คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้เขียน "เข็มทิศชีวิต" จากเรื่องราวที่ตนเองค้นพบแล้วส่งต่อยังผู้คนอีกมากมายที่ยังไม่ค้นพบสัจธรรม โดยผ่านหนังสือ "เข็มทิศชีวิต" ซึ่ง ณ วันนี้ เข้าสู่เล่มที่ 3 ตอน กฎแห่งความสุข
ผมได้หนังสือเล่มนี้ติดมือมาในวันนี้ (10 ธันวาคม 2552) ...
ผมอยากอ่านช่วงเกริ่นนำแบบดัง ๆ ให้กัลยาณมิตรได้รับฟังไปพร้อมกัน ผมเชื่อมั่นในความดีของหนังสือเล่มนี้ครับ
ความเดิม
สมหวังเล่าว่า ในช่วงที่ประเทศประสบปัญหาเศรษฐกิจ เขากำลังขยายธุรกิจ จึงมีหนี้สินจากการทำธุรกิจเป็นเงิน 200 ล้านบาท
เขาอายุ 30 ปีเศษ มีภรรยาและลูกที่น่ารัก
เขาทุ่มเททำงานหนักมาตลอด เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว อาจจะมีเวลาให้ครอบครัวน้อยมาก แต่เขาก็หวังว่าภรรยาและลูกคงเข้าใจที่เขาหงุดหงิด ฉุนเฉียว เครียด งานยุ่งตลอดเวลา
ถ้าธุรกิจล้มเหลว ภรรยาและลูกจะต้องลำบาก บ้าน ทรัพย์สิน จะต้องถูกยึด ลูกต้องย้ายโรงเรียน
สมหวังวิ่งเต้นเจรจาต่อรองกับธนาคาร ถึงขนาดคิดฆ่าตัวตายเพื่อรักษาทรัพย์สินบางส่วนไว้ เพื่อให้ภรรยาและลูกมีชีวิตที่ดี
วันหนึ่งเขายกหูโทรศัพท์เพื่อโทรนัดธนาคาร มีเสียงคนกำลังใช้โทรศัพท์อยู่ เป็นเสียงภรรยาของเขาเอง กำลังคุยนัดผู้ชายไปที่โรงแรมม่านรูดหน้าปากซอยบ้าน
สมหวังล้มทั้งยืน
สัญญาณเตือน
เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตสมหวัง
คุณอาจจะสงสัยว่า เป็นไปได้ยังไง ภรรยามีชู้ เป็นหนี้ 200 ล้าน จนแทบจะฆ่าตัวตาย เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของเขาได้อย่างไร
แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้สมหวังมีโอกาสหยุดคิดทบทวนว่า อะไรกันแน่ที่สำคัญสำหรับชีวิตเขา เวลาที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกกับภรรยา หรือเห็นตัวเลขสูง ๆ ในธนาคารกับบ้านหลังใหญ่ เพื่อพิสูจน์กับคนอื่นว่าฉันทำได้ อะไรกันแน่ที่เป็นสิ่งผลักดันอยู่เบื้องหลังพฤติกรรมตัวเอง
ข้ออ้างที่ว่าทำเพื่อความมั่นคงของครอบครัวหรือแท้จริงแล้วเพื่อสนองความต้องการลับ ๆ ในใจ ที่เคยอยากให้พ่อแม่ยอมรับตอนเด็ก ๆ พยายามหาความสำเร็จมาเติมให้รู้สึกว่า ตัวเองมีค่า มีความสำคัญ เหมือนพี่ชายคนโต
งานยุ่งจนไม่มีเวลาอยู่กับคนที่รัก หรือเพราะไม่รู้จะอยู่กับคนที่รักอย่างไร เพราะตอนเด็ก ๆ พ่อแม่ก็ไม่เคยอยู่กับตัวเอง จิตใต้สำนึกเลยหาอะไรมาทำจนยุ่งอยู่ตลอดเวลา จะได้ไม่ต้องอยู่กับลูก เพราะไม่รู้ว่าจะแสดงความรักอย่างไร
ขาดทุนเพราะไว้ใจเพื่อน หรือเพราะเอาความรับผิดชอบต่อชีวิตตัวเองไปไว้ที่คนอื่น ภายใต้คำสวย ๆ ว่าไว้ใจ ไว้ใจเพื่อหาใครสักคน ที่เป็นความดี ความงาม ความจริง แบบที่คิดว่าตัวเองไม่เคยเจอ
ฆ่าตัวตายเพื่อช่วยครอบครัว หรือเพื่อหนีสิ่งที่ไม่ได้สะสางในใจตัวเอง ตั้งแต่เด็กจนโต
หงุดหงิดฉุนเฉียวตลอดเวลาเพราะเหนื่อยหรือเพื่อไม่ต้องรับรู้ความเจ็บปวดของลูกเมีย ที่ไม่ต่างจากแม่และตัวเองตอนเด็ก ๆ
สมหวังดีใจที่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ไม่สายเกินไป เขามีโอกาสสะสางสิ่งที่อยู่ในใจตัวเอง สร้างชีวิตใหม่ที่มีความสุข อบอุ่น มั่นคงอย่างแท้จริง
ความจริง
ทุกอย่างเกิดขึ้นเพื่อส่งชีวิตเราไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุดเสมอ ให้เราเรียนรู้เติบโต มีชีวิตที่เป็นสุข เป็นอิสระมั่นคงจากภายในอย่างแท้จริง
สิ่งต่าง ๆ ไม่ได้ดีหรือร้ายในตัวเอง อยู่ที่เรามองเห็นความหมาย คำเตือน ความปรารถนาดีที่ซ่อนอยู่ภายใน เรียนรู้แล้วสร้างมันให้เป็นประโยชน์กับชีวิตเราอย่างแท้จริง
การถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง เคยทำให้คนขับสามล้อถูกหวยสูญเสียครอบครัวและความสุขที่เคยมีในชีวิต
คนเป็นหนี้ร้อยล้าน กลับพบชีวิตที่มั่นคงเป็นอิสระ มีความสุขที่แท้จริง จนสามารถสร้างฐานะได้อย่างมั่นคง
คนเป็นโรคร้าย มีเวลาในชีวิตเหลือแทบนับวันได้ กลับได้เริ่มมีชีวิตอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก
คนถูกคนรักทิ้ง กลับได้เริ่มเห็นคุณค่าในตัวเองจนได้พบคนรัก มีความรัก ที่มีคุณค่า มีความหมายอย่างแท้จริง
ชีวิตส่งเราไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุดเสมอ ที่จะได้หยุดทบทวนว่าอะไรอยู่เบื้องหลัง การกระทำทั้งหมดของเรา เราต้องการอะไรบางอย่างแท้จริงในชีวิต และสิ่งที่ทำ พาไปสู่ชีวิตที่เราต้องการหรือเปล่า
ชีวิตใช้บทเรียนเพื่อบีบให้เราเรียนรู้ที่จะหยุดแล้วเติบโตเป็นคนใหม่ ดึงสิ่งที่สุดที่สุดในตัวเองออกมาเพื่อแก้ไขสถานการณ์ด้วยวิธีใหม่ ที่ไปเหนือกว่าการตอบโต้ตามสัญชาตญาณ
ชีวิตจะบีบคั้นเรียกร้อง ให้เราไปเหนือกว่าการใช้ชีวิตไปตามกระแส ตอบโต้ไปตามสถานการณ์ แต่ให้เราค้นพบเกาะภายในตัวเอง ที่เป็นที่พึ่งที่แท้จริงกลางมหาสมุทรแห่งชีวิต
ถ้าเราไม่ยอมดึงสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเองออกมา ยังใช้ชีวิตแบบอ่อนแอ ไม่มีจุดมุ่งหมาย วุ่นวายไม่มีหลัก ยังโต้ตอบแบบด่ามาด่าไป ตีมาตีไป ตามสถานการณ์แวดล้อม ชีวิตก็จะส่งบทเรียนที่ยากขึ้น ยากขึ้น มาให้จนกว่าเราจะยอมจำนน
เพราะชีวิตต้องการให้เราเข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตัวเอง เป็นเราที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะเรามีความสมบูรณ์ยอดเยี่ยมที่สุด พร้อมอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ที่รอการเปิดเผยออกมา
.......................................................................................................................................
"เข็มทิศชีวิต" ของ "คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง" ยังคงนำทางได้อยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลง
วิธีคิด มุมมองต่าง ๆ ในหนังสือเล่มนี้จะช่วยเปลี่ยนความคิดของคนที่ทดท้อหลาย ๆ คนให้มีมุมมองใหม่ ที่ทำให้ชีวิตของคนผู้นั้นดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตต่อไป
"... ทุกอย่างเกิดขึ้นเพื่อส่งเสริมชีวิตเราไปอยู่ในจุดที่ดีที่สุดเสมอ เพียงเรารู้วิธี ..."
ขอส่งกำลังใจไปยังกัลยาณมิตรทุกท่านครับ
ขอให้มีแรงกายแรงใจในการทำความดีต่อไป
บุญรักษา ครับ ;)
.......................................................................................................................................
ขอบคุณหนังสือดี ๆ

ฐิตินาถ ณ พัทลุง. เข็มทิศชีวิต 3 ตอน กฎแห่งความสุข. กรุงเทพฯ: เข็มทิศชีวิต, 2552.
ยินดีและขอบคุณครับ คุณครู ธนิตย์ สุวรรณเจริญ ;)
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ขอเพียงแต่เรารู้จักทบทวน นำเอาประสบการณ์มาเป็นบทเรียนที่ดี และที่ต้องพัฒนา รวมทั้งหาวิธีปรับปรุงแก้ไข แน่นอนค่ะ..จุดที่ดีที่สุดจะรอเราอยู่เสมอ..
ขอบคุณแง่คิดดีดีจากบันทึกดีดีเช่นกันค่ะ
ขอบคุณมากครับ คุณ ครูแป๋ม ที่แวะมาเยี่ยมเยือนยามดึกเช่นนี้ ;)
แวะมาเยี่ยมค่ะ
อ่านแล้วได้คุณค่ากับชีวิต
อ่านแล้วมีกำลังใจตั้งเยอะ
เพราะมีความรู้สึกว่าโลกนี้อันตราย
เคยถามว่า "ทำไมคนอื่นจึงมองเราเช่นนั้น ทั้งที่เจตนาไม่ใช่" พอรู้เข้า เลยไม่อยากทำอะไรๆเลย
เช่นเดียวกับการสมัครมาเป็นสมาชิกgotoknowนะค่ะ
น้องที่สนิทกันเขาบอกว่าพี่ลงหาคู่ พอรู้ปั๊บ พี่ไม่อยากเขียนบล๊อกอีกเลย
แต่อยากมีเพื่อนนะ พี่ก็เลยแอนตี้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
คิดอยู่เสมอว่า ไฮเทคโนโลยี มันอันตรายสำหรับพี่
แต่ตอนนี้มีกำลังใจ...จะเอาเจตนาดีเป็นที่ตั้ง
ขอบคุณค่ะ
ถ้าซื้อหวย ปูคงถูกรางวัลที่หนึ่งแน่นอนเลย ... ตะหงิดๆ ตั้งแต่เมื่อวานแล้วเชียวว่า คงจะได้อ่านและอิ่มความสุขกับ หนังสือหอมกลิ่นความสุข จากคนสุกๆ ในเช้าวันศุกร์นี้ ;)
what happens, happen for the reason ... just learn & enjoy it ... thanks na ka
สวัสดียามเช้าค่ะท่าน อ. Wasawat Deemarn
ส่งมาให้ พวกเราก็รับไปเต็มๆครับพี่Was ;)
ขอบพระคุณหลายๆ อยากให้คนที่ทดท้อได้อ่าน และยอมรับหนทางแห่งความจริงนี้เช่นกันครับ ^^
สวัสดีครับ คุณครู บันทึกเล่มเก่า ;)
เทคโนโลยีเหมือนดาบสองคมที่เราต้องรู้จักใช้งานให้ได้ประโยชน์ต่อเรามากที่สุด และพยายามควบคุมให้ได้มากที่สุดเพื่อใช้ปกป้องตัวเองครับ
แง่มุมของชีวิตมีได้หลายมุม หากมองมุมเดียว อาจจะทำให้เรามองไม่เห็นเรื่องดี ๆ ที่แอบซ่อนอยู่ครับ
ขอบคุณมากครับที่มาเยี่ยมเยือน ;)
สวัสดีครับ คุณ poo ;)
ก็ไม่ได้ตั้งใจอย่างยาวนานที่จะเขียนนะครับ แต่เมื่อซื้อมาแล้ว อ่านมาแล้วก็รู้สึกว่า หากรู้คนเดียวคงไม่มีประโยชน์มากกว่าการที่ชักนำและชักชวนกัลยาณมิตรมารับรู้ร่วมกัน เพื่อให้ส่งกำลังใจที่ดี ๆ ไปให้
เห็นหลาย ๆ คนท้อใจอะไรบางอย่างอยู่ ยิ่งน่าจะต้องลงไม้ลงมือครับ
ดังนั้น เมื่อตะวา อ่านจบนิดหน่อย ก็เขียนยามดึกเลยครับ
ขอบคุณมากครับ ;)
สวัสดีครับ คุณพยาบาล สีตะวัน ;)
การเปลี่ยนมุมมอง เหมือนเปลี่ยนชีวิตใหม่อย่างที่หนังสือหลายเล่มเขียนเอาไว้ บางเล่มตั้งเป็นชื่อหนังสือเลยก็มีนะครับ
สิ่งที่นำมาลงไว้เป็นสิ่งที่อ่านแล้วรู้สึกดีจริง ๆ ไม่มีพิษไม่มีภัย เพียงแต่ผู้อ่านต้องนำไปคิดตาม พิสูจน์ตามว่า จริงหรือไม่เท่านั้น
อยากให้มีกำลังศรัทธา และกำลังใจมากมายเกิดขึ้นครับ
ขอบคุณครับ ;)
ขอบคุณครับอาจารย์ที่แนะนำหนังสือดีดี ผมติดตามผลงานคุณฐิตินาถมาตลอดครับ ก็นำเอาข้อคิดมาใช้ในการดำเนินชีวิตของตนเอง ผมจำวรรคทองวรรคหนึ่งของคุณฐิตินาถว่า "ชีวิตที่ดี เริ่มต้นที่เรากิน-อยู่เป็น" ผมก็พยายามทำอยู่ เดี๋ยวต้องรีบไปซื้อหาหนังสือเล่มใหม่แล้วครับ
ขอบคุณมากเลย น้องเดย์ adayday ;)
เพียงแค่หาสิ่งดี ๆ สิ่งที่สามารถฉุกคิดในความรู้สึกของคนที่ทดท้อได้มาวางไว้ครับ ;)
สวัสดีครับ น้องอาจารย์ พิชชา ;)
พบแฟนพันธุ์แท้ของคุณฐิตินาถอีก 1 ท่านแล้ว ...
"สติ" เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการดำรงชีวิตของมนุษย์
ผิดพลาดนิดเดียว ชีวิตอาจจะเปลี่ยนได้ทันที
ขอส่งกำลังใจให้นะครับ ;)
ขอบพระคุณ พ่อน้องซอมพอ ด้วยครับ ;) .. ที่แวะมาเยี่ยมบันทึกนี้ ;)
หนังสือเริ่มวางจำหน่ายได้ไม่เกินสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เองครับ แถมราคาไม่ได้บ่งบอกว่า เอากำไรตรงไหนเลย ;)
น่าอ่านค่ะ
เป็นหนังสือที่ให้กำลังใจค่ะ
ขอบคุณค่ะ
บอกเล่าความคิดแรกแตวา (ตะวา) บ่ได้ว่าอันหยังเจ้า
มีกฎแห่งแรงดึงดูด กฎแห่งความสุข และแน่นอนนี่คือ
กฏแฟนพันธุ์แทะ ... แวะมาให้ ยิ้มแยะๆ อารมณ์ดี๊ ดีค่ะ
Life is Journey, Be Happy ...
มาตามคำเชิญครับพี่น้อง..... อิอ
ขอบคุณอาจารย์ค่ะ แต่ตอนนี้ขอทำงานก่อนนะคะ อิอิ
เย็นๆมาใหม่ค่ะ
เป็นหนังสือที่ดีครับ
จะหามาอ่านนะครับ
ขอบพระคุณครับ