การเอกซเรย์กระดูกสันหลังจะต้องใช้ปริมาณรังสีสูง อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์
          ห้องเอกซเรย์โรงพยาบาลแก่งคอย  ให้บริการตรวจเอกซเรย์ผู้ป่วย อุบัติเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง     นอกจากการทำงานในหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพแล้ว    การดูแล ใส่ใจในผู้รับบริการ     ความพยายามที่จะจัดท่าเอกซเรย์ให้ผู้ป่วยเจ็บน้อยที่สุด

ฉันรักเธอทั้งที่ไม่รู้จัก ฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า

ภาพประกอบจากเน็ต

        วันหนึ่งข้าพเจ้าขึ้นเวรบ่ายมีอุบัติเหตุหลายราย ที่ห้อง ER (อุบัติเหตุฉุกเฉิน)  มีผู้ป่วยหญิงได้รับอุบัติเหตุ ส่งเอกซเรย์  ด้วยอาการปวดหลังมาก  ชาท่อนล่างของลำตัว   ไม่สามารถยกหรือขยับขาด้วยตัวเองได้  แพทย์สั่ง เอกซเรย์ L-S spine (เอกซเรย์หลัง)  ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่าผู้ป่วย  ยังมีอาการตกใจจากเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น  จึงพูดคุยปลอบใจ   พร้อมทั้งประเมินอาการโดยสอบถามชื่อ-สกุลและถามว่าเจ็บตรงไหนบ้าง  ก่อนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยขึ้นเตียงเอกซเรย์    สิ่งที่เป็น Trigger   สำหรับข้าพเจ้ามากที่สุดตอนนั้นคือ  ผู้ป่วยเป็นหญิงวัยเจริญพันธุ์  ดังนั้นสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องทำคือสอบถามประวัติการมีประจำเดือนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่   ผู้ป่วยคิดทบทวนแล้วบอกว่าประจำเดือนขาดไป 2  เดือน   และไม่ได้คุมกำเนิดเลย    ไม่ทราบว่าตนเองตั้งครรภ์หรือไม่เพราะยังไม่ได้ไปตรวจ
        “ท้องเอกซเรย์ไม่ได้หรือคะ”  ผู้ป่วยถามข้าพเจ้าด้วยใบหน้าที่มีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นอีกไหนจะห่วงตัวเองไหนจะห่วงลูก   

หมอนรองกระดูกเสื่อม

        ข้าพเจ้าปลอบใจและ อธิบายให้ผู้ป่วยทราบว่าถ้าตั้งครรภ์การเอกซเรย์กระดูกสันหลังจะต้องใช้ปริมาณรังสีสูง   อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์จะปรึกษาแพทย์ก่อน    จึงได้ประสานงานห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน  ปรึกษาแพทย์เวร   แพทย์เวรได้สั่งสวนปัสสาวะตรวจ การตั้งครรภ์   เพราะผู้ป่วยปัสสาวะเองไม่ได้   ผลการตรวจปัสสาวะพบว่าผู้ป่วยตั้งครรภ์  แพทย์จึงงดเอกซเรย์ และแพทย์ได้โทรปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลศูนย์สระบุรีก่อน Refer (ส่งต่อ)   ผู้ป่วยไปรักษาต่อ  ข้าพเจ้าได้อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจว่า   หมอยังไม่เอกซเรย์ให้เนื่องจากกลัวอันตรายจากรังสีที่จะมีต่อทารกในครรภ์    แต่จะส่งตัวไปเพื่อรักษาต่อกับแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลสระบุรี   
        “ไม่ต้องกังวลนะคะ   หมอจะดูแลให้ปลอดภัยทั้งแม่และลูก”  ข้าพเจ้าได้พูดปลอบใจและให้กำลังใจผู้ป่วย  ก่อนพนักงานเปลจะเข็นผู้ป่วยออกจากห้อง  ผู้ป่วยขอบคุณที่ห่วงใยตัวเขากับลูก   
        ข้าพเจ้าได้นำเหตุการณ์ที่ตนเองพบมาเล่าให้เพื่อนร่วมงาน ฟังในการประชุมหัวหน้าพาทำคุณภาพ  ว่าพบเหตุการณ์  เกือบพลาด    เพื่อเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ลืมสอบถามการตั้งครรภ์ ถึงแม้จะเป็นอุบัติเหตุ มาคนเดียวหรืออุบัติเหตุหมู่ อย่าเพิ่งรีบร้อน ให้ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติ(WI)      เมื่อพบผู้ป่วยที่เป็นหญิงแม้จะมีคำนำหน้าว่านางสาว  ขออย่าให้ลืมซักประวัติการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย  หรือประวัติการตั้งครรภ์  และบอกเหตุผลของการซักถามเพราะอาจมีอันตรายทากรกในครรภ์เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจ  และไม่ปิดบังเรื่องการตั้งครรภ์  โดยเฉพาะในเด็กนักเรียนที่มากับผู้ปกครอง  ซึ่งต้องมีเทคนิคในการซักถาม  การ Approach  บางครั้งต้องเลี่ยงการถามต่อหน้าผู้ปกครอง  ผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์น้อยกว่า 16 สัปดาห์  ยังไม่สามารถสังเกตเห็นได้ชัดทางหน้าท้อง    และผู้ป่วยอาจไม่ได้บอกให้แพทย์ทราบว่ากำลังตั้งครรภ์    หรือผู้ป่วยอาจจะยังไม่ทราบว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์      เพื่อการเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์   เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย   
       จากเหตุการณ์ที่พบทำให้ข้าพเจ้าไม่เคยที่จะลืมสอบถามการตั้งครรภ์ก่อนการเอกซเรย์   และจดจำความรู้สึก ดี ๆ    ที่ได้รับจากการปกป้องทารกในครรภ์ยังคงอยู่ในใจเสมอ
ปรานอม   พิมพ์ทอง
งานรังสี