ภาวะวิกฤติของ "ดูไบ" ที่ก่อตัวขึ้นมา
หลังจากวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ของสังคมตะวันตก
จากผลพวงของการลงทุนอย่างมหาศาล
เพื่อเอาชนะตัวตนในอดีต  เอาชนะธรรมชาติ
ภายใต้วิธีคิดแบบทุนนิยม ที่สรรพสิ่งเอาชนะได้ด้วย "เงิน"
ทำให้มนุษย์หลงลืมรากเหง้า
..............
ใช้เวลาครานี้...กลับมามองตัวตนของสังคมไทย
ในขณะที่เราพยายามปรับเปลี่ยนสังคมไปสู่ความเจริญทางวัตถุ
ความเป็นอุตสาหกรรม และทุนนิยมสุดขั้ว
อาจทำให้เราหลงลืมตน ลืมตัว ลืมรากเหง้าของสังคมไทย
การเดินทางผ่านท้องไร่ ท้องนา
เห็นความงดงามของ "นาแห่งท้องทุ่ง"
เลยนำรูป ท้องนา ที่สะท้อนความเป็น "เนื้อแท้ของสังคมไทย"
มากระตุ้นให้ตระหนักถึง ความเป็นสังคมแห่งเกษตรกรรม
ที่เคยรุ่งเรือง และยังรุ่งเรืองอยู่ในปัจจุบัน
ก่อนที่ภาพเหล่านี้จะเลือนไป 
หรือ อาจกลายเป็น "นาของคนอื่น" บนผืนดินไทย
มองภาพแล้วอาจจะอุทานว่า
"เสียดาย...ที่คนดูไบไม่ได้เห็น และไม่มี"
  
นาแห่งท้องทุ่ง...สีเขียวขจีจรดขอบฟ้า สุดสายตา
บ่งบอกความยิ่งใหญ่ของสังคมเกษตร
ที่มี "ข้าวของเรา" ได้กินอิ่ม นอนหลับ ไม่ต้องเป็นหนี้ใคร
 
รวงข้าวเขียว อวบอิ่ม เต็มรวง เต็มเมล็ด
บ่งบอกความสมบูรณ์ของผืนดิน แหล่งน้ำ และ
ความใส่ใจของ "ชาวนา" ศักดิ์ศรีของคนทำนา
 
 
 
ความยิ่งใหญ่ของสังคมเกษตร
มิใช่ การเย่อหยิ่ง ทะนงตน ว่าเหนือผู้อื่น
แต่เป็นความอ่อนน้อมต่อธรรมชาติ
เช่นเดียวกับรวงข้าวที่สมบูรณ์ ได้โน้มรวงลงสู่ดิน
เพื่อคารวะ แม่ธรณี และแม่คงคา ที่ให้ชีวิต
และ
อุทิศตนเพื่อผู้คนได้บริโภคอย่างสุขใจ
 
ในทุ่งนา มิใช่จะมีเพียงผืนนาข้าวที่กว้างใหญ่ อ้างว้าง
หากเต็มไปด้วยมิตรสหาย
ทั้งต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้ร่มพักพิง ให้หมากผลแก่ผู้อาศัย
มีดอกหญ้าแซม มีแมลงตัวเล็กๆ มีปู มีปลา
ล้วนสร้างห่วงโซ่อาหารแห่งการพึ่งพาที่สมดุลย์
 
 
 
ผลผลิตของท้องทุ่งนา กลายเป็น "ข้าว"
ที่เลี้ยงดูเรามานานนับหลายร้อย หลายพันปี
และ
สังคมไทย ก็เป็นเช่นนั้นมานานนัก
  
เพียงไม่กี่สิบปีที่เราหันหนี รากเหง้าของสังคมเกษตร
เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ทางอุตสาหกรรม
และ
ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
...
เพียงเพราะเราหวังอะไร ???
ฝากไว้ให้คิด.
 
..........
pis.ratana บันทึก
uma  รูปถ่าย