การอมน้ำมันมะพร้าวเพื่อสุขภาพช่องปาก

   ออยล์พูลลิ่ง เป็นวิธีบำบัดของอินเดียที่มีมาเป็นเวลาช้านานแล้วโดยการอมน้ำมันไว้

และเคลื่อนน้ำมันไปให้ทั่วช่องปากใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีจากนั้นจึงบ้วนทิ้งไปออยล์พูลลิ่ง

เป็นที่ฮือฮามากเมื่อ Dr.F Karach.M.D ได้เสนอรายงานต่อที่ประชุมสัมนาบัณฑิตย์ทางด้าน

วิทยาศาสตร์ รัสเซียเมื่อปี 2534-2535 การประชุมมีผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง มะเร็ง และแบคทีเรีย

 ได้อธิบายถึงการบำบัดรักษาโรคที่ยอดเยี่ยมไม่เหมือนใครด้วยวิธีง่ายๆโดยใช้การอมน้ำมัน

  โรคร้ายทุกชนิดเริ่มต้นที่ปาก

 รวมทั้งการเจ็ยป่วยเรื้อรังต่างๆล้วนเริ่มต้นที่ปากเนื่องจากปากเป็นประตูเข้าสู่ร่างกาย

การรับประทานอาหารไม่ถูกต้อง หรืออาหารมีพิษ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ปากและลำไส้

ยังเป็นที่อยู่ของแบคทีเรีย สามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยง่าย

 เป็นสาเหตุของการเกิดโรค หลายชนิดตั้งแต่โรคไขข้อ ถึงโรคหัวใจ

    ออยล์พูลลิ่งทำงานอย่างไร

    เป็นกระบวนการทางชีววิทยาล้วนๆแบคทีเรียในช่องปากที่ก่อให้เกิดโรคร้ายหรือปล่อยสารพิษแก่ร่างกายนั้นแต่ละเซลล์ของมันจะปกคลุมด้วยน้ำมันหรือเนื้อเยื่อที่เป็นไขมันคล้ายเกราะหุ้มเซลล์ เมื่อคุณเทน้ำมันลงในน้ำ น้ำกับน้ำมันจะแยกจากกันอยู่ ไม่ยอมผสมรวมกัน แต่ถ้าคุณเทน้ำมันสองชนิดเข้าด้วยกันน้ำมันทั้งสองจะผสมรวม และดึงดูดซึ่งกันและกันนี่คือ ความลับของออยล์พูลลิ่ง

      เมื่อคุณใส่น้ำมันลงในปาก เนื้อเยื่อที่เป็นน้ำมันหรือไขมันของแบคทีเรียจะถูกน้ำมันดูดไว้ น้ำมันมะพร้าวจะเข้าไปทำลายเกราะไขมัน กรดลอริกในน้ำมันมะพร้าวจะเข้าไปทำลายแบคทีเรีย ขณะคุณเคลื่อนย้ายน้ำมันไปทั่วช่องปากแบคทีเรียที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยแยกของเหงือกและฟันหรือตามซอกของฟันจะถูกดูดออกมา จากที่ซ่อนและติดแน่นอยู่ในส่วนผสมของน้ำมัน ยิ่งนานยิ่งมาก หลังจากผ่านไป 20นาที ส่วนผสมของน้ำมันจะเต็มไปด้วย แบคทีเรีย ไวรัสฯลฯ คุณจึงควรบ้วนทิ้งไปมากกว่าที่จะกลืนมัน 

  อันที่จริงออยล์พูลลิ่งไม่ได้รักษาโรค แต่ช่วยขจัดแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของโรค หรือเป็นตัวการปล่อยสารพิษให้หมดไป เพื่อให้ร่างกายมีโอกาสได้ฟื้นฟู การอักเสบ ทั้งหลาย ช่วยให้กระแสเลือดเป็นปกติ เนื้อเยื่อที่เสียหายได้รับการซ่อมแซม การมีสุขภาพดีจึงกลับมาในที่สุด

 

    น้ำมันชนิดใดเหมาะจะใช้ทำออยล์พูลลิ่ง

 ตามตำราโบราณของอินเดีย ใช้น้ำมันดอกทานตะวัน หรือ น้ำมันงา เนื่องจากเป็นน้ำมันที่หาได้ทั่วไปในอินเดีย ขณะนั้น แต่โดยส่วนตัวของDr. Fife ชอบน้ำมันมะพร้าวเนื่องจาก น้ำมันมะพร้าวเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าน้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันงา หรือน้ำมันพืชอื่นๆ

 เพราะ กรดลอริก ในน้ำมันมะพร้าวเมื่อถูกกับเอนไซม์ในน้ำลายจะแตกตัวเป็นโมโนกลีเซอไรด์ ชื่อว่า โมโนลอริน ซึ่งมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคฯลฯอีกทั้งน้ำมันมะพร้าวยังมีรสชาตินุ่มนวล รับประทานง่ายกว่าน้ำมันชนิดอื่น

 

  วิธีการทำออยล์พูลลิ่ง

1.  ทำขณะที่ท้องว่าง จะดื่มน้ำก่อนหรือไม่ก็ได้

3.  ค่อยๆดูด ดัน และดึง ให้น้ำมันไหลผ่านฟัน และเหงือก 

4.  น้ำมันจะเปลี่ยนเป็นขุ่นและมีสีเหลือง

5.  เคลื่อนน้ำมันๆไปทั่วๆ ปากอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาประมาณ 15-20 นาที

6. จากนั้นจึงบ้วนน้ำมันทิ้งไป

7. บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ตามด้วยดื่มน้ำ

8. ทำอย่างนี้ วันละครั้งเป็นอย่างน้อย

ขอบคุณข้อมูลจาก 

       ดร.  ณรงค์ โฉมเฉลา  ประธานชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย

       พอ.นพ. ดำรงค์ เชี่ยวศิลป์  ผู้ทรงคุณวุฒิ สภากาชาติไทย

      คุณหมอแดง วีรชัย วาสิกดิลก  แห่งดิอโรคยา 

หมายเหตุ..... จากข้อมูล

          ศาสตราจารย์ ดร. นิธิยา รัตนาปนนท์

  ยืนยันว่า การทำน้ำมัน มะพร้าวไม่ว่าสกัดเย็นหรือ สกัดร้อน กรดลอริก ยังอยู่ครบไม่หายไปไหนไม่ว่าทำแบบใดใช้แบบใด ดังนั้น การอมน้ำมันมะพร้าวจากการสกัดร้อนหรือแบบโบราณ คุณประโยชน์เหมือนกันกรดไขมันที่มีเหมือนน้ำนมแม่ทั้ง7 ชนิด อยู่ครบเป็นสิ่งที่กานดาเปรียบเทียบออกมาว่ากรดไขมันในน้ำมันมะพร้าวที่มีประโยชน์มากมายนั้น มีเหมือนในน้ำนมแม่

จากหนังสือของท่าน ศ.ดร. นิธิยา รัตนาปนนท์

 ซึ่งได้เปรียบเทียบไว้ในบันทึก แล้วว่ามีอะไรบ้างระหว่างใน

น้ำมันมะพร้าวและน้ำนมแม่  เชิญคลิกชมนะคะ

-  เปรียบเทียบน้ำนมแม่และน้ำมันมะพร้าว

 http://gotoknow.org/blog/kandanalike/297562

 

- วิธีทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ที่ง่ายที่สุด

 http://gotoknow.org/blog/kandanalike/343093

 

 

  น้ำมันสกัดเย็น....แช่เย็น

 

        การสกัดเย็นตั้ง วางไว้ในบ้าน 

 

      สกัดเย็น และสกัดร้อน

 

    

 

  การสกัดน้ำมันหลายวิธี

 http://gotoknow.org/blog/kandanalike/300409

 

  ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับน้ำมันมะพร้าว....เชิญคลิกชมอ่านได้ที่

 http://gotoknow.org/blog/kanda01

  มหัศจรรย์น้ำมันมะพร้าว

                                                  

            ด้วยความปรารถนาดี

             กานดา แสนมณี