ตลอดเวลาที่พ่ออยู่หรือพ่อไม่อยู่  ฉันและพ่อมีความใกล้ชิดกันตลอดเวลา  แม้ว่าพ่อจะพูดน้อยหนักแน่นเพราะพ่อเป็นทหาร  แต่พ่อมีจิตใจอ่อนโยนละเอียดอ่อนมาก 

          วัยเด็กนอกจากพ่อจะเอาใจใส่ด้านอื่นๆ แล้ว  พ่อยังเอาใจใส่ต่อสุขภาพของฉันเสมอ  ก่อนนอนจะต้องถูกทายากันหวัดที่คอและหลัง  ก่อนไปโรงเรียนก็เช่นเดียวกันเวลาไอหรือจามพ่อก็จะทายาให้และด้วยผ้าผันคอหลวม ๆ บาง ครั้งหนึ่งที่เรียกเสียงหัวเราะของชาวค่ายได้อย่างมันนั่นคือ  แม่ไปอบรมต้องนอนค้าง พ่อต้องทำหน้าที่ถักผมเปียให้  ผูกโบว์ที่คิดว่าสวยสุดฝีมือของพ่อ  แต่เปียของฉันเบี้ยวไปทั้งหัวต้องเดือดร้อนคนอื่น  พาไปหวีผมและช่วยถักเปียให้ใหม่..เป็นเรื่องเล่าติดปากของชาวค่ายอยู่นานมาก

          ครั้งหนึ่งฉันหนีไปเล่นกับเพื่อน ๆ ที่สนามฝึกยิงเป้า  อยู่ห่างไกลค่ายทหารพอสมควร  หวังจะได้ลงเล่นน้ำบ้าง   พ่อติดตามไปถือไม้เรียวไปด้วย  คิดว่าเจ็บตัวแน่ ๆ แต่ก็ไม่มีใครถูกตี  กลับได้รับการแจกหมวก  แจกร่มแทน  เพราะแดดร้อนจัด  และพาเด็ก ๆ กลุ่มนั้นกลับบ้านส่งถึงพ่อแม่ของทุกคนพร้อมกับกำชับว่า..ห้ามใครตีลูกเป็นอันขาด

          เมื่อฉันเรียนอยู่ชั้นมหาวิทยาลัย  ต้องไปอยู่หอพัก  พ่อจะติดตามไปเยี่ยมบ่อยและถี่กว่าพ่อของคนอื่น ๆ ทำให้เพื่อน ๆ ชอบ  เพราะแต่ละครั้งพ่อจะรับเพื่อน ๆ ของฉันออกไปข้างนอก  ไปทานข้าว ทานก๋วยเตี๋ยวและทานขนมที่อร่อย ๆ เสมอ  ฉันและเพื่อน ๆ จะได้ของติดไม้ติดมือเล็กน้อย  วันหนึ่งพ่อไปเยี่ยมและส่งกลับเข้าหอฉันได้ยินพ่อถามอาจารย์ประจำตึกว่า "ทำไมลูกของผมดูผอมจัง" เนื่องจากฉันนอนดึกทานน้อย เมื่อพ่อกลับอาจารย์ได้บอกฉันว่า "พ่อสนใจและเป็นห่วงกับสุขภาพของฉันมากกว่าพ่อของคนอื่น ๆ" ในตอนนั้นฉันรู้สึกขบขันมากที่พ่อของฉันพูดเช่นนั้น  และอายนิด ๆ จึงเขียนจดหมายไปต่อว่าพ่อ "ห้ามพูดแบบนี้อีกลูกโตแล้วไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ "

         วัยทำงาน  พ่อไม่ได้สอนโดยตรง แต่พ่อจะถือโอกาสเล่าเรื่องหรือเหตุการณ์ของคนดี ๆ คนทำความดีให้ฟังบ่อย ๆ ว่าแต่ละคน "เป็นผู้มีอุดมการณ์สูง  อุทิศชีวิตเพื่องานโดยแท้ รวมทั้งเรื่องเกียรติยศ เกียรติภูมิ" ถ้าฉันไม่เข้าใจพ่อจะอธิบายให้เข้าใจ  ฉันจึงไม่รู้ตัวว่าซึมซับคำสอนของพ่อมาตั้งแต่เมื่อไร  เพียงแต่รู้ว่าตอนนั้นที่ฟังพ่อเล่ามันขัดแย้งและเบื่อหน่ายแต่ก็ไม่กล้าโต้เถียง  พ่อไม่เคยว่าเมื่อโต้เถียงอย่างมีเหตุผลและไม่ก้าวร้าว  พ่อไม่ได้นำความเป็นเผด็จการแบบทหารมาใช้ในครอบครัว 

         ฉันเคยเถียงพ่อว่า.. อุดมการณ์กินไม่ได้.. แต่พ่อบอกว่า "อุดมการณ์ไม่ได้มีไว้กิน  มีไว้เพื่อเป็นอุดมคติในการทำงาน ในการทำงานต้องปฏิบัติอย่างผู้มีอุดมการณ์ ยึดมั่นในคุณธรรม ต้องเป็นคนกล้าทำ กล้าคิดในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม" ฉันได้แต่ฟังและคิดว่า..คงทำตามที่พ่อสอนไม่ได้เพราะฉันไม่ได้เป็นทหารเหมือนพ่อ   นอกจากนี้พ่อสอนว่าเกิดเป็นคนต้อง  "เป็นคนดีมีเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่"

           การทำงานของฉันเป็นไปอย่างเรียบง่าย  วันเป็นเดือน เดือนเป็นปีและหลาย ๆ ปีนับมาก็นานอย่างไม่น่าเชื่อ  ฉันต้องทนทุกข์ ทนร้อน ทนหนาว ทนต่อความเจ็บปวดไม่ว่าทางกายหรือทางใจ  อ่อนล้าหมดกำลังใจ  แต่ก็สามารถผ่านร้อน ผ่านหนาวมาอย่างง่ายและไม่ง่ายเลยปะปนกัน  ฉันต้องต่อสู้กับปัญหา อุปสรรครอบด้าน  หลายครั้งเกิดความท้อแท้  เบื่อหน่าย  มีสองทางให้เลือกคือความพอใจและความไม่พอใจ  ซึ่งไม่มีทางเลือกมากกว่านี้  ส่วนมากก็เลือกข้างที่ไม่พอใจ  เพราะไม่มีทางเลือก  ถ้าพ่อยังอยู่พ่อต้องช่วยฉันเลือกและให้ข้อคิด  ให้กำลังใจ   พ่อจะต้องบอกให้สู้ ๆ ๆ ๆ ตามด้วยคำว่า "ชีวิตนี้เป็นเดิมพัน" แต่วันนี้ฉันไม่มีพ่อมาช่วยคิด  นอกจากความคิดถึงพ่อทำให้ฉันเกิดกำลังใจที่จะต่อสู้

วันนี้วันพ่อ  ใคร ๆ ก็เขียนถึงพ่อ

          ลูกอยากจะบอกพ่อว่า  การที่ลูกทำถูกต้อง ลูกเป็นผู้กล้า ลูกมีความเข้มแข็ง  เพราะลูกได้ผ่านบททดสอบของชีวิตมามากมายหลายด่าน ถึงวันนี้ลูกจึงไม่มีความหวั่นไหวต่ออุปสรรคหรือปัญหาที่เกิดขึ้น  ลูกเป็นลูกของคุณพ่อเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ  ไม่มีปืนหรืออาวุธที่จะไปรบทัพจับศึก  แต่ลูกมีเพียงหนึ่งสมองและสองมือ  ที่มาจากเลือดเนื้อและจิตวิญญาณของพ่อ  ซึ่งลูกถือว่าเสมอืเป็นนักรบคนหนึ่งที่ได้รบกับความไม่รู้ของตัวเอง   รบกับความไม่รู้และไม่เข้าใจของคนรอบข้าง 

        บางครั้งลูกดูเหมือนว่าถูกรังแกจากคนรอบข้างเกี่ยวกับเรื่องการทำงาน   เพราะอุดมการณ์ไม่ตรงกัน  ลูกไม่ชอบคนที่ขาดความรับผิดชอบต่อประโยชน์ของส่วนรวม  ลูกต้องต่อสู้อย่างเข้มแข็ง  บ่อยครั้งที่ลูกต้องหยุดยืนกับที่เพื่อเรียนรู้สติและไม่หวั่นไหวที่จะก้าวไปข้างหน้า  รวบรวมพละกำลังลุกขึ้นมาเพื่อมุ่งมั่นทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อเด็ก  และส่วนรวม  เพราะเด็กเป็นคนสำคัญของชาติ  ไม่ต่างไปจากที่พ่อได้ทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดินและประเทศชาติเพื่อความสุขของคนไทยทั้งประเทศ 

         ลูกเขียนบันทึกนี้ถึงพ่อด้วยน้ำตารื้น ๆ ขอบตาเพียงนิดหน่อยอันเป็นคุณลักษณะดั้งเดิมของลูกไม่เปลี่ยนแปลง  ลูกไม่เคยร้องไห้ฟูมฟายเพื่อเสียใจ เมื่อสูญเสีย  หรือเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจ หรือเพื่อให้ได้รับความสงสารจากใคร  แต่ลูกทำงานด้วยความตั้งใจจริง  และทำอย่างมีความสุข  มีบ้างเป็นบางคราวที่ลูกอ่อนแอหรือมีปัญหาหนักใจลูกจะคิดถึงพ่อและแอบร้องไห้อยู่คนเดียว

         ลูกเข้าใจคำสอนของพ่อที่ลูกไม่เคยลืม "อุดมการณ์ไม่ได้มีไว้กิน" ลูกมีความรู้สึกว่าพ่ออยู่ใกล้ ๆ ลูกตลอดเวลา  ทำให้ลูกมีกำลังใจในการยืนหยัดอยู่เพื่อทำงานด้วยความรัก  ความศรัทธาในการทำงานและทำความดี...สู้...เพื่อพ่อค่ะ