การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

          นายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้แทน ผอ.สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด (สำนักงาน กศน.จังหวัด) และ ผู้แทนผอ.เขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) เพื่อขอให้มีการปรับปรุงมาตรฐานการกำหนดตำแหน่งผอ.สำนักงาน กศน. จังหวัด และ ผอ.สพท.เนื่องจากคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ต้องผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการ (ว 17 ) ก่อน จึงจะได้รับการเลื่อนอันดับเงินเดือนให้เป็น ค.ศ. 4 ขณะที่หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะ ผอ.สำนักงาน กศน. จังหวัดเชี่ยวชาญ และ ผอ.สพท.เชี่ยวชาญนั้น ระบุว่าจะยื่นขอรับการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะเป็นเชี่ยวชาญได้ จะต้องดำรงตำแหน่งผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดและ ผอ.สพท.ไม่น้อยกว่า 2 ปี ส่งผลให้ขาดคุณสมบัติที่จะยื่นขอรับการประเมินเพื่อให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะเป็นเชี่ยวชาญ จึงทำให้ยังไม่มีใครผ่านการประเมินเลย ยกเว้นผู้ที่มีตำแหน่งติดตามตัวมาเท่านั้น

          ปลัดศธ. กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ตั้งข้อสังเกตไว้เช่นกันว่า เมื่อกฎหมายกำหนดตำแหน่ง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัด และ ผอ.สพท.ให้เป็นเชี่ยวชาญ แต่ในทางปฏิบัติกลับมีการบล็อกไว้ด้วยเงื่อนไขบางประการ ทำให้ไม่สามารถเข้าสู่วิทยฐานะเชี่ยวชาญได้ ดังนั้นตนจะหารือร่วมกับสำนักงาน ก.ค.ศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเบื้องต้นคิดว่า อาจต้องทำ ว พิเศษ หรือลู่วิ่งที่สองให้กับกลุ่มนี้ โดยนำแนวทางการปรับเข้าสู่วิทยฐานะเชี่ยวชาญของผู้บริหารนอกสถานศึกษาเดิม อาทิ ศึกษาธิการจังหวัด เป็นต้น ในช่วงแรกของการเข้าสู่โครงสร้างใหม่ของศธ.มาเทียบเคียง ซึ่งจะมีการอนุโลมให้นำประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารเข้ามาเทียบเคียงได้ ตลอดจนมีการสัมภาษณ์ และรับการอบรมพัฒนาอย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตาม ว พิเศษที่จะจัดทำขึ้นดังกล่าว จะเข้มข้นและยืนยันว่าไม่มีการปล่อยผีแน่นอน.

        ที่มา -- เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 10 ธ.ค. 2552