ในการประชุมคณะกรรมการกิจการสภา ของมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ ๑๘ พ.ย. ๕๒ มีการหยิบยกเรื่องการสร้างจิตสำนึกสาธารณะแบบที่เกิดขึ้นประมาณช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๒ – ๒๕๑๙ ที่เกิดขึ้นในวงการนิสิตนักศึกษา แล้วหลังจากนั้น กิจกรรมนักศึกษาก็ถูกบอนไซ ให้จำกัดอยู่เฉพาะเพื่อการรื่นเริง และ “เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง”
มีผลให้การหล่อหลอมจิตสาธารณะในหมู่นักศึกษาย่อหย่อน หรือแทบไม่มีเลย นักศึกษาจึงหันไปเอาใจใส่แฟชั่น และกิจกรรมเพื่อความบันเทิงส่วนตัว มีการพูดกันว่า เวลากว่า ๓๐ ปี ที่กิจกรรมนักศึกษาซบเซา เป็น lost generation ของการหล่อหลอมจิตใจนักศึกษาเพื่อการเติบโตไปเป็นพลเมืองที่มีจิตสาธารณะสูง
กรรมการสภามหาวิทยาลัย ร้องขอให้ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยมหิดล ไปยกร่างแผนการดำเนินการ เพื่อการนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการด้านหล่อหลอมคุณธรรมจริยธรรม นำมาเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อกำหนดเป็นนโยบายต่อไป
นี่คืออีกตัวอย่างหนึ่ง ที่สภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แบบ Generative Mode
วิจารณ์ พานิช
๑๙ พ.ย. ๕๒
กรรมการสภามหาวิทยาลัย ร้องขอให้ฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยมหิดล ไปยกร่างแผนการดำเนินการ เพื่อการนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการด้านหล่อหลอมคุณธรรมจริยธรรม นำมาเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อกำหนดเป็นนโยบายต่อไป
นี่คืออีกตัวอย่างหนึ่ง ที่สภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แบบ Generative Mode
วิจารณ์ พานิช
๑๙ พ.ย. ๕๒
๑๙ พ.ย. ๕๒