หายจากการบันทึกไปหลายวันเลยครับ อันเนื่องจากงานมันชุกชุมเหลือเกิน เดือนนี้แค่เบาะๆ ยังไม่ได้ทำงานเต็มเวลา ยังเป็นนักศึกษาเต็มขั้น ยุ่งขนาดนี้ ถ้าต้องกลับไปทำงานเต็มเวลา จะวุ่นขนาดไหน ไม่อยากนึกภาพเลย (เสียวสันหลังขึ้นมาเชียว)
วันที่สิบนี้จะไป กทม. แฮะๆ ไม่ได้ไปร่วมกับชุมนุมกับคนเสื้อแดงนะครับ ไปประชุมงานของมหาวิทยาลัย เป็นการประชุมคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งวิชาการ ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการชุดนี้ ตำแหน่งนี้ไม่มีในข้อบังคับมหาวิทยาลัยครับ แต่ตั้งขึ้นด้วยคำสั่ง เพื่อให้งานของคณะกรรมการนี้เดินได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งบทบาทจริงๆ ต้องยกให้กับท่านเลขานุการครับ ดร.มูฮัมมัดซากีย์ เจ๊ะหะ (รองคณบดีบัณฑิตฯ) ท่านประสานงานทุกอย่างเรียบร้อยอย่างรวดเร็วครับ ผมเลยทำหน้าที่แค่การศึกษาระเบียบต่างๆ ไว้สำหรับเป็นข้อมูลให้คณะกรรมการ
ตำแหน่งวิชาการ ซึ่งคนในมหาวิทยาลัยเฝ้ารอมาเป็นเวลานานมาก มากจนหลายคนเลิกคิดถึงมันไปแล้วครับ พอได้มาศึกษางานด้านนี้จริงๆ จังๆ ก็พบว่า หากเราก้าวเดินได้เร็วเท่าไร เราก็จะสามารถช่วยคนร่วมชะตากรรมเดียวกับเราในอีกอย่างน้อยก็สองมหาวิทยาลัยได้ครับ
นึกไปถึงสองสามสาขาวิชาครับ ที่เมื่อหลายปีก่อน มีเพียงมหาวิทยาลัยหรือสองมหาวิทยาลัยที่เปิดสาขาวิชานี้ การขอตำแหน่งวิชาการเดินติดๆ ขัดๆ มาโดยตลอด รอบนี้มหาวิทยาลัยเราเองบ้างครับ สาขาวิชาชารีอะห์ มีที่ไหนเปิดบ้าง ฮาฮา เราเป็นที่แรก มอ.เป็นที่สอง มนร. ไม่แน่ใจว่าเปิดแล้วยัง การมี รศ.มาสักคนสองคนจะช่วยให้เส้นทางของคนต่อๆ ไปเดินได้สะดวกขึ้นครับ
สักสองปีที่แล้ว ได้คุยกับอาจารย์ของผมว่า ถ้าที่ วอศ. มอ.ปัตตานี มี รศ.ด้านชารีอะห์ ก็จะทำให้ มอย.ของเราเดินได้สะดวกขึ้นเหมือนกัน แต่รอแล้วรออีก ทางโน้นก็ติดอะไรไม่ทราบ ทางเราก็มีปัญหา
ผมกำลังลุ้นครับว่า ผู้ทรงคุณวุฒิที่จะพิจารณาผลงานวิชาการสำหรับสาขาวิชาชารีอะห์ในประเทศไทย จะเป็นใครได้บ้าง ออ. แต่ถึงผมรู้จากการประชุมที่จะมาถึง ผมก็เปิดเผยไม่ได้ครับ เพราะอันนี้มีข้อบังคับว่า ต้องเป็นความลับสถานเดียว จะเปิดเผยได้ก็ต้องด้วยมติของคณะกรรมการ
จำได้ว่า เมื่อหลายปีก่อนโน้น ผู้ใหญ่เคยคิดว่า จะขอใช้ผู้ทรงคุณวุฒิจากต่างประเทศ ฮือ แต่ดูจากระเบียบแล้ว ไม่ได้จะเป็นไปได้ เพราะมีเงื่อนไขว่าจะต้องเลือกจากในลิสต์รายชื่อที่ สกอ.ประกาศไว้ หรือหากจะใช้นอกเหนือจากนี้ก็ต้องขออนุญาต กกอ.
ถ้า (ถ้าไว้ก่อนนะครับ) เงื่อนไขผู้พิจารณาฯ ไม่มีปัญหา ผมคิดว่า น่าจะไม่เกิดปี 53 เราน่าจะทำให้ความหวังหนึ่งของคน มอย.เป็นจริงได้ (อินชาอัลลอฮ์)
ที่หวั่นๆ ใจครับ หลังจากการประชุมครั้งนี้แล้ว จะมีอาจารย์อีกกี่ท่านที่จะเสนอขอบ้าง อันนี้คงต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งมือกันหน่อยครับ สร้างความกระจ่างให้กับทุกคนแล้วก็ช่วยๆ กันทำให้สำเร็จครับ ผมยังไม่อยากทำหน้าที่นี้แค่ครั้งเดียว แล้วหยุดไปอีกนาน ฮิฮิ
ท้ายสุด ก็ขออภัยล่วงหน้าสำหรับทีมงาน สสอ.ยะรังครับ ที่พรุ่งนี้จะมาประเมินรอบเอวของกระผม อันเนื่องจากผมต้องออกเดินทางไปในตอนเช้า (ฮือ ปกติจะจองเที่ยวบินตอนเย็นๆ ครับ รอบนี้นึกงัยไม่ทราบจองไว้ตอนเที่ยง เลยต้องออกจากบ้านเช้าหน่อยหนึ่ง) เลยไม่สามารถนำตัวไปให้วัดรอบเอวได้ ฮิฮิ ขอรายงานว่า การลดได้ผลครับ ถึงแม้จะไม่มากเท่าไร
ขอให้เดินทางปลอดภัยครับ...ขอให้ไปทำหน้าที่ให้สำเร็จนะครับ จะช่วยดุอาอฺครับ
อย่ารอให้ใครหลายคนเบื่อจนออกไปอีกเลยครับ (อันนี้พูดถึงตัวเองเป็นหลักนะครับ)
เรื่องบางเรื่องทำไมชอบให้ไฟลนก้นถึงได้ทำกัน ผมเองไม่เข้าใจจริงๆ
อาจารย์เชื่อผมหรือยังว่าไม่มีใครใส่ใจกับอาจารย์สอนภาษาไทย (เซ็งจริงๆ)
ขออัลลอฮฺทรงชี้นำแนวทางสำหรับทุกคนครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ فؤاد
เรื่องอาจารย์ภาษาไทย ไม่ใช่ไม่ใส่ใจครับ แต่มันเป็นเรื่องของการขาดแคลนจริงๆ อาจารย์ก็น่าจะรู้ว่าเรารับสมัครมานานขนาดไหน ฮิฮิ
ตำแหน่งวิชาการ ผศ. รศ. ศ.(คงเอื้อมไม่ถึง)
วันก่อน อาจารย์บอกผมว่า ให็ผมเตรียมๆไว้ ... ผมก็ตอบทันทีว่า เตรียมตายแล้วครับ ...
เมื่อวานประชุมกับเจ้าหน้าที่สำนักฯ ก็คิดขึ้นได้...
เพราะผมไปบอกพวกเขาว่า ผมจะไม่ทำ ผศ. รศ. เพราะเรื่องตำแหน่ง เรื่องเงินทอง ไม่สามารถที่จะจูงใจผมได้ นอกจากอธิการบดีบอกให้ผมทำ ...
ก็เลยนึกได้ว่า ตอนที่ผมไปหาท่านครั้งสุดท้าย (ผมไปมอบหนังสือที่ผมเขียนให้ท่าน) ท่านบอกว่า ทำ รศ. เร็วๆ
...นี่แสดงว่าผมต้องเตรียมตามที่อาจารย์บอกแล้วจริงๆ...
สลามครับอาจารย์ Ibm ครูปอเนาะ ڬوروفوندق
การขอตำแหน่งวิชาการ มองในมุมค่าตอบแทนอย่างเดียวไม่ได้ครับ ต้องมองในมุมของการทำหน้าที่ทางด้านวิชาการได้ครับ การได้ตำแหน่งหมายถึงการเป็นที่ยอมรับในการทำหน้าที่ทางวิชาการด้วย การเป็นเพียงอาจารย์อาจหมายถึงเรายังไม่ได้ทำหน้าที่ในการพัฒนาองค์ความรู้ที่มีคุณค่าต่อสังคมครับ
ในขณะเดียวกัน หากมหาวิทยาลัยต้องการเปิดสอนในระดับ ป.โท ป.เอก ทำไม่ได้ครับหากไม่มีอาจารย์ที่มีตำแหน่งวิชาการ
ผมมองว่า ค่าตอบแทนเป็นเรื่องที่ได้ตามงานที่ทำ (ทุกคนก็ควรได้รับการตอบแทนในสิ่งที่เขาได้ทำไปเท่านั้นเองครับ) ไม่คิดว่ามันจะเป็นตัวสำคัญที่ทำให้คนต้องไปแสวงหามัน
เอาง่ายๆ ว่า จะเป็นผศ.ได้ หมายถึงมีผลงานวิชาการที่ได้รับการยอมรับ ถ้าเราเป็นอาจารย์มาแล้ว มีงานมากมายก็ไม่ได้หมายถึงงานเหล่านั้นจะได้รับการยอมรับแล้ว
ออ. แต่ความจริงก็มีหลายคนเก่งๆ ที่มีแนวคิดเหมือนอาจารย์คือ ทำงาน แต่จะไม่ขอตำแหน่งวิชาการ