รายละเอียดการบรรพชาสามเณรีภาคฤดูร้อน พ.ศ.2553 กรุณาชมจากท้ายบันทึก

สำหรับบางคนแล้ว การพลิกชีวิตจากฆราวาสมาเป็นนักบวช เป็นความงดงามอย่างหนึ่งในชีวิต เหมือนเช่น ภิกษุณีพูลศิริวรา ก่อนบวชท่านใช้ชีวิตในอเมริกากว่า 26 ปี จนถึงจุดเปลี่ยนในชีวิต ท่านเดินทางจากอเมริกาไปบวชสามเณรีที่ศรีลังกาอยู่ 7 เดือน และครองจีวรเป็นภิกษุณีอยู่ที่นั่นอีก 2 ปี

เส้นทางธรรมของท่านมีเหตุปัจจัยให้ต้องบวช ท่านไม่ได้บวชเพราะมีความทุกข์ และการบวชก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับท่าน เพราะวิถีชีวิตก่อนบวชเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ และรักธรรมชาติ

ท่านมีความมุ่งมั่นว่าจะบวชตลอดชีวิตและทำงานทางธรรมเพื่อสังคมเมื่อ 4 ปีที่แล้วภิกษุณีพูลศิริวรา เดินทางกลับมาใช้ชีวิตในเมืองไทย สร้างกุฏิไม้ไผ่หลังเล็กและศาลาไม้ บนที่ดินว่างเปล่าที่เป็นมรดกส่วนตัวที่บ้านเกิด อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยตั้งชื่อว่า สวนสิริธรรม

ย้อนไปถึงชีวิตก่อนบวช...หลังจากเรียนจบรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านทำงานโรงแรมอยู่พักหนึ่ง จากนั้นบินไปเรียนต่อที่อเมริกา มีครอบครัวและลูกสองคน ทำงานเป็นผู้จัดการร้าน และช่วงหนึ่งอยู่บ้านเลี้ยงลูก จึงไปเรียนด้านไคโรแพรคติกอยู่ 3 ปี จากนั้นทำงานเรื่องการดูแลสุขภาพให้คนป่วยตามบ้านอยู่ 4-5 ปี

ชีวิตไม่ได้เริ่มจากมีความทุกข์แล้วบวช แม้จะแยกทางกับสามีชาวต่างชาติ แต่ไม่ได้มีความทุกข์ พอมาศึกษาธรรมมีความรู้สึกสบายใจ ภิกษุณีพูลศิริวรา เล่าถึงมุมมองชีวิต และมีอยู่ช่วงหนึ่งได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่วัดไทยในเซนต์หลุยส์ หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ศึกษาอ่านพระสูตรด้วยตัวเอง และปฏิบัติอยู่เรื่อยๆ

ในช่วงเป็นฆราวาส ท่านบอกว่า โดยปกติแล้วไม่ชอบทำตามคนอื่น ไม่เคยติดยึดเรื่องวัตถุ และชอบอยู่กับธรรมชาติ

เมื่อก่อนชอบเดินทาง เคยไปแคมปิ้งทัวร์คนเดียวหนึ่งเดือนจากซานฟรานซิสโกถึงแคนาดา ชอบนอนเต็นท์อยู่กับธรรมชาติ แต่ระยะหลังรู้สึกเบื่อ ค่อยๆ จางไป ไม่ว่าจะเรื่องช็อปปิ้งซื้อของก็ไม่อยาก จนในที่สุดรู้สึกว่าต้องไปบวช

แม้จะใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่แล้ววันหนึ่งก็รู้สึกว่า ชีวิตขาดอะไรบางอย่าง จึงค่อยๆ เรียนรู้ที่จะมองกลับมาที่ใจตัวเอง ท่านบอกว่า พยายามหาสาเหตุ ทั้งการอ่านหนังสือจิตวิทยา ปรัชญาและพุทธศาสนาในห้องสมุด รวมถึงปฏิบัติภาวนาสมาธิ เมื่อทำอยู่เรื่อยๆ ท่านรู้สึกสบายใจ มีความมั่นคงทางจิตใจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อฝึกบ่อยๆ ทำให้สติไวกับอารมณ์โกรธ ได้เห็นการพัฒนาทางจิต

อย่างในอเมริกาเวลาเราไปคอร์สภาวนา ส่วนใหญ่จะเสียค่าใช้จ่าย บางครั้งไปสัปดาห์เดียวเกือบพันเหรียญ ซึ่งก็ไม่ได้สอนอะไรมาก แต่เราก็อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ตอนนั้นก็บอกลูกและพี่น้องว่าอีกไม่นานจะบวชแล้วนะ ตอนแรกๆ หลายคนไม่เชื่อ แต่พอจะบวช หลายคนรับไม่ได้ เพราะไม่เคยเห็นผู้หญิงครองจีวรแบบนี้

ภิกษุณีพูลศิริวรา เล่าถึงชีวิตนักบวชในศรีลังกาว่า ช่วงแรกๆ ต้องสวดมนต์ จะไม่ชอบเลย แต่ปัจจุบันการสวดมนต์กลายเป็นสิ่งที่งดงามอย่างหนึ่งในชีวิต

สี่เดือนแรกไม่ชอบสวดมนต์เลย เวลาภิกษุณีรูปอื่นสวด เราก็นั่งสมาธิฟังทุกวัน จำได้หมด พอเริ่มสวด เราสวดได้ดี ภิกษุณีที่นำสวดซึ่งบวชมานาน ชอบสวดเปลี่ยนทำนองอยู่เรื่อยๆ ปรากฏว่าคนอื่นตามไม่ได้ เราก็สวดตามได้รูปเดียว เพราะสมัยเป็นนักเรียนชอบร้องเพลง ทำนองอะไรมาตามได้หมด

ช่วงสองปีที่จำพรรษาในศรีลังกา ท่านอยู่ที่ภูเขา Nilambe ซึ่งเป็นศูนย์รวมการปฏิบัติธรรม มีคนตะวันตกมาปฏิบัติจำนวนมาก ที่นั่นท่านเป็นคนนำกลุ่มสนทนาธรรม เวลาผู้ปฏิบัติมีปัญหาก็จะช่วยอธิบายให้เข้าใจ ถ้ามีเวลาก็ศึกษาธรรมะด้วยการอ่านและปฏิบัติตลอดเวลา

พอมาปฏิบัติได้เห็นว่า จิตมีความมั่นคงมากขึ้น แทบจะไม่ขึ้นกับสิ่งภายนอกเลยก็ว่าได้ ตอนเป็นฆราวาส ชีวิตก็ง่ายๆ อยู่แล้ว พอมาใช้ชีวิตนักบวชจึงไม่ต้องปรับตัวมาก อยู่ศรีลังกาเวลาอาบน้ำก็ใช้บ่อน้ำกลางแจ้ง ก็เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต

หลังจากใช้ชีวิตนักบวชในศรีลังกาพักหนึ่ง ท่านเดินทางกลับมาจำพรรษาที่อเมริกา และรู้สึกว่า การใช้ชีวิตนักบวชในอเมริกาไม่ง่ายเลย จึงเดินทางกลับเมืองไทย เพื่อทำงานทางธรรมที่สวนสิริธรรม

มีคนบอกว่า หลวงพี่มาอยู่คนเดียวแบบนี้ต้องตัดได้จริงๆ พี่สาวก็มาช่วยเหลือเรื่องสร้างศาลา ท่านเล่าถึงจุดเริ่มต้นสถานที่ปฏิบัติธรรมในเมืองไทย และช่วงที่ผ่านมาได้เข้าอบรมเรียนรู้กับกลุ่มเสมสิกขาลัย

จำได้ว่าเรามีความพร้อมที่จะบวช ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราพร้อมเผชิญ เราก็เดินทางบ่อยๆ การเป็นภิกษุณีก็ได้รับความเคารพ กลับมาเมืองไทยก็อยากทำเรื่องการพัฒนาจิตใจเด็ก อยากทำให้เด็กๆ ทุกข์น้อยๆ และสร้างปัญหาสังคมน้อยลง แต่สำหรับผู้ใหญ่มีสถานปฏิบัติธรรมเยอะแล้ว

ธรรมะสำหรับเด็กและคนรุ่นใหม่ เป็นอีกเรื่องที่ท่านพยายามศึกษาเรียนรู้ ในช่วงที่ผ่านมาสวนสิริธรรมเคยฝึกอบรมเด็กในเรื่องธรรมะ โดยพยายามหารูปใหม่ๆ มาให้เด็กเรียนรู้

ที่ผ่านมาแม้จะมีปัญหาบ้าง แต่คอร์สที่จัดให้เด็กได้เรียนรู้ ก็เห็นพัฒนาการ เด็กมีความตั้งใจเรียนรู้มากขึ้น ทั้งทักษะ การฟัง การพูด รวมถึงการมีส่วนร่วม รับศีลและฝึกสมาธิ

ภิกษุณีพูลศิริวรา บอกว่า ในอนาคตจะจัดคอร์สแบบนี้อีก ตอนนี้เป็นการเริ่มต้นจึงต้องใช้เวลา เพราะสวนสิริธรรมมีภิกษุณีรูปเดียวต้องค่อยๆ ทำ อยากเน้นในเรื่องเด็กผู้หญิงได้มีโอกาสศึกษาธรรมหรือบวชเรียนสามเณรี

แต่ปัญหาคือ คนยังไม่ค่อยรู้สึกภิกษุณี ยังไม่ไว้ใจเรื่องนี้ แต่เราก็มีความมั่นคงในจิตใจ และคิดจะบวชตลอดชีวิต เพราะรู้แล้วว่าชีวิตฆราวาสเป็นอย่างไร การปฏิบัติเจริญสติจึงต้องทำทุกวัน

เรื่อง... "เพ็ญลักษณ์ ภักดีเจริญ"
ภาพ... "ภาณุวัฒน์ จิตติวุฒิการ"

จากคอลัมน์ พึ่งตน พึ่งธรรม หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 10 ธ.ค.2552

...................................................................................................

มีข่าวมาแจ้งค่ะ
สวนสิริธรรมได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเด็ก ให้จัดการบรรพชาสามเณรีภาคฤดูร้อน ปีหน้า ระหว่างวันที่ 20 เม.ย. - 5 พ.ค. 53 จำนวน 20 รูป สนใจติดต่อที่ 08-7123-8457 นะคะ

เส้นทางไปสวนสิริธรรม

ไปได้ 2 ทาง (ไปจากกรุงเทพ) คือ

*ทางถนนเพชรเกษม

เมื่อเลี้ยวเข้าตรงทางแยกเข้าบ้านแพ้ว ขับผ่านโรงพยาบาลบ้านแพ้วไปแล้ว จะพบสะพานข้ามคลองดำเนินสะดวก เลยสะพานไปประมาณครึ่งก.ม. พบป้ายทางไปกระทุ่มแบน ให้เลี้ยวซ้ายไปทางนั้น

ต่อจากจุดนั้นไปอีกประมาณ 3 ก.ม. พบวัดมอญ เลี้ยวซ้าย เลียบวัดมอญ

จะพบสะพานข้ามคลองอีกครั้ง เมื่อข้ามคลองไป จะพบถนนคอนกรีต มีไฟสัญญาณ เลี้ยวขวาที่ไฟสัญญาณนั้น

ต่อจากนั้นไปอีกประมาณ 10 เมตร มีป้ายบอกทางเข้าสวนอยู่ซ้ายมือ

ตรงไปตามป่าย และเลี้ยวขวาที่ทางแยกที่สอง จะพบป้ายสวนสิริธรรมค่ะ

*ทางมหาชัย ถนนพระราม 2

ไปตามถนนพระราม 2 จนพบทางแยกเข้าบ้านแพ้ว เลี้ยวเข้าทางวัดชัยมงคล ข้ามสะพานลอย ผ่านวัดหลักสอง ทางซ้ายมือจะพบป้ายบอกทางไปบ้านแพ้ว เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายประมาณ 4 ก.ม. ก็จะพบป้ายสวนสิริธรรมค่ะ