว่าจะกินดอกสะเดาจากต้นไหนดี บัดนี้สะเดาเริ่มนับถอยหลังแล้ว คาดอย่างแม่นยำว่า ภายใน 10 วันนี้จะมีช่อสะเดากลางป่าออกมาให้ชิมหลายร้อยต้น คนที่มีตั๋วฟรีค้างเติ่ง จะพิจารณามาอีกรอบก็ได้นะ ยินดีต้อนลับ! จะจัดเป็นงานวันรำลึกแห้วสะเดา ดีไหม?
สมัยก่อนวิธีการทำนาจะสอดคล้องกับสภาพ ธรรมชาติ ช่วงที่สะเดาออกดอกจะตรงกับการเก็บเกี่ยวจข้าวช่วงท้ายๆแล้ว ชาวนาจะขนข้าวไปกองรวมกันที่ลานข้าว หลังจากนั้นก็จะลงแขกนวดข้าวด้วยแรงคน นาไหนมีลูกสาวสวยหนุ่มๆจะไปรุมช่วยกันครึกครื้น คุณว่าที่แม่ยายกับลูกสาวก็จะลาบเป็ด ต้มปลา ตำส้มบักหุ่ง งมหอยขมหอมโข่งมาลวก แล้วจัดสำรับตั้งกลางวง สมัยโน้นจะมีเถียงนาตั้งอยู่บนโพนตามตัวอย่างที่ท่านบางทรายเขียนถึงและมี รูปมาอวดเมื่อเร็วๆนี้ รอบๆโพนนาจะปลูกพริก มะเขือ ข่า ตะไคร้ กระเพา และยังอนุรักษ์ผักยืนต้นพื้นถิ่นไว้ เช่น สะเดา มะกอก ผักติ้ว ไว้เป็นเสบียงหลัก ส่วนเสบียงรองก็เก็บผักบุ้ง ดอกผักยอดผักตามคันคูมาสมทบ อาหารการกินจึงอุดมสมบูรณ์ ช่วยเสริมพละกำลังโดยไม่ต้องไปเสียเงินซื้อเอ็ม-100อย่างชาวนาสมัยนี้
ค่ำ คืนเดือนหงาย ..หนุ่มๆจะเป่าแคนเดินดุ่มไปเยี่ยมลานช้าวเจ้านั้นเจ้านี้ ลานไหนที่หมายตาลูกสาวเขาไว้ก็ลงแรงช่วยแสดงพละกำลังนวดข้าวให้อีสาว-แม่ยาย -พ่อตาเห็น เป็นการสร้างความคุ้นเคยเพื่อแสดงทัศนะค่อยเป็นค่อยไปตามธรรมชาติ เท่ากับเป็นการเรียนรู้ตัวรู้ใจแบบกระแซะที่ละนิด แต่ก็มีนะที่เกิดการตกลงปลงใจ จับข้อต่อแขนผูกสัมพันธ์กันกลางลอมฟาง ถึงไม่ถูกต้องตามธรรมเนียมเท่าไหร่นัก แต่ความรักจุกอกก็ต้องหยวนๆกันไป โดยเฉพาะไอ้หนุ่มที่พ่อตาแม่ยายชอบ หลังจากเสร็จหน้านาก็จัดพิธีการให้ลงเอยลงตัวกันในภายหลัง พวกใจร้อนด่วนแต่งมีข้อดีตรงที่มีลูกทันใช้ อิ อิ..
เมื่อระบบการดำรงชีวิตของชาวนาเปลี่ยนไป
ตอนนี้ไม่มีทั้งลอมข้าวและลอมฟาง
รถเกี่ยวข้าววิ่งครึกๆเต็มทุ่งทั้งกลางวันกลางคืน
ควายเหล็กวิ่งเกี่ยวข้าวพร้อมๆกับนวดข้าวออกจากรวงเป็นเมล็ดไหลลงกระสอบ
จากที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในท้องนา2-3เดือน ทุกอย่างจบภายใน1-2วัน
ความผูกพันกับจารีตประเพณีจึงไม่เหลือหลอ
เด็กยุคใหม่ไม่รู้หรอกว่าการทำนาที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาเป็นอย่างไร
จะรู้เฉพาะความเปลี่ยนแปลงแบบเร็วด่วนจี๋ตีลังกาเป็นเรื่องๆ
ถึง แม้จะมีการนำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ สร้างภูมิคุ้มกันแห่งความอยากได้ใคร่มีของคนในสังคมที่ห่อหุ้มจากธรรมชาติ ที่กะรุ่งกะริ่งการเลี้ยงชีพด้วยภาคเกษตรกรรมกำลังจะเข้าสู่ตำราได้หน้าลืมหลัง ถ้าไม่ระวังอาจจสายเกินแก้เหมือนประเทศที่พัฒนาแล้วกำลังสำลักเศรษฐกิจโลก ที่พังพาบ เราควรเปิดมุมมองเรื่องความต้องการปัจจัยใช้สอยตามที่เป็นจริงไม่ให้เกิน ความจำเป็น และไม่สร้างความเสี่ยงเกินกำลังที่ตนเองจะรับได้ ที่สำคัญคนไทยยังไม่มีพลังที่จะสังเคราะห์จุดพิเศษที่ดีงามไว้ได้ ศ. ดร.ฟรานซ์-ธีโอ กอตวอลย์ ผู้อำนวยการมูลนิธิไวเฟิร์ทเพื่อการพัมนาเกษตรกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวด ล้อมประเทศเยอรมันนี้ กล่าวว่า” ..ผมรู้สึกชอบในเรื่องวัฒนธรรม และจิตวิญญาณของเศรษฐกิจพอเพียงที่มีรากฐานมาจากพุทธธรรม ในความเข้าใจของผมนั้น การพิจารณาในใจโดยแยบคายเพื่อให้เข้าถึงความจำเป็นที่แท้จริงของชีวิต จะทำให้เกิดการปล่อยวางและเป็นสุข..”
เมื่อใช้รถเกี่ยวและนวดข้าว ฟวงข้าวก็ถูกเหยียบย่ำและเหวี่ยงกระจายออกไปรอบข้าง ซึ่งก็มีส่วนดีตรงที่เราคืนปุ๋ยกลับสู่ผืนนา เอาออกมาเฉพาะเมล็ดข้าว แต่ก็มีข้อเสียสำหรับเกษตรกรที่ใช้ฟางเลี้ยงวัวควาย ส่วนคนที่อาศัยควายเหล็กก็ไม่ต้องอินังขังขอบกับเรื่องนี้ วิธีแก้ปัญหาชาวนาจะไปขอซื้อฟางจากนาที่เกี่ยวด้วยมือ ซึ่งก็ลดจำนวนลงมากแล้ว ทำให้ฟางข้าวมีราคา ถ้านวดข้าวเปลือกได้ 100 กระสอบ จะตีราคาฟางจากจำนวนข้าวเปลือกกระสอบละ10 บาท ได้ข้าวเปลือก100กระสอบ =100×10บาท=1,000บาท ถ้าลงแรงนวดข้าวเอง นอกจากไม่เสียเงินจ้างรถนวดข้าวแล้ว ชาวนายังมีรายได้จากการขายฟาง สมัยนี้แกลบ-รำมีราคาแพงขึ้นทุกที แต่ส่วนที่แพงขึ้นนี้ไปตกอยู่กับพ่อค้าคนกลางหรือโรงสีเป็นส่วนใหญ่ ชาวนาจึงต้องเป็นกระดูกสันหลังที่อักเสบของชาติต่อไป
ระบบทุนนิยมและโลกาภิวัฒน์นั้น ถูกขับเคลื่อนด้วยกระบวนการสะสม ซึ่งเป็นแรงผลักดันในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ แต่ขณะเดียวกัน ก็มีอนุภาพในการทำลายความยุติธรรม ทำลายสังคม ทำลายประเทศ และทำลายโลกในที่สุด โลภาภิวัฒิน์ในแนวทางนี้ นับวันจะน่าสะพึงกลัวจนยากที่จะคาดเดา เราไม่มีคำตอบว่าจะรับมือเรื่องเหล่านี้อย่างไร รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง ! รู้ไว้ใช่ว่า ! รู้แล้วเอาหูไปนาเอาตาไปไร่รึ! ดูๆแล้วมันน่าจะต้องช่วยกันทำอะไรสักอย่างดีไหมครับ?
ผมเลี้ยงโคหลายสิบตัว เพื่อให้โคเหล่านี้ผลิตปุ๋ยให้ในแต่ละปีประมาณ1,500กระสอบปุ๋ย จะได้เอาไปปลูกผักปลูกต้นไม้ เป็นการพึ่งตนเองด้านปุ๋ยยังไงละครับ ช่วงฝนผมปลูกหญ้าให้วัวกินก็ไม่ยุ่งยากอะไร แต่ช่วงแล้งต้องอาศัยรำข้าว-มันสำปะหลังบด-ฟางข้าวราดโมลาสและยูเรียเลี้ยง โค โคผมเป็นพันธุ์แม่ลูกดก เผลอแพล็บเดียวเต็มคอก ตอนนี้มี30ตัว เกินจำนวนอาหารที่จะรองรับได้ จะขายก็ขายไม่ออก ราคาโควันนี้ตกต่ำอย่างน่าใจหาย คนไทยจะบ้าเลี้ยงบ้าเลิกพร้อมกันเป็นช่วงๆ ตอนนี้ขาลง..พากันขายโคทิ้งโกลาหล เรื่องนี้สืบเนื่องจากโครงการโคล้านตัวพังพาบด้วย มีเวลาจะเล่าให้ฟังในวันหลังนะครับ
- ผมจำเป็นต้องเก็บฟางไว้ให้โคพอกินในหน้าแล้ง
มี2ทางเลือก
1 ซื้อฟางอัดก้อนๆละ 35-40 บาท
2 ซื้อฟางมาทำลอมฟางเก็บไว้
ผมเลือกทางที่ 2 เพราะจะได้สร้างงานให้ชาวบ้านมาขนฟางและทำลอมฟาง
เม็ดเงินจะไปตกอยู่กับชาวบ้านประมาณ 25,000 บาท
ผมจะได้ลอมฟางใหญ่ที่สุดในโลกเป็นอนุสรณ์การทำนายุคสุดท้าย
- การทำลอมฟางยักษ์ต้องใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านพอสมควร
การที่จะเอาฟางขึ้นไปเป็นชั้นๆสูงขึ้นๆๆ ไม่ง่ายนักหรอก
ผมจะทำพิธีฉลองลอมฟางยักษ์ด้วยการเอามโหรีพื้นบ้านมาเล่น
ใครที่ได้รับมอบหมายให้เอาธงเขียว-แดง ไปปักไว้ที่ยอดสูงประมาณตึก 4 ชั้น
ก็เตรียมฝึกซ้อมการปีนป่ายให้ดี เดี๋ยวจะว่าหล่อไม่เตือน
จบข่าว แคว๊กๆ ..


กองฟางแบบนี้ ตอนเด็กชอบมากค่ะ
พ่อให้ปีนขึ้นไปแล้วกระโดดๆๆๆๆ
ให้ฟางแน่นๆ จะได้เอาขึ้นไปอีกได้มากๆ
ที่บ้านเลี้ยงวัวไว้..ส่ง....เรียนหนังสือค่ะ
ค่ำคืนเดือนหงาย เราขี่ควายชมจันทร์ ....
มารำลึกอดีตค่ะพ่อครูขา สบายๆ วันศุกร์นะคะ
สวัสดีตอนเที่ยงค่ะพ่อครูบา
แวะมาชม อาฟเตอร์ช็อค กะ อนุสรณ์การทำนายุคสุดท้าย ....
อิ่มอร่อยมื้อเที่ยงแล้ว อีกเดี๋ยวจะได้เวลาไปปัดกวาดชานบ้านต่อใช่มั้ยคะ...
มีความสุขในวันศุกร์ค่ะ
ลอมฟางสูงมากกระโดดไม่ไหวครับ
สูงระดับยอดไม้ไผ่แน๊ะ
ดอกสะเดา ลวกจิ้มน้ำพริกก็อร่อยมิเบาครับ
ชีวิตมีเรื่องเล่ามากมาย
ครูดอย สบายดีนะครัล
คุณรงค์ ก็เล่ามากๆสิครับ จะคอยอ่าน
สวัสดีค่ะ พี่ชายใหญ่